คอลัมนิสต์

บททดสอบจริยธรรมสื่อ

บททดสอบจริยธรรมสื่อ

04 ก.ค. 2555

บททดสอบจริยธรรมสื่อ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 4 ก.ค.2555

               ภาพและข่าวที่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น ข้อความที่ส่งผลกระทบต่อเกียรติยศ ชื่อเสียงของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยคู่กรณีไม่มีโอกาสพูดหรือชี้แจง ยังปรากฏอยู่ในสื่อทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ สื่อวิทยุและโทรทัศน์ รวมทั้งสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์เช่นนี้ อาจอธิบายถึงจิตสำนึกความรับผิดชอบของสื่อที่มีต่อสังคม ว่ายังมิได้ตระหนักถึงการทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดี ที่จำเป็นต้องมีวิจารณญาณในการคัดเลือกภาพและข่าว ก่อนที่จะเผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยเฉพาะข่าวประเภทอาชญากรรม การตีพิมพ์ภาพเด็กและผู้หญิงที่ถูกข่มขืน หรือล่วงละเมิดทางเพศ ภาพข่าวอุบัติเหตุ ภาพข่าวผู้ตกเป็นเหยื่อของผู้ก่ออาชญากรรม ประชาชนผู้บริโภคจะคาดหวังว่าสื่อเหล่านี้จะมีความรับผิดชอบ หรือมีองค์กรอิสระที่จะมาตรวจสอบการทำงานเพื่อให้อยู่ในกรอบของจริยธรรมได้หรือไม่ อย่างไร นี่เป็นคำถามของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ องค์กรอิสระที่ก่อตั้งโดยผู้ประกอบวิชาชีพว่าจะมีความเชื่อถือ ไว้วางใจในการดูแลกันเองอย่างไร
 
               สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เดินทางมาถึงวันนี้อายุครบ 15 ปีแล้ว เป็น 15  ปีที่สภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ภาคีสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งได้เติบโต ขยายตัวจากสื่อหนังสือพิมพ์ไปสู่สื่ออื่นๆ ที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น มีนักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่ๆ ที่ไม่มีโอกาสผ่านประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ และอบรมบ่มเพาะในเรื่องจิตสำนึกในเชิงจริยธรรมเข้ามาสู่วงการมากขึ้น มีความท้าทายใหม่ๆ ในเรื่องอิทธิพลและผลประโยชน์มากขึ้น รวมทั้งมีนักธุรกิจสื่อ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในอดีตชัดเจนยิ่งขึ้นมองอดีตผ่านปัจจุบัน ไปในอนาคต หากสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติไม่ทบทวนบทบาท และปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทสังคมที่เปลี่ยนไป ก็อาจมีความยากลำบากยิ่งในการดำรงตนเป็นสถาบันกลางในการควบคุม ดูแลกันเอง และในที่สุดการมีอยู่ของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ก็อาจไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
 
               สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ในฐานะหน่วยย่อยในโครงสร้างใหญ่สื่อมวลชน ที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากยุคผู้ประกอบการรายย่อย จนถึงยุคที่กิจการสื่อกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จากยุคที่มีการดำเนินกิจการสื่อหนังสือพิมพ์แต่เพียงโดดๆ หรือช่องทางสารที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน จนมาถึงยุคของการหลอมรวมสื่อ หรือ Media Convergence จากยุคที่สื่อค่อนข้างเป็นเอกภาพ มีแนวคิด จุดยืนในเชิงอุดมการณ์ที่คำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะใกล้เคียงกัน มาเป็นยุคที่สื่อถูกแยกแบ่งเป็นค่าย เป็นสี เป็นสื่อแท้ สื่อเทียม และมีความรับผิดชอบทั้งในเชิงการเป็นสถาบันสาธารณะ และองค์กรธุรกิจ ที่ต้องมีกำไร-ขาดทุน เป็นตัววัดความสำเร็จ ซึ่งแปลว่า จะต้องเสนอภาพและข่าวที่ขายได้ ในบางครั้ง อาจสำคัญกว่าความรับผิดชอบในเชิงจริยธรรม อันเป็นเหตุให้สื่อละเมิดสิทธิบุคคลอื่นอยู่เนืองๆ เหล่านี้เป็นความท้าทาย เป็นหน้าที่ และเป็นประเด็นที่เรียกร้องความกล้าหาญทางจริยธรรมของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ที่ต้องทำงานกำกับ ดูแลกันเองอย่างตรงไปตรงมา เพื่อความเชื่อถือในสื่อทั้งระบบ
 
               วันนี้ครบรอบ 15 ปีสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ มีการจัดงานเล็กๆ ภายใน โดยเชิญอดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติตั้งแต่ยุคแรกจนถึงยุคปัจจุบัน มาร่วมวงเสวนา ภายใต้หัวข้อ “ย้อนอดีต สู่ปัจจุบัน มุ่งอนาคต คนหนังสือพิมพ์” ที่สภาการหนังสือพิมพ์ ถนนสามเสน กรุงเทพมหานคร ยังพอมีที่ทางที่จะต้อนรับท่านที่สนใจงานของสภาการหนังสือพิมพ์ งานจะเริ่มในช่วงบ่ายเป็นต้นไป วันนี้ การประพฤติผิดหลักการ หรือละเมิดจริยธรรมของสื่อมวลชนมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น มีช่องทางในการประพฤติผิดจรรยาบรรณมากขึ้น นอกเหนือจากสื่อหนังสือพิมพ์ มีประเด็นที่ต้องถกเถียงและตีความมากขึ้น เช่นการผลิตและหลอมรวมเนื้อหาของสื่อในหลายแพลตฟอร์ม ที่ก้าวข้ามทั้งขั้นตอนของการบรรณาธิกร และทั้งไม่ได้ผูกติดไว้กับสื่อหนังสือพิมพ์อีกต่อไป เช่นนี้จะควบคุม ดูแลกันอย่างไร เป็นเรื่องที่ผู้บริโภคข่าวสารต้องใส่ใจ เพื่อให้รู้เท่าทันสื่อในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป