
อย่ามัวแต่ตั้งรับ
รัฐบาลเพิ่งตาสว่าง หรือตั้งหลักได้ จึงได้เร่งงานให้ทำการประชาสัมพันธ์ผลงานที่ผ่านมาในช่วงกว่า 4 เดือนว่าประสบความสำเร็จด้านใดบ้าง และจะทำได้มาก น่าเชื่อถือเพียงใด ยังขึ้นอยู่กับฝีมือ ความสามารถของคณะทำงานว่า
จะรวบรวมประมวลความสำเร็จและนำเสนอได้มากน้อยเพียงใด และผลจากการนำเสนอของสื่อจะเป็นอย่างไร หลังจากความล้มเหลวในการใช้องค์กรสื่อของรัฐทำงานเพื่อรัฐบาล โดยเฉพาะการให้ข้อมูล ความจริง ของวิกฤติเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
คงมองได้ว่ารัฐบาลไม่ยอมเป็นฝ่ายตั้งรับ หลังจากไม่ยอมเป็นฝ่ายรุกตลอดมา ยอมให้กลุ่มซึ่งอยู่ตรงกันข้าม เช่น พรรคฝ่ายค้าน กลุ่มกดดัน โดยเฉพาะมวลชนเสื้อแดง และอดีตผู้นำรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้ช่วงชิงการนำของข่าว จนนำไปสู่การชุมนุม ความรุนแรง ก่อการจลาจล และการพยายามสังหารนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถึง 2 ครั้งในเวลาใกล้เคียงกัน
ทุกวันนี้รัฐบาลยังคงตกเป็นรองด้านการข่าว และการยึดกุมเวลาของการนำเสนอข่าว จะเห็นได้ว่ากิจกรรมการเมืองโดยกลุ่มมวลชนเสื้อแดง พรรคฝ่ายค้าน จะถูกสื่อนำเสนออย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะมีเนื้อหาสาระจำเป็นต่อประชาชนอย่างไรก็ตาม ทำให้ดูเหมือนว่าความเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวของกลุ่มอยู่ตรงข้ามรัฐบาลได้กลายเป็นจุดขาย หรือเป็นเพราะการเลือกปฏิบัติ การฝักใฝ่ต่อกลุ่มการเมืองโดยองค์สื่อ ผู้บริหารสื่อ หรือบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการเลือกสรรข่าวเพื่อนำเสนอต่อสังคม
ความคิดใช้สื่อเพื่องานประชาสัมพันธ์เกิดขึ้นหลังจากนายกฯ ได้ไปเข้าร่วมสัมมนาด้านสื่อในพัทยา คงได้เล็งเห็นความสำคัญ และความจำเป็นต้องใช้สื่อ เพราะยังได้กล่าวว่าอยากทำงานด้านวิเคราะห์ข่าวหากไม่ต้องทำงานการเมือง ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่านายกฯ อภิสิทธิ์นั้นตระหนักว่าสื่อมีพลังอำนาจในการกำหนดทิศทาง การชี้นำ หรือมีอิทธิพลต่อทิศทางความคิดของประชาชน
หลักฐานที่เห็นได้ชัดก็คือกลุ่มต่อต้านรัฐบาลได้ใช้สื่ออย่างเต็มที่ ให้ได้ผล เช่น การให้ความจริงครึ่งเดียว การบิดเบือนข้อมูล จนถึงขั้นโกหกอย่างเปิดเผย ทั้งในสภาและในที่สาธารณะโดยผู้ทำหน้าที่สื่อไม่ได้คัดกรองหรือวิเคราะห์ว่าถ้อยคำ คำอ้างนั้นเป็นจริงหรือโกหก แต่เน้นเพียงการถ่ายทอดประการเดียวทำให้ผู้ขาดความเข้าใจ เล่ห์กลในการใช้ข่าวสารข้อมูลเท็จ ตกเป็นเหยื่ออย่างง่ายดาย และเป็นปัญหาสำหรับรัฐบาลต้องแก้ไขด้วยความยากลำบาก เพราะข้อมูลเท็จได้ซึมลึกแล้วนั่นเอง ขณะที่การไม่ใช้สื่อตอบโต้ อธิบาย ชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยข้อมูลอย่างทันควัน ทำให้ถูกมองว่าการนิ่งเฉยคือการยอมรับ จำนนต่อหลักฐานและข้อกล่าวหาของฝ่ายตรงกันข้าม
การนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเป็นการตอบโต้ก็ตาม จำเป็นต้องใช้ผู้มีประสบการณ์ ความรู้ ความเป็นมืออาชีพ ความน่าเชื่อถือ เช่น นักโฆษณาประชาสัมพันธ์ซึ่งมีความรอบรู้ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และภาคอื่นๆ เพราะงานลักษณะนี้ไม่ใช่การโฆษณาสินค้าประจำบ้าน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประสบความสำเร็จ และต้องมีสื่ออยู่ในสภาพพร้อมทำงานได้ทันท่วงที ก่อนที่ข่าวบิดเบือนจะสร้างความเสียหายมากเกินไป ดังนั้นรัฐบาลต้องตระหนักให้เห็นความสำคัญ เพราะหากทำงานไม่ดี อาจถูกมองว่าเป็นงานโฆษณาชวนเชื่อก็ได้



