
อย่าหมกเม็ด
อย่าหมกเม็ด : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 13 ก.ค.2555
เมื่อวันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) สำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดให้บริษัทด้านการจัดการน้ำ ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาขอรับเอกสารข้อกำหนดรายละเอียด(ทีโออาร์)การเสนอกรอบแนวคิดเพื่อออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ซึ่งจัดทำขึ้นโดยสำนักนายกรัฐมนตรี กบอ. และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งปรากฏว่า มีโครงการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น และเขื่อนแม่วงก์ ในวงเงินลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังเป็นปัญหาคัดค้านคาราคาซังอยู่รวมอยู่ด้วยจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า กบอ.หมกเม็ด 2 โครงการนี้
โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น จะก่อสร้างปิดกั้นแม่น้ำยมที่ อ.สอง จ.แพร่ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรและป้องกันอุทกภัยในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน รวมทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้าในอนาคต โครงการนี้ถูกคัดค้านเรื่อยมานับตั้งแต่ปี 2538 หลังจากที่แผนแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเสร็จสมบูรณ์ 1 ปีก่อนหน้านั้น ครั้นวันที่ 22 เมษายน 2539 ชาวบ้านในพื้นที่และองค์กรพัฒนาภาคเอกชน(เอ็นจีโอ)ได้ชุมนุมคัดค้านเพราะไม่เห็นด้วยที่จะเอาผืนป่าสักทองอันอุดมสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไปแลกกับอ่างเก็บน้ำซึ่งไม่มีหลักประกันว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วมได้คุ้มค่ากับทรัพยากรที่ต้องสูญเสียไป โครงการนี้จึงถูกแช่แข็งนับแต่นั้นมาและจะกล่าวขานถึงกันทุกครั้งเมื่อเกิดน้ำท่วมขึ้นในบริเวณจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก และพิจิตร
ส่วนโครงการเขื่อนแม่วงก์ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2555 ให้เริ่มโครงการก่อสร้างในระยะเวลา 8 ปี นับตั้งแต่ปี 2555-2562 วงเงินงบประมาณ 13,000 ล้านบาท ท่ามกลางเสียงคัดค้านอย่างหนักหน่วง เพราะพื้นที่ก่อสร้างซึ่งเป็นบริเวณป่าด้านตะวันตกเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ทั้งพืชและสัตว์ป่า อยู่ในเขตเขาสบกก ต.แม่เล่ย์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ โดยมีรายงานว่า ป่าแม่วงก์มีสภาพพื้นที่ป่าหลายชนิด ทั้งป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง มีสัตว์ป่าไม่น้อยกว่า 549 ชนิด รวมทั้งสัตว์ป่าสงวนอย่าง สมเสร็จ เลียงผา สัตว์ป่าหายากหรือใกล้สูญพันธุ์เช่น กระทิง วัวแดง หมาจิ้งจอก ค่างแว่นถิ่นเหนือ เสือโคร่ง เสือดำ เสือดาว ฯลฯ นอกจากนี้ การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผบกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอฉบับปี 2540 ก็ระบุไว้ชัดเจนว่า "ได้ไม่คุ้มเสีย" ขณะที่การจัดทำอีไอเอครั้งใหม่ก็ยังไม่เสร็จ
การปัดฝุ่น 2 โครงการยักษ์ขึ้นมาอีกครั้ง โดยผนวกรวมเข้าไว้ในแผนก่อสร้างระบบบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ชัดเจนอยู่ว่า ต้องการใช้เขื่อนแม่วงก์กับเขื่อนแก่งเสือเต้นเป็นเครื่องมือในการบรรเทาปัญหาอุทกภัยดังเช่นที่เคยหยิบยกขึ้นมากล่าวอ้างเสมอเมื่อเกิดน้ำท่วมขึ้น โดยที่เสียงคัดค้านยังคงดังกระหึ่มอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะเหตุที่ว่า แท้จริงแล้ว ปัญหาน้ำท่วมโดยเฉพาะเมื่อปลายปีก่อนนั้น ไม่ได้เป็นเพราะว่าไม่มีเขื่อนกักน้ำ หากแต่มีสาเหตุมาจากเขื่อนกักน้ำนั่นเองที่ทำให้เกิดน้ำท่วม ปมปัญหาอยู่ที่การบริหารจัดการน้ำ เช่นนี้แล้ว รัฐย่อมไม่มีทางหนีเป็นอื่นไปได้นอกจากแก้ปัญหา "การบริหารน้ำ" ให้ตกเสียก่อน ก่อนที่จะเอาทรัพยากรล้ำค่าของชาติเข้าไปเสี่ยง



