
ปืน-เด็กแว้นและตำรวจ
ปืน-เด็กแว้นและตำรวจ : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
"ปืนเกลื่อนทั่วกรุง" เป็นเพียงแค่ความจริงส่วนหนึ่งเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วปืนเถื่อนมิได้เกลื่อนทั่วกรุงหรือเกลื่อนเฉพาะพื้นที่สีแดงที่หมายถึงเพียงนครบาล ภาค 7 และ ภาค 1 เท่านั้น หากแต่เกลื่อนทั่วทุกภาคและกระจายเข้าสู่กลุ่มเยาวชนซึ่งมิใช่ปรากฏการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น หากแต่ปรากฏการณ์การครอบครองและใช้อาวุธปืนในกลุ่มเยาวชนที่นิยมใช้รถจักรยานยนต์ในรูปแบบซิ่ง การเสพและจำหน่ายยาเสพติดได้ก่อตัวมานานนับทศวรรษแต่ได้รุนแรงมากขึ้นในห้วงเวลาครึ่งทศวรรษหลังมานี้...ทำไมเยาวชนไทยจึงก้าวเข้าสู่วิถีการใช้ความรุนแรงซิ่งรถ ซ่ากระทำรุนแรงระหว่างกันในรูปแบบต่างๆ การมั่วเซ็กส์และการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงการก่ออาชญากรรมต่างๆ เช่น โจรกรรมรถจักรยานยนต์และรถยนต์? ใครอยู่เบื้องหลังการกระทำรุนแรงของเยาวชนเหล่านี้? การรุมประณามหรือเพ่งโทษโดยมุ่งเป้าอยู่ที่ตัวเยาวชนและครอบครัว เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ตรงเป้าหมายหรือไม่?
สถาบันการศึกษาหล่อหลอม ขัดเกลาพฤติกรรมเยาวชนเหล่านี้อย่างไร? การปล่อยให้เยาวชนไทยอยู่นอกระบบการศึกษามาใช้ชีวิตรวมกลุ่มแก๊งจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนั้น ลำพังเพียงคำตอบว่าระบบกศน.เป็นช่องทางอีกช่องหนึ่งนั้น กระทรวงศึกษาธิการจำเป็นต้องกำกับติดตามและตรวจสอบอย่างจริงจังว่าโรงเรียนมัธยมในสังกัดทั้งหลายมีระบบการจัดการเรียนการสอนและการดูแลนักเรียนในความรับผิดชอบของตนเองในรูปแบบไหน อย่างไร? การผลักไสเด็กและเยาวชนที่ต้องการการดูแลช่วยเหลือมากเป็นพิเศษจนทำให้เด็กเหล่านี้ทนไม่ได้จนต้องอัปเปหิตัวเองออกมาจากระบบนั้น ระบบกศน.คงไม่ใช่ทางออกที่ดีที่จะรองรับสถานการณ์เช่นนี้ได้ และไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมกับคุณลักษณะของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ด้วย
หากวิเคราะห์โดยใช้หัวใจของความเป็นครูก็จะเห็นว่าการมุ่งแต่จะปั้นเด็กกลุ่มเล็กเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อให้โรงเรียนได้ชื่อเสียงโดยละเลยดูแลเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือนั้น ถือว่าครูได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ที่พึงกระทำเป็นอย่างยิ่ง...เพราะเด็กที่ครูอ้างว่าปั้นจนเข้ามหาวิทยาลัยได้นั้น แท้ที่จริงแล้วพวกเขา(ซึ่งมีจำนวนน้อย)ต่างมีครอบครัวที่ดูแลเป็นอย่างดี มีฐานะที่ดีพอที่จะไปจ่ายค่าเรียนพิเศษนอกโรงเรียน ดังนั้นการเข้ามหาวิทยาลัยได้ของเด็กเหล่านี้จึงมิใช่ความสำเร็จของครูในโรงเรียนแต่เพียงเท่านั้น...หากแต่เหล่าบรรดาเด็กและเยาวชนที่หลุดออกมาจากระบบการศึกษาและใช้ความรุนแรงอยู่ตามถนนต่างหากที่เป็นภาพสะท้อนผลการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของบรรดาครูทั้งหลายอย่างแท้จริง
“ปืน โทรศัพท์มือถือ และรถจักรยานยนต์” คือวัตถุในฝันที่เด็กหนุ่มวัย 14 ปี เฉลยภายหลังจากตั้งคำถามย้อนดิฉันว่าหากคิดว่าเข้าใจวัยรุ่นอย่างแท้จริงลองทายสิว่าวัยรุ่นอยากได้อะไร? โทรศัพท์มือถือและรถจักรยานยนต์ถือเป็นวัตถุที่ช่วยทำให้โลกของเด็กและเยาวชนแคบลงและใกล้ชิดกันมากขึ้น พวกเขาสามารถที่จะติดต่อสื่อสารกันอย่างสะดวกและมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกความรุนแรงนั้นการใช้รถขนส่งสาธารณะไม่ใช่หนทางที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ตัวตนที่พวกเขาสร้างขึ้น หากแต่รถจักรยานยนต์ที่ได้รับการตกแต่งที่ "แรงและโดน(ใจ)” ต่างหากที่เหมาะสมกับวัยโจ๋ระดับบอส
ปืนคือสัญลักษณ์ในการแสดงอำนาจ เป็นการโอ้อวดให้ทุกคนรู้ว่าผู้ครอบครองไม่ธรรมดาและเข้าข่าย "โต” เป็นสัญลักษณ์ของการมีบารมี มีผู้ให้การสนับสนุนคุ้มครองที่ "แข็ง” ในระดับที่ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวการบังคับใช้กฎหมายของตำรวจ ดังนั้นความใฝ่ฝันของเด็กรุ่นเล็ก รุ่นกลาง ที่ต้องการเทียบชั้นรุ่นใหญ่จึงพยายามที่จะแสวงหาและครอบครองปืนซึ่งหมายถึงสัญลักษณ์แห่งอำนาจและบารมี "มีปืนเหมือนมีพวกเป็นร้อย" เด็กวัยรุ่นที่นิยมความรุนแรงกล่าว
เด็กวัยรุ่นหาปืนมาจากไหน? อย่างไร? พวกเขาใช้อาวุธเหล่านี้ในเงื่อนไขใด? เพื่ออะไร? ตำรวจและกลุ่มคนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโลกความรุนแรงของเด็กวัยรุ่นเหล่านี้ควรทำเช่นไร? การกระทำที่ผ่านมาเป็นอย่างไร?ทำไมปรากฏการณ์เหล่านี้จึงทวีความรุนแรงมากขึ้น?ตัวอย่างโครงการดีๆ เช่น 3 ซ.จันทบุรี: ป้องซิ่ง ปราบซ่า หยุดยา สกัดเซ็กส์: บทบาทใหม่ของตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรต้องหันกลับมาหยิบไปวิเคราะห์พิจารณาเพื่อนำไปประยุกต์ใช้และลงมือทำอย่างจริงจังจะดีกว่าการใช้สื่อประชาสัมพันธ์สร้างภาพไปวันๆ...เรื่องเล็กๆ แค่นี้สำหรับตำรวจไทย...ขี้เล็บ!



