
รัฐบาลต้องลงมือเอง
รัฐบาลต้องลงมือเอง : บทบรรณาธิการประจำวันที่3มิ.ย.2555
กลายเป็นเทศกาลปกติไปแล้วสำหรับช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลโลก หรือฟุตบอลยูโร ก่อนเปิดฤดูกาล ก็จะต้องมีการจัดตั้งศูนย์ปราบปรามการพนันฟุตบอล และเมื่อฤดูกาลสิ้นสุด ก็ต้องมีการแถลงผลสรุปการจับกุม ยอดเงินหมุนเวียน และการป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจจะตามมา ครั้งนี้ก็เช่นกัน พล.ต.ต สาโรจน์ พรหมเจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปราบปรามการพนันฟุตบอล ยูโร 2012 กองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลจับกุมนักพนันฟุตบอลตลอดการแข่งขัน 19 แมทช์ระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน-1 กรกฎาคม จับกุมผู้ต้องหาได้ 2,064 คน เจ้ามือ 58 คน ผู้เล่น 2,006 คน ยึดเงินสดของกลาง 174,220 บาท และเงินหมุนเวียนในโพย จำนวน 6,170,000 บาท
เนื้อหาที่ตำรวจนครบาลนำมาแถลงครั้งนี้ดูดีกว่าฤดูกาลที่แล้ว คือ มีรายละเอียดว่า ช่วงอายุของนักพนันนั้นอยู่ประมาณเท่าไหร่ บก.น.ไหนที่สามารถจับกุมได้มากที่สุด พร้อมกับบอกด้วยว่า หลังการแข่งขันจบลงจะส่งผลต่อคดี
อาชญากรรมต่างๆ ที่อาจตามมา และได้เตรียมมาตรการป้องกันในสิ่งที่น่ากังวลเหล่านั้นอย่างไรบ้าง กำชับให้จับตาแก๊งทวงหนี้เป็นพิเศษ ซึ่งเป็นการวางแผนงานจากประสบการณ์ที่ผ่านๆ มา ซึ่งก็พอจะบอกได้ว่า น่าชื่นชม เพียงแต่ยังคงมองเฉพาะในมุมของการป้องกันและปราบปรามในส่วนที่ตำรวจจะต้องทำเท่านั้น แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นส่วนที่อยู่ปลายน้ำแล้ว และฤดูกาลแข่งขันก็จบลงไปแล้ว เท่าที่ทำได้ก็คงจะมีแค่นั้น
เรื่องนี้ หากรัฐบาลมองเห็นปัญหาแต่แรกว่า การพนันฟุตบอลนั้นจะส่งผลกระทบต่อสังคมด้านใดบ้าง ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมรุนแรงแค่ไหน ทำลายอนาคตของชาติได้อย่างไร ก็คงจะไม่ปล่อยให้เรื่องสำคัญเช่นนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ปลายน้ำรับผิดชอบไปทั้งหมด ถึงแม้ว่าเมื่อมีฤดูการแข่งขันฟุตบอล การพูดคุยและการต่อรองราคาจะเกิดขึ้นโดยทั่วไป แต่ทุกคนก็รู้ดีว่า ปัญหาความรุนแรงในเรื่องนี้อยู่ที่สถานศึกษาที่ไม่ใช่เพียงแค่ในรั้วมหาวิทยาลัย หากแต่ลุกลามเข้าไปถึงรั้วโรงเรียนมานานแล้ว
จำนวนลีกการแข่งขันฟุตบอลที่มีอยู่จำนวนมากทำให้ความรุนแรงของการพนันฟุตบอลนั้น แทบจะไม่ต่างจากการระบาดของยาเสพติด ที่ร้ายไปกว่าก็คือ การเข้าถึงการพนันฟุตบอลนั้นง่ายกว่าการซื้อยาเสพติด ขณะที่ผลร้ายที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบที่น่าจะรุนแรงกว่า ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรม สังคม-ครอบครัว และเศรษฐกิจ
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรจะหันมาเอาใจใส่ปัญหาการพนันฟุตบอลอย่างจริงจัง ด้วยการประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ก็ไม่น่าจะดูใหญ่โตเกินไป แต่มันจะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตื่นตัวแล้วร่วมใจหาทางป้องกันตั้งแต่ก่อนที่ปัญหาจะเกิด ขณะเดียวกันก็ควรปรับแก้กฎหมายเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่ไปมีส่วนเกี่ยวข้องให้มากเป็นเท่าตัว เพราะส่วนใหญ่เจ้ามือมักจะมีเจ้าหน้าที่หนุนหลัง แม้ว่าเรื่องนี้จะมีคนบอกว่าการพนันเป็นสิ่งที่อยู่ในสายเลือด แต่หากไม่มีมาตรการควบคุมเอาเสียเลย ก็รู้กันอยู่ไม่ใช่หรือว่า สิ่งที่จะตามมานั้นมันรุนแรงและไม่สิ้นสุด



