คอลัมนิสต์

'ก่อแก้ว'คาดรบ.ไม่เดินตามแนวนปช.

'ก่อแก้ว'คาดรบ.ไม่เดินตามแนวนปช.

16 ก.ค. 2555

ก่อแก้ว พิกุลทอง 'รัฐบาลไม่เดินตามแนวทางพวกเรา' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์

               สัปดาห์นี้น่าจะมีความชัดเจนขึ้นสำหรับทิศทางของ "พรรคเพื่อไทย" เกี่ยวกับแนวทางเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจาก "ศาลรัฐธรรมนูญ" มีคำวินิจฉัยกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา
   
               โดยช่วงบ่ายของวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ "พรรคเพื่อไทย" จะประชุมหารือและวิเคราะห์ถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนจะตัดสินใจเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป โดยการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ยกเว้นหมวด 2 ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือเดินหน้าแก้ไขเป็นรายมาตรา
   
               หากวิเคราะห์จากการให้สัมภาษณ์ของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า "เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญแน่นอน"
   
               แต่ใช่ว่า "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" จะเดินหน้าสวนคำตัดสินของศาล ดูได้จากการให้ "กฤษฎีกา" ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาลนำคำวินิจฉัยของศาลไปดูรายละเอียดก่อน จากนั้นจะนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง
   
               ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ "ร่างพรบ.ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ"
   
               สุดท้ายเมื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม "คณะรัฐมนตรี" ก็ถูกตีตก เพราะรัฐบาลไม่กล้าเสี่ยงกับกระแสต่อต้านขณะนั้น เพราะถ้าพลาดพลั้งอาจถึงขั้น "หลุดจากอำนาจ"
   
               นั่นหมายความว่าการที่ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ได้ให้กฤษฎีกาไปหาทางออกของเรื่องนี้ เพื่อให้รัฐบาล "เสี่ยงน้อยที่สุด" ไม่สุ่มเสี่ยงต่อการเดินนอกกรอบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
   
               เพราะถ้าเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปหากมีผู้ไปร้องศาลอีกครั้งอาจกระทบต่ออำนาจที่มีอยู่ได้ ดังนั้นการชะลอโดยให้ "ทีมกฎหมาย" ไปศึกษารายละเอียดก็ยังยื้อกระแสสังคมและอารมณ์ของฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลได้อีกระยะหนึ่ง
   
               โดยเฉพาะบางส่วนของ "ส.ส.พรรคเพื่อไทย" และ "แกนนำคนเสื้อแดง" ที่เห็นต่างจากรัฐบาลที่ต้องการให้ฝ่ายนิติบัญญัติควรเดินหน้าลงมติวาระ 3 ต่อไปได้เลย เพราะเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจในการรับคำร้องมาพิจารณาตั้งแต่แรก
   
               "ก่อแก้ว พิกุลทอง" ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ซึ่งขณะนี้กำลังถูกศาลอาญาเตรียมเรียกตัวมาชี้แจงหลังจากการให้สัมภาษณ์หรือปราศัยบนเวทีมีพฤติกรรมข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญหรือยั่วยุที่อาจทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย ซึ่งอาจผิดเงื่อนไขในการประกันตัว หรือพิจารณาถอนประกันได้มีความเห็นว่า รัฐบาลและผู้ใหญ่ในพรรคคงไม่เดินตามแนวทางที่แกนนำเสื้อแดงเสนอ
   
               "ผมเดาใจออกว่ารัฐบาลคงไม่เดินตามแนวทางที่พวกเราเสนอ เพราะกังวลว่าหากทำตามแล้วจะถูกฝ่ายตรงข้ามเล่นงาน หรือถูกล้ม อะไรที่เสี่ยงผมมองว่ารัฐบาลคงไม่อยากเสี่ยงเห็นได้จากการเคลื่อนไหวของรัฐบาลที่ถอยเกือบทุกเรื่องตั้งแต่ พรบ.ปรองดอง สนามบินอู่ตะเภา จึงเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐบาลคงไม่ทำตามแนวทางที่พวกเราเสนอ"
   
