คอลัมนิสต์

บูรณาการกู้ภาพลักษณ์

บูรณาการกู้ภาพลักษณ์

28 มิ.ย. 2555

บูรณาการกู้ภาพลักษณ์ : บทบรรณาธิการประจำวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2555

               ต้องถือว่า เคราะห์ยังดีระดับหนึ่งที่นายแบงก์ ไลท์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ไม่เสียชีวิตด้วยคมมีดของวัยรุ่นชาวไทยตามแหม่มชาวออสเตรเลียซึ่งถูกฆ่าชิงทรัพย์ที่ จ.ภูเก็ต ไปเมื่อคืนวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา อีกราย ไม่เช่นนั้นแล้ว ภาพลักษณ์ประเทศไทยจะต้องตกอยู่ในภาวะความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก ทำลายการท่องเที่ยวให้พินาศย่อยยับ เหตุการณ์ล่าสุดนี้ เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ขณะรถทัวร์ไม่ประจำทางของบริษัท สุราษฎร์ 111 ทัวร์ หมายเลขข้างรถ 31-742 นำผู้โดยสารประมาณ 20 คนมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี ปลายทางกรุงเทพฯ แต่ก็มาจอดทิ้งนายแบงก์ ไลท์ กับภรรยาไว้ที่ปั๊มน้ำมันสมุทรสาคร โดยอ้างว่ารถเสีย เหตุวิวาทเกิดขึ้นเมื่อนักท่องเที่ยวพบว่าทรัพย์สินของตนหายไป หลังจากที่โทรศัพท์เรียกรถให้ย้อนกลับเอาของที่ลืมไว้มาคืน เด็กรถจึงระบายโทสะด้วยมีดจนนายแบงก์ ไลท์ เจ็บสาหัส
 
               ถึงแม้เหตุการณ์ทำนองนี้จะเป็นเรื่องซ้ำๆ ซากๆ ที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น หากแต่คนไทยเจ้าของประเทศเองก็มีไม่น้อยที่ต้องจบชีวิตลงอย่างง่ายๆ เพียงเพราะกระบวนการตรวจสอบการให้บริการขาดไร้ซึ่งมาตรฐานโดยสิ้นเชิง และถ้าหากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังเห็นเป็นเรื่องเล็กธรรมดาสามัญของการวิวาทประจำวัน หรือคิดไปว่า เมื่อพูดจาไม่เข้าหูกันแล้ว ไม่ว่าฝรั่งหรือไทยก็ฆ่ากันได้ทั้งนั้น ย่อมไม่ได้การแน่ เพราะถึงอย่างไร ในฐานะผู้ให้บริการ ซึ่งนอกจากจะเอารัดเอาเปรียบผู้โดยสารแล้ว เด็กรถยังพกพาอาวุธที่พร้อมยัดเยียดความตายให้แก่ผู้โดยสารได้ทุกเมื่อเพื่อระบายอารมณ์ เช่นนี้แล้ว ย่อมมีคำถามว่า เหตุใดหน่วยงานของรัฐผู้มีหน้าที่กวดขันตรวจสอบการให้บริการขนส่งสาธารณะจึงปล่อยปละละเลยให้อันธพาลประพฤติหยาบช้ากับประชาชนคนบริสุทธิ์ได้ถึงเพียงนี้
 
               กรณีที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นปัญหาหลายประการด้วยกัน นอกจากมาตรฐานการให้บริการขนส่งแล้ว ยังรวมถึงความเข้มงวดกวดขันของเจ้าหน้าที่ ที่จะต้องคอยสอดส่องดูแลไม่ให้คนกลุ่มเสี่ยงเล็ดลอดเข้ามาอยู่ในงานด้านนี้ได้ อีกทั้งมาตรการเชิงรุกของฝ่ายตำรวจ โดยเฉพาะตำรวจที่จะต้องตรวจตราอาวุธนานาชนิดอย่างเข้มงวด ขณะที่การติดตามดำเนินคดีก็จะต้องฉับไวและเที่ยงธรรม อย่างเช่นคดีสังหารแหม่มชาวออสเตรเลีย ที่ จ.ภูเก็ต เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงมาตรฐานการดูแลความปลอดภัยแก่ทุกชีวิต โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นอาคันตุกะของประเทศ
 
               นอกเหนือจากการทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งของตำรวจ โดยเฉพาะตำรวจท่องเที่ยวแล้ว หน่วยงานด้านนโยบาย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ ก็จะต้องร่วมกันบูรณาการแผนงานระยะยาว เพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวได้ว่า ทุกย่างก้าวที่อยู่ในประเทศไทย ทุกคนจะต้องได้รับการคุ้มครองอย่างปลอดภัยภายใต้กฎหมายที่เข้มงวดและเจ้าหน้าที่เอาจริงเอาจัง เหตุการณ์แทงนายแบงก์ ไลท์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเมื่อวันก่อนนั้นย่อมเกิดขึ้นไม่ได้อย่างแน่นอน ถ้าหากกระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบกสอดส่องเอาใจใส่บริษัทรถทัวร์ต่างๆ ถ้าหากตำรวจท่องเที่ยวหมั่นตรวจตรานักท่องเที่ยวพร้อมๆ กับผู้ให้บริการรถโดยสารตามแผนงานที่วางไว้ร่วมกันอย่างรัดกุม