คอลัมนิสต์

ชะตากรรม'ตู่'กำหนดอุณหภูมิการเมือง

ชะตากรรม'ตู่'กำหนดอุณหภูมิการเมือง

26 มิ.ย. 2555

ชะตากรรม'จตุพร'กำหนดอุณหภูมิการเมือง : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา

                 สถานการณ์การเมืองสัปดาห์นี้โฟกัสคงหนีไม่พ้นความเคลื่อนไหวของ จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง ที่กำลังเดินเครื่องชนกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเต็มสูบ ถึงแม้ว่าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินใจไม่แถลงถึงเหตุผลของการยื่อขอให้ศาลอาญาถอนการประกันตัวชั่วคราวแล้วก็ตาม
 
                 กำหนดนัดเดินทางไปพบตุลาการศาลัฐธรรมนูญของจตุพร ในอังคารนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม
 
                 แน่นอนการเคลื่อนไหวทั้งหมดย่อมอยู่ในสายตา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้กำหนดเกมใหญ่ในกระดาน
 
                 ถึงแม้ว่า ก่อนหน้านี้จะเกิดความสับสนในมวลหมู่กุนซือว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเอาอย่างไร ในกรณีแก้รัฐธรรมนูญ และดันกฎหมายปรองดอง
 
                 "แดงซ้าย" เชียร์ให้รุกฆาตเผด็จศึก
 
                 อีกฟากกลับบอกให้ชะลอเกม
 
                 ท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ออกมาดูเหมือนจะเลือกฟังอีกฟากมากกว่า "แดงซ้าย"
 
                 การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญจึงยังไร้วี่แวว
 
                 นั่นก็เพราะประเมินแล้วว่า หากดันกันสุดลิ่มทิ่มประตู คนที่ซวยอาจไม่ใช่ใครที่ไหน บรรดาลูกๆ ทั้งหลายของ พ.ต.ท.ทักษิณ และอดีตภรรยาตามกฎหมาย อาจจะเดือดร้อนไปด้วย
 
                 ประการถัดมา ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนอีกล่ะ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นองสาวแท้ๆ ที่ตุปัดตุเป๋อยู่ในตำแหน่งใหญ่ แต่ไม่ประสาเกมการเมืองนั่นเอง
 
                 ถ้าหากดันกันจนแก้รัฐธรรมนูญผ่านแล้วมีผลบังคับใช้กันจริงๆ แรงกดดันมหาศาลให้ยุบสภาเพื่อใช้กติกาใหม่ก็จะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ

                 แล้วผลงานอันทุลักทุเลของรัฐบาลนี้มันจะนำพาให้รอดกลับมาเป็นรัฐบาลได้อีกหรือ?
 
                 แต่ถ้าหากปล่อยให้แม่ปูเดินเอียงซ้ายมั่งขวามั่งตามประสาปู อีก 3 ปีมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หรือให้ใกล้ๆ ช่วงท้ายแล้วค่อยเร่งเกมก็ยังทันถมถืด
 
                 คนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มองแค่ใกล้ๆ 3 เมตร 5 เมตร ที่ผ่านมา ก่อนลงเล่นการเมืองเต็มตัวก็วางแผนตั้งแต่ปี 2541-2542 ไปเตรียมตั้งพรรคไทยรักไทยเอาไว้ แล้วค่อยๆ "ใส่" การตลาดเข้าไป แล้วไปเลือกตั้งโน่น...ปี 2544 สุดท้ายก็อย่างที่รับรู้กัน พ.ต.ท.ทักษิณได้เป็นนายกฯ
 
                 หนนี้ก็เหมือนกัน
 
                 ไม่ใช่ว่า เพราะยิ่งลักษณ์เป็นน้อง พ.ต.ท.ทักษิณ แค่อย่างเดียว ยังมีนโยบายพรรค กระแสเสื้อแดง แล้วก็มีกระแส 91 ศพ มาบวกเพิ่มให้ฟรีๆ
 
                 ต้องยอมรับว่า มีผู้คนในสังคมเขารับไม่ได้กับการที่รัฐใช้กำลังกับประชาชน จนเกิดคนตาย โดยที่เขาไม่สนหรอกว่ารายละเอียดมันเป็นอย่างไร ชุดดำ ชุดด่างอะไรไม่รู้ แต่เขารู้ว่า รัฐไม่มีสิทธิปราบปรามประชาชน
 
                 มีคนคิดอย่างนั้นจริงๆ !
 
