
ชุมชนเข้มแข็งเสริมสร้างรากแก้วให้เยาวชน
ชุมชนเข้มแข็งเสริมสร้างรากแก้วให้เยาวชน : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 29 มิ.ย.2555
สังคมไทยต่างอเนจอนาถใจไปตามๆ กัน กรณีมีข่าวนักศึกษาจากสถาบันดังใน จ.เพชรบุรี 10 คน นัดกันหนีโรงเรียนไปเปิดโรงแรมม่านรูด โดยส่อว่ามีพฤติกรรมมั่วสุมทางเพศ ขณะเดียวกันก็มีการเผยแพร่คลิปนักเรียนหญิง-ชายแต่งกายในชุดเครื่องแบบนักเรียนมัธยมมั่วเซ็กส์กลางโรงภาพยนตร์ใน จ.ราชบุรี แต่ที่น่าอเนจอนาถใจยิ่งกว่าก็คือ กรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผู้บริหารสถานศึกษา ตำรวจและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาเด็กและเยาวชน ต่างไม่เคย "คิดใหม่ ทำใหม่" เพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนอย่างถาวรทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
จะว่าไปแล้วปัญหานักเรียนช่างกลยกพวกตีกัน ปัญหานักเรียนมั่วสุมทางเพศ ปัญหานักเรียนท้องในวัยเรียน ติดยาเสพติด ฯลฯ เป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่สมัยก่อนไม่มีการเผยแพร่คลิปเหมือนเช่นขณะนี้ แต่ไม่ว่าจะอยู่ในยุคนิวมีเดียหรือไม่ก็ตาม ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างใช้วิธีการแบบเดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยไม่เคยมีการสาวลึกไปถึงต้นตอของปัญหาเพื่อจะได้แก้ไขให้ตรงจุด การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจึงเป็นไปอย่างฉาบฉวยในรูปแบบเดิมๆ ด้วยการหาแพะรับบาป หรือจับนักเรียนมาลงโทษ ฯลฯ ที่สำคัญไม่มีการคำนึงว่าการกระทำเช่นนั้นขัดต่อ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 หรือไม่ นอกเหนือจากปล่อยปละละเลยปล่อยให้ตัวการเผยแพร่คลิปลอยนวลอยู่ในวงสังคมต่อไปโดยไม่ถูกลงโทษหรือต้องโทษสถานเบา
การที่ผู้ว่าฯ เมืองเพชรได้สั่งเพิ่มมาตรการเข้มงวดในการดูแลนักเรียนที่มีพฤติกรรมไม่ดี อีกทั้งให้เข้มงวดโรงแรม หอพัก ตลอดจนขอไม่ให้สถานศึกษาซ้ำเติมเด็ก ขณะที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้แต่ดำริให้ตั้งศูนย์รับแจ้งข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ผู้ที่เห็นพฤติกรรมของนักเรียนที่ส่อไปในทางไม่ดีสามารถแจ้งมายังศูนย์ได้ ถือเป็นเพียงมาตรการเบื้องต้นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่สิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพึงกระทำทันทีก็คือการเร่งสร้างชุมชนให้เข้มแข็งเพื่อร่วมกันสร้างรากแก้วให้เด็กและเยาวชนทดแทนครอบครัวที่ขาดความอบอุ่น เพื่อให้เด็กได้มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง จนไม่คิดแสวงหาสิ่งชดเชยในทางผิดๆ อาทิ หนีโรงเรียน จับกลุ่มก่ออาชญากรรม ก่อความรุนแรง เล่นเกม ติดยาเสพติด มั่วสุมทางเพศ ฯลฯ
รัฐบาลเองควรจะต้องสนับสนุนโครงการเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็งอย่างเป็นระบบ เพื่อดึงเยาวชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ หรืออาจจะกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติสนับสนุนให้ทุกชุมชนมีกลไกการทำงานที่เป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้น มีการเตรียมพร้อม รวมทั้งการฟื้นฟูหลังจากเกิดเหตุ ตลอดจนโน้มน้าวให้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ท โรงภาพยนตร์ หอพัก หรือร้านเกม เพราะการปล่อยปละละเลยให้เด็กมีพฤติกรรมเสี่ยงเท่ากับทำผิดพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546



