คอลัมนิสต์

ทบ.ฝึก'สุภาพบุรุษอาชีวะ'10สัปดาห์

ทบ.ฝึก'สุภาพบุรุษอาชีวะ'10สัปดาห์

16 ก.ค. 2555

ทบ.ฝึก'สุภาพบุรุษอาชีวะ'เข้าค่ายทหาร10สัปดาห์ : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

               ความเดือดร้อนจากพฤติกรรมของ "นักเรียนนักเลง" เป็นปัญหาหมักหมมซ้ำซากในสังคมไทยมาหลายสิบปี และนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ เช่น การยิงปืนใส่คู่อริขึ้นไปบนรถเมล์ที่มีผู้โดยสารที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อยู่บนนั้นหลายสิบคน ส่งผลให้มีคนขับรถเมล์ และผู้โดยสารเสียชีวิต กระทั่งมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด
   
               กองทัพบก (ทบ.) จึงร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ฟื้นโครงการ “สุภาพบุรุษอาชีวะ” เพื่อแก้ปัญหา โดยใช้พื้นที่ของ ศูนย์สงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี เป็นสถานที่ฝึกอบรมเยาวชนผู้หลงผิด
   
               โครงการสุภาพบุรุษอาชีวะมีเยาวชนเข้าร่วมการฝึก จำนวน 150 คน โดย 100 คนมาจากสถานศึกษาเอกชน 17 สถาบัน และอีก 50 คนมาจากสถานศึกษาของรัฐบาล 16 สถาบัน รวม 33 สถาบัน โดยสถาบันการศึกษาจะเป็นผู้คัดเลือกเด็กอาชีวะเหล่านี้เข้ามาฝึกอบรมเอง โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 10 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม-30 กันยายน 2555
   
               โดย 4 สัปดาห์แรก จะเป็นการฝึกเพื่อ "ละลายพฤติกรรม" ส่วน 6 สัปดาห์สุดท้าย จะเป็นการเรียนในลักษณะบูรณาการด้วยการ "สร้างชิ้นงาน" โดยมีผู้มาให้ความรู้ แต่จะไม่เน้นวิชาการด้วยการเรียนในห้องเรียน โดยอาจมีการไปศึกษาดูงานตามโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ
   
               พ.ท.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า การฝึกอบรมจะดำเนินการคล้ายกับทหาร แต่จะไม่หนักเท่า โดยตามระเบียบ จะต้องตื่นนอนตั้งแต่เวลา 05.30 น. เพื่อออกกำลังกาย อาบน้ำ แต่งตัว รับประทานอาหารเช้า และเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น.
   
               จากนั้นจะเริ่มทำการฝึกตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น. พักเวลา 12.00-13.00 น. และฝึกอีกครั้งในเวลา 13.00-16.00 น. ต่อด้วยการออกกำลังกายช่วงเย็น รวมถึงกิจกรรมต่างๆ และในเวลา 18.00 น. ก็จะเคารพธงชาติอีกครั้ง ก่อนที่จะรับประทานอาหารเย็น
   
               นอกจากนี้ จะมีการทำกิจกรรมในตอนกลางคืนก่อนเข้านอนในเวลา 22.00 น. โดยจะสอดแทรกปลูกฝังแนวคิดให้ผู้เข้าอบรมสามารถอยู่ร่วมกับผู้คนในสังคม
   
               สำหรับผู้เข้าร่วมการอบรมจะคัดจากนักเรียนชั้นปีที่ 2 เป็นหลัก โดยใช้อัตราส่วนครูที่ดูแลนักเรียน 1 ต่อ 5 คน และจะประเมินการทำงานทุกวันเพื่อติดตามพฤติกรรมของเด็ก โดยในวันที่ 17 กรกฎาคม จะเป็นการเปิดปฐมนิเทศโดยให้ผู้ปกครองเข้าร่วมด้วยเพื่อให้ทราบถึงขั้นตอน และวิธีการฝึกอย่างละเอียด
   
               โดยตลอด 10 สัปดาห์ ทั้งหมดจะอยู่ที่ค่ายฝึก ซึ่งกองทัพบกจะไม่อนุญาตให้นักเรียนกลับบ้านได้ แต่จะให้ผู้ปกครองเข้าเยี่ยมได้หลังการฝึกผ่านไปแล้ว 4 สัปดาห์แรก
   
               พ.ท.วันชนะกล่าวย้ำว่า สิ่งที่อยากทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง คือ กองทัพบก ให้ความสนใจที่จะมอบสิ่งที่เป็นประโยชน์ รวมถึงเล็งเห็นศักยภาพของกลุ่มเด็กเหล่านี้ที่จะทำประโยชน์ให้สังคม
   