                 แล้วคะแนนพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งก็ได้มาจากตรงนี้จริงๆ
 
                 แต่วันนั้นมันต่างจากวันนี้ พรรคเพื่อไทยขึ้นมาเป็นรัฐบาลแล้ว ความกระจ่างที่สัญญิงสัญญาเอาไว้ ปีกว่าแล้วยังหายจ้อย...อันนี้ก็ต้องยอมรับมีคนไม่พอใจรัฐบาลที่ไม่ใช่แค่อืดเป็นเรือเกลือ แต่ยังทำท่าว่าจะซูเอี๋ยกับอำมาตย์
 
                 หนักเข้าไปอีก
 
                 สรุปรวมแล้วหากปุบปับ บุ่มบ่ามกันตอนนี้ ทางเสียมีมากกว่าได้
 
                 สถานการณ์จากวันนี้เป็นต้นไปที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมกุนซือทั้งหลายเฝ้าจับตามองก็คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับ จตุพร พรหมพันธุ์ ว่าจะออกหัวหรือก้อย
 
                 สิ่งที่เกิดขึ้นกับจตุพร จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดแรงเหวี่ยงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ถึงแม้ว่าในวันนี้ ตัวจตุพรเองจะค่อนข้างเชื่อว่าโดนแน่...แต่สำหรับคนอื่นๆ หรือกลุ่มอื่นนั้น ชะตากรรมของจตุพร หากต้องกลับเข้าไปใช้ชีวิตในคุกอีกครั้ง มีสองรูปแบบ คือเป็น "เหยื่อ" กับเป็น "แพะ" ไว้บูชายัญ
 
                 แต่ก็มีทางเป็นไปได้ว่า หากจตุพรโดนเต็มๆ แล้วอาจตาลปัตร เงียบเป็นเป่าสาก เพราะเห็นว่าศาลท่านตัดสินโดยชอบแล้ว หรือคิดไปเองว่า หากกระโตกกระตากมากไป ทหารบ้าจี้ขี่ม้ามายึดอำนาจมันจะวุ่นวายไปกันใหญ่ พลาดพลั้งกันอีกบรรดาลิ่วล้อทั้งหลายได้ไปนอนคุกเป็นเพื่อนจตุพรได้แบบไม่รู้ตัว
 
                 หรืออีกทางหนึ่ง ปฏิกิริยาคนเสื้อแดงเกิดไม่พอใจ แห่กันออกมาประท้วงกันยกใหญ่ มันก็มีโอกาสเป็นไปได้อยู่
 
                 พ.ต.ท.ทักษิณก็เฝ้าดูปรากฏการณ์ที่ว่า เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจ
 
                 กลุ่ม นปช.เองก็เฝ้าดูด้วยเช่นกันว่า ถ้าจตุพรติดคุก แล้วเสื้อแดงจะออกมามากน้อยแค่ไหน เพียงพอที่ แกนนำ นปช.จะขึ้นขี่สถานการณ์ แล้วไปต่อรองกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อีกครั้งได้หรือไม่
 
                 มันก็มีความเป็นไปได้สูง เพราะจตุพรเองก็ประกาศว่า ติดเมื่อไหร่อดข้าวประท้วงเมื่อนั้น !
 
                 แต่ทั้งหมดนั้นมันยังมีบางกลุ่มบางคนที่ถอนหายโล่งอก ที่อย่างน้อยๆ จตุพรก็หมดโอกาสชิงเก้าอี้ เสนาบดี หากมีการปรับ ครม.เกิดขึ้น
 
                 ส่วน "เก่ง" การุณ ก็คงจะโล่งด้วยเช่นกัน ที่หากจตุพรอยู่ในคุกแล้ว ก็ไม่ต้องมีใครมาถามให้เสียกำลังใจว่า ถ้า เดอะตู่ มาลงดอนเมืองแทนจะมีปัญหามั้ย ?
 
                 สรุปว่า ชะตากรรมของจตุพร ที่ศาลอาญานัดเอาโน่น 23 กรกฎาคม คือตัวกำหนดความเป็นไปทางการเมืองไทยโดยแท้


...........

(หมายเหตุ : ชะตากรรม'จตุพร'กำหนดอุณหภูมิการเมือง : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา)