คอลัมนิสต์

คนกับข่าว

คนกับข่าว

20 พ.ค. 2552

โลกเราในปัจจุบันเป็นยุคแห่งการสื่อสารและสารสนเทศ มีเทคโนโลยีและเครือข่ายที่เชื่อมโยงจุดต่างๆ ในโลกไว้ด้วยกัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นในจุดใดจุดหนึ่งบนโลกสามารถจะเผยแพร่ออกไปในวงกว้างภายในชั่วระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ชาวโลกไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ไหน

หากมิได้ถูกจำกัดในเรื่องระบบโทรคมนาคมอิเล็กทรอนิกส์ ย่อมมีโอกาสได้รับทราบข่าวสารและเรื่องราวเหล่านั้นไปพร้อมๆ กันกับคนอื่นๆ ทั่วโลก

 ความก้าวหน้าของระบบสื่อสารและสารสนเทศ ทำให้ชาวโลกมีนิสัยติดการบริโภคข่าว ไม่ว่าจะจากรายการข่าว 24 ชั่วโมงของสถานีโทรทัศน์ข้ามประเทศ อย่างซีเอ็นเอ็น บีบีซี สถานีโทรทัศน์ต่างประเทศ สถานีโทรทัศน์ในประเทศ เว็บไซต์ โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์โทรคมนาคมอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เป็นผลให้เกิดการใช้ประโยชน์ด้านการประชาสัมพันธ์หรือนำเสนอข่าวสารที่ต้องการจะเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ สนองตอบแนวคิดที่ว่า “ผู้ใดกุมสื่อได้ ผู้นั้นกุมมวลชน” ดังนั้น ข่าวคราวต่างๆ ที่เราได้ดูได้ฟังอยู่ทุกวันนี้ จึงมีทั้งข่าวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ กับข่าวที่ถูกจัดสร้างด้วยกระบวนการอันแยบยล เพื่อหวังผลทางจิตวิทยามวลชนหรือสร้างพลังต่อรองอะไรบางอย่าง

 อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีคนบางคนที่มีนิสัยติดการเป็นข่าว ชอบที่จะให้ตัวเองมีความเคลื่อนไหวปรากฏตามสื่อต่างๆ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นข่าวในด้านบวกหรือด้านลบ และเป็นข่าวจริงหรือข่าวปล่อย ทั้งนี้ ก็เพื่อรักษากระแสความนิยม หรือรักษาพื้นที่ข่าวของตนไว้ ซึ่งมักจะพบในหมู่ดาราและศิลปินต่างประเทศ

 ไม่ต้องดูอื่นไกล เมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีข่าวกรณีความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในเรื่องการร่วมประมูลซื้อเกาะสเวติ นิโคลา ของประเทศมอนเตเนโกร ริมทะเลเอเดรียติก หากไม่มองในแง่ของการดิ้นรนหา “พื้นที่” ที่จะวางเท้า และช่องทางในการถือหนังสือเดินทางของประเทศนั้น ก็คงไม่พ้นจากนิสัยติดการเป็นข่าว เพราะคุณทักษิณและทีมงานทราบดีว่าการร่วมประมูลซื้อเกาะดังกล่าวย่อมเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ไม่ว่าคุณทักษิณจะต้องการซื้อเกาะจริงหรือไม่ และจะประมูลได้หรือไม่ก็ตาม

 ขณะเดียวกันคุณทักษิณก็อาศัยสื่อช่วยยืนยันสถานะทางการเงินของตนว่าไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอก แต่ยังอู้ฟู่ขนาดจะซื้อเกาะซึ่งมีพื้นที่เพียง 3.7 หมื่นตารางเมตร ในราคา 28 ล้านยูโร หรือ 1,288 ล้านบาท ได้สบายๆ หากย้อนมองวิถีปฏิบัติของคุณทักษิณ จะเห็นว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปรากฏเรื่องราวและข่าวคราวทำนองนี้ และผมก็เชื่อขนมกินได้เลยว่าหากมีการซื้อ-ขาย หรือลงทุนในโครงการอะไรที่ดังๆ ในต่างประเทศอีกเมื่อไหร่ ก็จะต้องมีชื่อคนดังๆ ทั้งหลาย และน่าจะมีชื่อของคุณทักษิณไปร่วมด้วยช่วยเฮอยู่ด้วยเสมอ

 จริงๆ แล้วการแก้นิสัยติดการเป็นข่าวของดาราหรือคนดังนั้น มีวิธีง่ายๆ มากอยู่หลายวีธี และหนึ่งในนั้นก็คือการที่สื่อมวลชนต่างๆ ช่วยกันงดเว้นการเสนอข่าวของบรรดาดาราดังหรือคนคนนั้น จะด้วยความเบื่อหน่ายหรืออะไรก็ตามที หากสื่อมวลชนไม่เสนอข่าวของพวกเขาเหล่านั้นเสียอย่าง ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่อให้เขาจะทำอะไรที่พิลึกพิลั่นขนาดเอาหัวเดินต่างเท้าก็ตาม แต่อาจจะเกิดผลขึ้นกับคนดังๆ เหล่านั้นแทน เพราะคนที่เคยเป็นข่าว เมื่อไม่เห็นข่าวของตัวเอง ก็ย่อมบังเกิดความหงุดหงิดและอึดอัดขัดใจ หนักๆ เข้าก็เฉาไปเอง โดยไม่ต้องมีใครไปทำอะไรให้เหนื่อยแรงหรอกครับ