
การทำศัลยกรรม:ความล้มเหลวของการศึกษา
การทำศัลยกรรม:ความล้มเหลวของการศึกษา : บทบรรณาธิการประจำวันที่6ก.ค.2555
กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม ซึ่งทั้งวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามกันมากกรณีมีการนำเสนอข่าว น.ส.เบญญาภา เสนาจันทร์ บัณฑิตจบใหม่จากภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 2 เกิดเครียดคิดไม่ตกถึงขั้นคิดสั้นผูกคอตายในบ้านพัก ทั้งๆ ที่เตรียมเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ สาเหตุมาจากความผิดหวังที่ไปทำศัลยกรรมใบหน้าแล้วไม่ได้ผลตามที่คาดหวังไว้
ประเด็นหนึ่งที่ตั้งคำถามกันมากก็คือ ออกจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไปหรือไม่ที่คนระดับบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 2 คณะอักษรศาสตร์จากมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไทย จะไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์จนถึงขั้นปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล กระทั่งยอมผูกคอตายง่ายๆ เพียงเพราะผิดหวังที่ทำศัลยกรรมแล้วออกมาไม่สวยดังใจหวัง ดังที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้
ถ้าเป็นจริงตามนี้ก็สะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบการศึกษาที่ไม่สามารถสอนนักเรียนนักศึกษาให้ตระหนักถึงสัจธรรมข้อที่ว่า ความงามภายในนั้นสำคัญกว่าความงามภายนอกที่ไม่จีรังยั่งยืน หรือความรู้ ความสามารถและความดี ย่อมสำคัญกว่าความงามภายนอก อีกทั้งยังประจานความล้มเหลวของระบบสังคม ที่มีแต่ทำให้คนยึดมั่นถือมั่นและหลงใหลแต่ความงามภายนอก
นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ความเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากจะสะท้อนค่านิยมของสังคมในภาพรวมแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวในปัจจุบัน ที่ให้คุณค่าเรื่องของรูปร่างหน้าตามากผิดปกติ ส่วนหนึ่งอาจเป็นปัญหาสุขภาพจิตของคนกลุ่มนี้เอง โดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่วิตกกังวลเกินเหตุ กลุ่มที่สองมักจะคิดว่ารูปร่างหน้าตาตัวเองบกพร่องตลอดเวลาและจะหันไปพึ่งพาการทำศัลยกรรมครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่เคยพอใจในสิ่งที่ทำ ส่วนกลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มที่มีภาวะซึมเศร้า ทำให้มองตัวเองติดลบ โดยเฉพาะการไม่พอใจรูปร่างหน้าตา หมกมุ่นแต่จะลดความอ้วน การดัดฟัน การผ่าตัด หรือการฉีดเพื่อความสวยงาม
นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชี้ด้วยว่า กลุ่มคนเหล่านี้อาจเกิดภาวะซึมเศร้าและเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายได้ในที่สุด สอดคล้องกับความเห็นทางวิชาการของ นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย กรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลมนารมย์ ที่ว่า คนเราแต่ละคนมีจิตใจแข็งแรงไม่เท่ากัน ทำให้ความสามารถในการรับความกดดันในชีวิตไม่เท่ากัน คนที่ประสบภาวะเครียดบ่อยๆ เป็นระยะเวลายาวนาน บางครั้งก็ทำให้เกิดอาการอ่อนล้าทางด้านจิตใจ ในรายที่อาการรุนแรงอาจจะมีความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ อยากฆ่าตัวตาย
แต่ในกรณีของน.ส.เบญญาภา เสนาจันทร์ นั้น มารดาของเธอยืนยันว่า ลูกสาวไม่เคยเสริมจมูกทำคางดังที่ปรากฏเป็นข่าว เพียงแค่ทำศัลยกรรมแก้ไขริมฝีปากหนาเท่านั้น แต่ช่วงหลังรู้สึกว่าลูกสาวสับสน ซึ่งไม่ทราบว่าเรื่องใด ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นใด กรณีของ น.ส.เบญญาภา เสนาจันทร์ คงจะช่วยเตือนสติสังคมให้หันมาใส่ใจปัญหาของวัยรุ่นให้มากขึ้น ดีกว่าจะมาแก้ไขเมื่อสายเกินไปเสียแล้ว



