คอลัมนิสต์

ไทยตื่นตัวรับประชาคมอาเซียนแต่...

ไทยตื่นตัวรับประชาคมอาเซียนแต่...

03 ก.ค. 2555

ไทยตื่นตัวรับประชาคมอาเซียนแต่...: โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจาวร

               ไทยตื่นตัวมากในการรับประชาคมอาเซียนที่จะมาถึงในอีกเก้าร้อยกว่าวัน ทุกกระทรวง ทุกกรม ล้วนอ้างอิงถึงประชาคมอาเซียนในทุกเรื่องและบริบท ที่น่าเสียดายก็คือ ต่างฝ่ายต่างทำ อาจจะเป็นเพราะรัฐบาลชุดนี้ใจดีให้งบเงินมาเยอะ ไม่ดูสารัตถะกันให้ดี มีแต่งานโปรโมชั่นประชาคมอาเซียนอย่างเดียว โดยเฉพาะในเรื่องตีพิมพ์ ไม่มีผลงานมีคุณภาพที่เป็นงานสร้างสรรค์ มีแต่ก๊อบปี้คนอื่น
 
               เป็นที่รู้กัน รัฐบาลของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มีบทบาทในอาเซียน ที่ผ่านมาเกือบสิบเดือนในระดับผู้นำฝ่ายไทยไม่มีการแสดงความคิดเห็นอะไรที่เป็นแก่นสาร มีแต่งานประจำที่ประสานต่อจากรัฐบาลชุดก่อน น่าแปลกใจ ที่รัฐบาลกลับมาส่งเสริมเรื่องประชาคมอาเซียนอย่างถล่มทลาย
 
               ในสามเสาหลัก เสาเศรษฐกิจได้รับการประชาสัมพันธ์มากที่สุดจนกลายเป็นเรื่องที่คนไทยทั่วไปคิดว่าเสาหลักนี้เป็นจุดมุ่งหมายของประชาคมอาเซียน จึงเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาว่า ในอนาคตตอนมีประชาคมอาเซียน เราจะสู้เพื่อนบ้านเราไม่ได้ เอกชนไทยขึ้นชื่อว่าเอาตัวรอดเก่ง ไม่ต้องรอการตัดสินใจรัฐบาลเพราะรู้ดีว่าพึ่งอะไรไม่ค่อยได้อยู่แล้ว แต่พอเอาเอกชนไทยมาเปรียบเทียบกับภาคเอกชนของอาเซียนอื่น มีบางกลุ่มของไทยเริ่มกลัว ขาชักสั่นเพราะรู้ว่าดีว่าสู้เอกชนสิงคโปร์และมาเลเซียไม่ได้ ต้องฝึกพูดภาษาอังกฤษ บางคนเลยเถิดเรียกร้องให้รัฐบาลต้องค่อยเป็นค่อยไป
 
               ส่วนภาควิชาการก็มีการตื่นตัวเป็นพิเศษ ข้ามวันมีผู้เชี่ยวชาญอาเซียนเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดมหาวิทยาลัยบางแห่งได้จัดตั้งศูนย์อาเซียนขึ้นมารองรับงบรัฐบาลที่จัดสรรให้ บางแห่งได้เป็นหลายร้อยล้าน ผู้เชี่ยวชาญอาเซียนไทยไม่จำเป็นต้องมีผลงานเอาแต่ผลงานปากก็เพียงพอ ทั้งๆ ที่ไม่รู้อะไร มีแต่พูด ก็สามารถเข้ามามีบทบาทกำหนดทิศทางเรื่องไทยกับอาเซียนทั้งการสอนหรือวางแผนนโยบายได้
 
               ในสิงคโปร์และมาเลเซียมีสถาบันศึกษาอาเซียนเพียงแห่งเดียว แต่มีผลงานคุณภาพ ผิดกับของไทยซึ่งตอนนี้มีการจัดตั้งศูนย์อาเซียนในลักษณะต่างๆ ทั่วประเทศมากกว่าหนึ่งโหล แนวโน้มมีมากขึ้น
 
               เวลาคนไทยเห่ออะไรก็จะทำอย่างสุดๆ ถ้าดูสภาพสังคมไทยในวันนี้ ตามจริงเราเข้าสู่ประชาคมเกาหลีไปแล้ว วัยรุ่นไทยกระตือรือร้นไปไกลเหลือเกินที่จะเรียนรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเกาหลี ไม่เห็นต้องตั้งศูนย์เกาหลีเต็มบ้านเต็มเมืองให้เสียงบประมาณ
 
               รัฐบาลไทยต้องทำเป็นตัวอย่างเสียก่อน ถ้าผู้นำส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจอาเซียนเสียแล้ว จะมาชักจูงให้ประชาชนรู้เรื่องและเข้าใจอาเซียนคงเป็นเรื่องยาก ขณะนี้ต้องยอมรับว่าบทบาทไทยในอาเซียนตกต่ำ เพราะมัวแต่ยุ่งกับการกลับไม่กลับของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณนั้นเอง
 
               ในสมัยก่อนไทยไม่มีคู่แข่ง เพื่อนบ้านก้าวตามไม่ทัน หลังสงครามโลก 65 ปีที่ผ่านมา เราไม่ได้ใช้โอกาสทองนี้อย่างเต็มที่ ขณะนี้ เพื่อนบ้านทุกประเทศมีโอกาสเท่ากันกับไทยหมด ความสนใจของประชาคมโลกไม่ได้อยู่ที่ไทยอีกต่อไป มุ่งไปที่พม่า กัมพูชาเสียมากกว่า นโยบายชัดเจนกว่า
 
               ประชาคมอาเซียนช่วยอุ้มชูอนาคตไทยได้ ถ้าเราเตรียมพร้อมให้ดี มีแผนยุทธศาสตร์เป็นหนึ่งเดียวที่สามารถนำมาปฏิบัติได้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำแบบลวกๆ เพื่อใช้งบประมาณให้หมด
 
               ตามจริงไทยจัดตั้งสถาบันศึกษาอาเซียนแห่งเดียวก็เพียงพอ รวบรวมนักวิชาการทั้งหลายในประเทศมาร่วมมือกัน ที่เป็นอยู่ยังไม่มีการประสานงานกัน มีแต่จะจัดตั้งสถาบันของตัวเองเพราะมีงบมาใช้นั่นเอง