
นายกฯมือใหม่ หัวใจประชาชน
เห็นหัวเรื่องวันนี้แล้วท่านผู้อ่านอย่าเข้าใจผิดว่ากำลังอ่านคอลัมน์บันเทิงแต่จะพูดถึงเหตุการณ์บ้านเมืองที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เรื่องมีอยู่ว่ากระทรวงพาณิชย์ได้ประมูลข้าวโพดที่รับจำนำจากเกษตรกรและเก็บไว้ตามโกดังต่าง ๆ จำนวน 4.5 แสนตัน โดยรับจำนำไว้ในราคากิโลกรัมละ 8.50 บาท หรือตันละ 8,500 บาท แต่เมื่อตอนประมูลขายนั้นราคาขายให้พ่อค้าเท่าไรไม่ปรากฏชัดเจน มีผู้ประเมินข้างสูงไว้ว่าจะตกเฉลี่ยราวตันละ 5,000 บาท พ่อค้าโจษขานกันว่าราคานี้ต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปตันละประมาณ 2,000 บาทในวันประมูล (เท็จจริงอย่างไรไม่ปรากฏ)
ถ้าตัวเลขถูกต้องตามข่าวข้างต้นนี้รัฐจะต้องขาดทุนไปถึง 1,575 ล้านบาท เป็นเงินอักโขอยู่ทีเดียว นอกจากนี้แม้มีผู้เข้ายื่นประมูลหลายรายแต่ผู้ที่ชนะการประมูลรายเดียวได้ข้าวโพดไปถึงเกือบ 90%
ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร จะมีการซื้อขายกันอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ไม่สำคัญแต่ตัวเลขข้างต้นมันทำให้สะดุดหูสะดุดตาจนนายกฯ อภิสิทธิ์ต้องเรียกเรื่องเข้าไปทบทวนใหม่ในคณะรัฐมนตรี
เรื่องประมูลซื้อขายครั้งนี้คงจะสลับซับซ้อนมากจนเกินกำลังรัฐมนตรีจะชี้แจงรายละเอียดได้ตามลำพังจึงจำเป็นต้องมี “ตัวช่วย” เข้าไปช่วยชี้แจงอันได้แก่ข้าราชการประจำชั้นอธิบดี ตามข่าวมีต่อไปว่าในการชี้แจงนั้นดุเดือดเผ็ดมันถึงขั้นแลกปากแลกคำกันระหว่างนักการเมืองกับข้าราชการประจำอย่างไม่ค่อยปรากฏบ่อยนัก อธิบดีชั้นดีคนหนึ่งของกระทรวงจึงต้องตกเป็นแพะรับบาปจากเหตุการณ์พาไปอย่างช่วยไม่ได้
ผลก็คือนายกฯ อภิสิทธิ์ตัดสินให้ทบทวนการประมูลใหม่และเปลี่ยนไปให้รองนายกฯ ท่านหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบยกระดับการตัดสินใจจากกระทรวงขึ้นถึงระดับ ครม. โดยถ้าพูดอย่างภาษาชาวบ้านก็แปลว่านายกฯ อภิสิทธิ์ล้มการประมูลครั้งนี้
พฤติกรรมที่นายกฯ อภิสิทธิ์ตัดสินใจในครั้งนี้ก็คล้ายกับพฤติกรรมของ นายกฯ มือใหม่ หัวใจประชาชน ในภาพยนตร์ซีรีส์ญี่ปุ่นซึ่งกำลังเป็นรายการฮิตอยู่ในโทรทัศน์ช่องหนึ่งขณะนี้ แต่ผลจะลงเอยตามหนังหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ ถ้าลงเอยได้ตามหนังเราก็ขาดทุนจากการขายข้าวโพดหลุดจำนำน้อยลง
คนไทยหลายคนคงอยากให้นายกฯ อภิสิทธิ์สวมวิญญาณนายกฯ ในซีรีส์ญี่ปุ่นเช่นนี้ไปอีกหลายๆ เรื่องและคงจะพร้อมให้กำลังใจสนับสนุนอย่างเต็มที่
หันมาพูดถึงการหากินซื้อๆ ขายๆ กับหน่วยราชการของไทยนั้นคงต้องยอมรับกันว่าเป็นเรื่องที่เป็นมานานแล้วที่แต่ละแห่งมักมีแก๊งมีขบวนการผูกขาดซื้อๆ ขายๆ กันอยู่ ถ้าใครแปลกปลอมเข้าไปอาจจะเจ็บตัวถึงล้มละลาย ได้มีความพยายามแก้ไขด้วยการออกกฎหมาย (ป้องกันการฮั้วกัน) และมีการนำ ระบบอี-ออกชั่น มาใช้ก็ยังแก้ไม่ค่อยได้
แต่ถ้านายกรัฐมนตรีสวมหัวใจประชาชนเอาจริงแต่ละเรื่องคงจะช่วยบรรเทาปัญหาไปได้ไม่น้อย สำคัญท่านจะมีเวลาหรือเปล่า
นายหนูใหญ่
[email protected]



