คอลัมนิสต์

ประโยชน์ของชาติเป็นหลัก

ประโยชน์ของชาติเป็นหลัก

27 มิ.ย. 2555

ประโยชน์ของชาติเป็นหลัก: บทบรรณาธิการประจำวันที่ 27 มิ.ย.2555

               ประเด็นการขอใช้สนามบินอู่ตะเภาขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซา) ในโครงการ "ศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองขึ้นมา หลังจากรัฐบาลพยายามผลักดันเรื่องดังกล่าว แต่พรรคฝ่ายค้านได้ตั้งข้อสังเกตที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงพร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อตกลงทั้งหมดในการขอใช้พื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่แสดงความกังวลโดยเฉพาะหากมีวาระแฝงจากเรื่องการตรวจสภาพอากาศในภูมิภาคนี้กลายเป็นเรื่องที่สหรัฐพยายามเข้ามาวางยุทธศาสตร์บางอย่าง ซึ่งทำให้ประเทศจีน พี่ใหญ่อาเซียนและมีความสัมพันธ์มายาวนานกับไทยเกิดความหวาดระแวง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม
 
               ขณะเดียวกันรัฐบาลโดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังไม่เคยตอบข้อซักถามถึงรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการนี้อย่างชัดเจน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทำนองว่า อาจเป็นเรื่องของการยื่นหมูยื่นแมวระหว่างการขอใช้สนามบินอู่ตะเภากับผลประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องกับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ในฐานะผู้หลบหนีคดี เมื่อปมนี้ถูกหยิบขึ้นมา เรื่องทางวิทยาศาสตร์เลยกลายเป็นปมทางการเมืองทันที ตรงข้ามกับนักวิชาการไทยที่เล็งเห็นประโยชน์มากกว่า อย่างน้อยนักวิทยาศาสตร์บ้านเราจะได้มีโอกาสหาประสบการณ์ร่วมกับทีมสำรวจอากาศที่มีความเชี่ยวชาญและเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยเพื่อความรอบรู้ด้านภูมิอากาศเป็นการป้องกันภัยพิบัติต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นทั้งประเทศไทยและทั่วโลก


               ที่ผ่านมารายละเอียดเกี่ยวกับโครงการไม่ว่าจะเป็นตัวอากาศยาน อุปกรณ์เครื่องใช้ในการทดลอง นักวิทยาศาสตร์ไทยกลับให้ข้อมูลได้มากกว่าฝ่ายรัฐบาลที่เป็นต้นเรื่องเสียด้วยซ้ำ แม้กระทั่งขั้นตอนการขึ้นบินสำรวจ เที่ยวบินทั้งหมดรวมถึงงบประมาณค่าใช้จ่ายของนาซาก็มีอยู่ในมือ ข้อมูลเชิงวิชาการที่เป็นประโยชน์นาซาก็ยืนยันจะนำออกเผยแพร่หลังจากเสร็จสิ้นการสำรวจ เป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ล้วนๆ อย่าเพิ่งวิตกว่าการขอใช้ฐานทัพอู่ตะเภาครั้งนี้จะมีเรื่องยุทธศาสตร์ความมั่นคงแฝงอยู่ เพราะตามข้อตกลงที่รัฐบาลได้ลงนามไว้จากถ้อยแถลงของหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างกองทัพก็สามารถตรวจสอบอากาศยานก่อนขึ้นบิน เครื่องมือที่ใช้ เชื่อว่าฝ่ายความมั่นคงต้องมีความรอบคอบและละเอียดพอ เพราะหากมีปัญหาขึ้นมารัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้
 
               เรื่องนี้อาจมองว่าเป็นความร่วมมือระหว่างไทยกับนาซา แต่ในความเป็นจริงนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยังติดตามโครงการนี้ เนื่องจากภูมิอากาศทั่วโลกมีความเชื่อมโยงกัน ถ้าโครงการนี้ล้มเลิกนั่นหมายความว่า นาซาจะต้องหาพื้นที่ใหม่ นับหนึ่งกันใหม่ สายตาของนักวิทยาศาสตร์หลากหลายสาขาทั่วโลกจะมองเราอย่างไร ฝ่ายรัฐบาลเองก็ควรชี้แจงหรือเปิดเผยข้อมูล ข้อตกลงทั้งหมดเพราะหากโครงการนี้เป็นวิทยาศาสตร์ล้วนๆ ก็ไม่น่าจะเกิดความเสียหาย ทำให้โปร่งใสหมดข้อครหา ขณะที่ฝ่ายคัดค้านเองก็ควรนำข้อมูลอีกด้านมาชี้แจงทำความเข้าใจถึงผลได้ผลเสีย และต้องไม่มีประเด็นโจมตีทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ว่ากันเฉพาะเนื้อหา ประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ หากมีรายละเอียดมากางกันดูก็จะรู้ว่าใครคือฝ่ายขวางคลอง