
การแต่งตั้งนายพลตำรวจ
ตามพระราชกฤษฎีกาและกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ใหม่) มีผลทำให้มีตำรวจชั้นนายพลระดับผู้บังคับการ รองผู้บัญชาการ ผู้บัญชาการ ซึ่งเป็นตำแหน่งประจำสำนักงานผู้บังคับบัญชา จำนวน 65 นาย ได้มีตำแหน่งบังคับบัญชาหน่วยงานที่ตั้งขึ้นใหม่ หมายความ
ที่ผ่านมาตำแหน่งตำรวจชั้นนายพลข้างต้นมักจะเกิดจากการแต่งตั้งในระบบอุปถัมภ์ คือ เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับผู้นำของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็น ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร. หรือเป็นลูกน้องใกล้ชิด เคยดูแลใช้สอยกันมานาน ในลักษณะ "น้ำใสไหลเย็น ชุ่มฉ่ำอุรา" ก็ตอบแทนกันไป หรือมีผู้มีบารมี มีอิทธิพลสูง นอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติฝากฝังมา โดยมีค่าตอบแทนหรือไม่มีค่าตอบแทนแล้วแต่ความเกรงใจ
แต่มีบางคน บางตำแหน่ง ที่โดนพิษภัยทางการเมืองเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล หรือภัยจากการเมืองในองค์กรตำรวจเอง จึงถูกนำมาแขวนไว้ ไม่ให้ทำงาน สมองจะได้ฝ่อ ไฟจะได้มอด ทั้งที่มีความรู้ ความสามารถ มีฝีมือเป็นที่ประจักษ์ทั้งในวงการตำรวจและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
การพิจารณาแต่งตั้งนายพลตำรวจครั้งนี้คาดว่าจะเป็นเดือนกรกฎาคม ระหว่างวันที่ 10-30 กรกฎาคม 2552 ผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้แสดงถึงวิสัยทัศน์ในการวางคนที่เหมาะสม ลงในตำแหน่งสำคัญที่มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และความปลอดภัยของประชาชนให้มากที่สุด
พวกเด็กฝาก เด็กในอุปถัมภ์ของนักการเมือง หรือผู้มีอิทธิพลอื่นๆ ซึ่งไร้ความสามารถ มีพฤติกรรมเยี่ยงโจร ต้องปรับเปลี่ยนให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สัมผัสกับประชาชน จะได้ไม่ก่อกรรมทำเข็ญแก่ผู้ไร้ทางสู้
นี่เป็นความหวังของประชาชนคนไทย !
รัฐบาลทำสิ่งผิดพลาดมามากมาย ไม่อยากพูดถึงอีก ประชาชนอยากเห็นรัฐบาลทำสิ่งที่ถูกต้องสักครั้ง ให้ประชาชนได้ชื่นใจบ้าง
คงมิใช่เป็นการขอที่มากเกินไปนะ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ
คมพิทักษ์ราษฎร์



