
สถานการณ์เปลี่ยน-เกมไม่เปลี่ยน
สถานการณ์เปลี่ยน-เกมไม่เปลี่ยน : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา
ในความฮึกเหิมของคนเสื้อแดงที่รุกเร้าล้อมรอบสั่งการศาลรัฐธรรมนูญภายใต้ความชอบธรรมของตน ที่เชื่อว่าเป็น "เสียงส่วนใหญ่" ก็ใช่ว่าจะราบรื่นกันเสียเลยทีเดียว
ในแดงนั้นยังมีอีกแดงอย่าง "แดงอุดรฯ" ที่รู้สึกตะครั่นตะครอในจังหวะและสถานการณ์แบบนี้อย่างบอกไม่ถูก
การเคลื่อนไหวของแดงในวันนี้ เป็นสาย นปช.ที่นำโดย ธิดา
แต่ฝ่ายแดงอีสานมองว่า เป็นการนำแดงเฉพาะกลุ่มลูกสะตอเสียมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นตู่ เป็นเต้น แม้แต่วีระกานต์เองก็เถอะ
ในขณะที่แดงอีสานนั้น เพรียบพร้อมด้วยอุดมการณ์ ความรักในทักษิณ และไพร่พลที่พร้อมทุกเมื่อ
ถ้าไปถาม ขวัญชัย ไพรพนา ก็คงจะบอกว่า พร้อมถึงขั้นที่น้ำเลี้ยงยังไม่มาก็เต็มใจจะก้าวออกจากบ้านกันวันนี้พรุ่งนี้เสียด้วยซ้ำไป
มันต้อง "โชว์เพาว์" กันบ้าง
งานใหญ่อย่างนี้พลาดได้ไง ปล่อยให้กลุ่มลูกสะตอคุมจังหวะคุมเกมแต่ฝ่ายเดียวได้อย่างไร
แต่ทั้งหมดนั้นก็ติดปัญหาตรงที่ว่า คนดูไบยังไม่ทุบโต๊ะ ได้แต่แสดงท่าทีออกมาว่า ระหว่างแดงลูกตอกับแดงอีสานแล้ว เอียงมาทางด้านนี้นิดๆ
เพราะระยะหลังในช่วงที่คนดูไบเห็นดีเห็นงามกับข้อเสนอของ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ให้ถอยกรูดสุดขอบ ทั้งเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องกฎหมายปรองดอง แต่ทางป้าธิดาก็ยังคงจะเดินหน้าเรียกร้องให้สภาโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 ต่อให้ได้
แต่ก็อย่างว่า ป้าแกก็คงจะถอยลำบาก เพราะเดินหน้ามาเสียขนาดนี้ ทางที่ดีก็คือ ค่อยๆ ลดโทนลงอย่างทุกวันนี้นั่นแหละ
อย่างไรก็ตาม มีการประเมินกันไว้ว่า หวยศาลรัฐธรรมนูญน่าจะออกมา 3 หาง
1.ยกคำร้องไปให้ฝ่ายร้องอับอายขายขี้หน้า
2.สั่งเลิกขบวนการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีบทลงโทษ
3.สั่งยกเลิกขบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วลงโทษด้วยการยุบพรรคที่เป็นต้นเรื่อง รวมทั้งลงโทษทางอาญา 416 คนที่ไปลงชื่อสนับสนุน
การลงโทษถึงขั้นยุบพรรคก็ใช่ว่าจะเป็นอย่างนั้นเสมอไป เพราะมาตรา 68 วรรคสาม บอกว่า กรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าพรรคการเมืองใดกระทำผิดตามวรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นก็ได้
คำว่า "อาจ" นี่แหละที่เป็น "รูรั่วของเขื่อน" ให้มันอยู่ด้วยกันได้
เพราะเขื่อนต่อให้ใหญ่แค่ไหน ก็ย่อมต้องมีรูรั่ว ซึ่งส่งผลให้คลายแรงดันของน้ำ
ฉันใดฉันนั้น !
สุดท้ายศาลจะไม่สั่งยุบพรรคเพื่อไทยก็ได้ แต่หากผลออกมาอย่างนั้นก็คือเป็นการส่งสัญญาณบอกพรรคเพื่อไทยไปว่า อย่าทำแบบเดิมอีก
ทางไปของเรื่องนี้ก็คือ ไปทำแบบที่สมัยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เขาแก้ไปในตอนที่เป็นรัฐบาลประเด็นเขตเลือกตั้งกับจำนวน ส.ส.
แก้เป็นรายมาตรา ว่ากันในรัฐสภา ไม่ต้องไปตั้ง ส.ส.ร.กันมาให้มันมากความและสุ่มเสี่ยง
อุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล ก็ดูจะเพิ่งเห็นทางออกนี้ เพราะเพิ่งจะเปิดปากให้สัมภาษณ์ในทำนองเดียวกันว่า ศาลอาจออกมาในรูปแบบนี้ก็ได้ ก็คือให้กลับไปแก้เป็นรายมาตรา
เพื่อไทยก็อาจเสียหน้านิดหน่อย เป้าหมายของคนดูไบก็อาจจะต้องปรับแก้ไปบ้าง เพราะหากมาทางนี้ มันจะว่ากันตามกรอบเดิม จะใช้บทบาทของ ส.ส.ร. หรือ ประธานรัฐสภา แบบที่อยากทำไม่ได้แล้ว
แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญจะลงโทษด้วย ก็คงจะส่งไปตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เรื่องยุบพรรค ก็ให้ กกต.ว่าไป
เรื่องอาญากับ 416 คนนั่น ก็ให้อัยการสูงสุดจัดการ
ส่วนคดีที่ว่าล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็ให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองลุย
พูดง่ายๆ วินิจฉัยเสร็จถ้าผิดก็จ่ายไพ่ให้แต่ละฝ่ายไปร่วมรับผิดชอบกันเลยทีเดียว
วงในเชื่อกันว่า งานนี้เพื่อไทยลำบาก เพราะหากปล่อยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปแบบนี้มันสุ่มเสี่ยงต่อการเปิดทางให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครองประเทศ
ความแตกแยกครั้งใหญ่เกิดขึ้นแน่ !
ในส่วนของกองทัพ ถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.จะออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นเพียงการเตือนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดูแลปัญหาความแตกแยก ประชาชนคนไทยเองก็ควรมีวิจารณญาณ
เพราะความเป็นจริงแล้วกองทัพเองก็ขยับตัวลำบาก สถานการณ์ไม่เปิดโอกาสให้แสดงท่าทีอะไรได้มากนัก
ต่างจาก ทักษิณ ชินวัตร ที่ดูเหมือนจะเลือกเล่น "เกมยาว" ไปแล้ว จึงยังไม่ตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร
เพราะเชื่อว่า ต่อให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้รับความนิยมลดลง แต่เอาเข้าจริง หากมีการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยก็ยัง "เอาอยู่"
ต่อให้หมดยุคยิ่งลักษณ์ ก็ยังมี "ลูกโอ๊ค" พานทองแท้ ที่นับวันจะเลือกชกกับรุ่นใหญ่ในเฟซบุ๊ก ตามแนว "นักเลงคีย์บอร์ด" ถึงเวลาก็น่าจะมีบารมีมากพอที่จะก้าวขึ้นตำแหน่งใหญ่ได้ไม่ยากนัก เพราะคนคุมจังหวะคุมเกมยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
............
หมายเหตุ : สถานการณ์เปลี่ยน-เกมไม่เปลี่ยน : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา)