               "ก่อแก้ว" ยอมรับว่า การทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมาบางเรื่องไม่ถูกใจมวลชน ทางแกนนำเคยนำข้อมูลโดยเฉพาะเรื่องอารมณ์ ความรู้สึกของมวลชนที่มีต่อรัฐบาลไปแจ้งให้ผู้ใหญ่ทราบ เพราะถ้ารัฐบาลถอยทุกเรื่อง บางเรื่องถอยแล้วไม่เสียพวกเราก็ยอม แต่บางครั้งพวกเขาก็คิดให้อำนาจแล้วแต่รัฐบาลกลับไม่กล้าใช้
   
               "ก่อแก้ว" ได้ให้เหตุผลในการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อว่า การวินิจฉัยของศาลไม่มีความชัดเจนว่าหลังจากวินิจฉัยแล้วรัฐสภาและรัฐบาลควรเดินหน้าอย่างไรต่อไปไม่มีข้อสรุป ขณะนี้จึงกลายเป็นปัญหาที่ซ่อนไว้
   
               "ผมเชื่อว่าเรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆ แม้แต่ที่ประชุมพรรคก็คงไม่จบทันที ขณะที่รัฐบาลก็ไปหารือกับกฤษฎีกาว่าควรจะเดินแนวทางไหนดี เพื่อให้รัฐบาลเสี่ยงน้อยที่สุด ขณะที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็คงปฏิบัติตามแนวทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีช่องโหว่น้อยที่สุด" แกนนำคนเสื้อแดง กล่าว
   
               พฤติกรรม "หัวหมู่ทะลวงฟัน" ของ "ก่อแก้ว" ที่ถูกมองว่าข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญจนศาลอาญาเตรียมนัดจะประชุมในวันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม เพื่อเรียกตัว "ก่อแก้ว" มาชี้แจงก่อนพิจารณาว่าพฤติกรรมผิดเงื่อนไขอาจจะตักเตือน หรือถึงขั้นถอนประกัน "ก่อแก้ว" บอกว่า ไม่รู้สึกกังวลกับเรื่องนี้และยินดีไปชี้แจง แต่สิ่งที่พูดเป็นการพูดจากข้อมูลที่ได้มา และที่ต้องพูดตรงไปตรงมาเพื่อให้สังคมเข้าใจและร่วมกันป้องกันสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
   
               ส่วนที่ต้องเป็น "ก่อแก้ว" เขาได้ให้เหตุผลว่า เพราะขณะนี้แกนนำคนอื่น เช่น "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" ก็เป็นรัฐมนตรี การออกมาพูดในลักษณะที่เขาทำคงไม่เหมาะ
   
               สำหรับ "จตุพร พรหมพันธุ์" แกนนำฮาร์ดคอร์อีกคน "ก่อแก้ว" บอกว่า มีคดีที่ถูกฟ้องจำนวนมากอยู่แล้วเขาจึงต้องออกมาในฐานะแกนนำเสื้อแดงอีกคนหนึ่ง แต่ถ้าให้ "พายัพ ปั้นเกตุ" ออกมาแสดงบทบาทนี้สถานการณ์และอารมณ์มวลชนน่าจะดุเดือดมากกว่าที่เขาเป็นแกนนำเอง
   
               เมื่อถามว่าทำไมต้องแถลงข่าวถึงขั้นแนะนำให้คนเบิกเงินสด ตุนน้ำ ตุนยา บอกลาครอบครัว เป็นการปลุกระดมหรือไม่ "ก่อแก้ว" บอกว่า เพียงแค่ต้องการสื่อว่าถ้าคำวินิจฉัยออกมาเลวร้ายที่สุดถึงขั้นเป็นการล้มล้างการปกครองนั่นหมายความว่าพวกเราจะถูกข้อหากบฏ ซึ่งถือว่าร้ายแรงมาก จึงต้องการสื่อสารให้เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากคำวินิจฉัยออกมาลักษณะนี้ไม่ใช่เป็นการข่มขู่ แต่ต้องการเตือนสถานการณ์ที่จะอาจเกิดขึ้นในอนาคตเท่านั้น!
   
               สัปดาห์นี้จึงต้องจับตาดูว่า "แกนนำเสื้อแดง" เล่นบทหนักถึงขั้นเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางแล้ว "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" จะตัดสินใจแบบไหน เพื่อให้ได้ใจแกนนำ!


........

(หมายเหตุ : ก่อแก้ว พิกุลทอง 'รัฐบาลไม่เดินตามแนวทางพวกเรา' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)