               “กองทัพบกไม่ได้เพ่งเล็งจับผิด โดยจะดูว่าจะนำเด็กเหล่านี้ไปทำอะไร โดยในวันแรกจะมีการตัดผมเกรียนทรงทหาร แต่ก็ยอมรับว่าในวันจริงอาจจะมีนักเรียนที่คัดไว้มารายงานตัวไม่ครบ เพราะไม่ได้สมัครใจมาทั้งหมด ส่วนใหญ่ถูกบังคับมา ทำให้มีโอกาสที่จะหนี แต่หากมี ทางสถาบันต้องติดตามตัวกลับมา ทั้งนี้ กองทัพบกยืนยันว่าจะดูแลอย่างดี มีทหารเฝ้าเวรยาม อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ยังได้กำชับเรื่องความปลอดภัยว่าต้องมีการตรวจร่างกายก่อนเข้ารับการฝึกด้วย”
   
               พ.ท.วันชนะระบุว่า เด็กนักเรียนแต่ละคนอาจมีโรคประจำตัว เราจึงเป็นห่วงว่าอาจจะมีอันตรายได้ และในการฝึกต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่เหมือนการฝึกทหารเกณฑ์
   
               "ขอให้ผู้ปกครองคิดว่าเหมือนกับให้ลูกของท่านมาเข้าค่ายลูกเสือ เพื่อฝึกกิจกรรมร่วมกัน และอย่ากังวลว่าจะนำไปฝึกหนักเหมือนทหาร เพราะเด็กกลุ่มนี้มีอายุเพียง 15-17 ปี วัตถุประสงค์ในการฝึก เราต้องการให้เขารู้คุณค่าในตัวเอง นำความรู้ความสามารถไปใช้ประโยชน์ในวิชาชีพของเขา ฉะนั้น การฝึกจึงไม่เหมือนการฝึกทหารใหม่"
   
               รองโฆษกกองทัพบกกล่าวว่า เราต้องการฝึกให้เขามีศักยภาพ มีแนวทางในการดำรงชีวิต และทัศนคติที่ดี ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันต่อการดำรงชีวิตในอนาคต กองทัพบกคาดหวังให้เขาเห็นคุณค่าของตัวเอง ได้รู้ว่าตัวเองมีขีดความสามารถ มีข้อดีข้อเสีย หรือข้อเด่นในตัวเอง เมื่อเห็นคุณค่าของตัวเอง เขาก็จะได้นำเอาศักยภาพเหล่านี้ออกไปทำงานหรือช่วยเหลือสังคมต่อไป
   
               ในการฝึกอบรมจะชี้ให้เห็นว่า การใช้ชีวิตไปในทางที่ไม่ถูกไม่ต้องอาจทำลายอนาคตของเขาด้วย แต่กองทัพบกคงไม่ได้มีการคาดโทษอะไรกับผู้ที่เข้ามาฝึกอบรม ที่กลับไปก่อเหตุรุนแรงอีก เพราะกองทัพบกไม่สามารถคาดโทษอะไรได้ และเรื่องลงโทษต่างๆ เป็นเรื่องของกฎหมาย หากทำผิดกฎหมายก็จะถูกลงโทษตามกฎหมายอยู่แล้ว
   
               รองโฆษกกองทัพบกเชื่อว่า เมื่อฝึกอบรมเสร็จแล้ว สิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้มี 3 ประเภท คือ 1.กลับตัวกลับใจ 2.มีความคิดมากขึ้นหรือมีความลังเลมากขึ้นกับการกระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และ 3.เด็กอาจจะกลับไปเหมือนเดิม
   
               "ทุกคนคงคาดหวังว่าเมื่อฝึกเสร็จแล้ว เด็กเหล่านี้จะไม่ไปตีกันอีก ซึ่งในความเป็นจริงคงเป็นไปไม่ได้ เพราะบางครั้งเด็กฝึกกับเราดี แต่เวลากลับไปบ้านเจอสิ่งแวดล้อมเดิมๆ พฤติกรรมก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับจิตใจของเด็กด้วยว่าจะมีความเข้มแข็งแค่ไหน" รองโฆษกกองทัพบกกล่าวทิ้งท้าย

........


(หมายเหตุ : ทบ.ฝึก'สุภาพบุรุษอาชีวะ'เข้าค่ายทหาร10สัปดาห์ : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)