คอลัมนิสต์

ว่าด้วยเรื่องความเป็นธรรม

ว่าด้วยเรื่องความเป็นธรรม

19 พ.ค. 2552

สวัสดีครับ... อ.พิชญ์ ผมค่อนข้างสับสนในศัพท์ที่ได้ยินบ่อยครั้งในช่วงนี้ และขอตั้งข้อสังเกตและคำถามว่า เท่าที่มีโอกาสได้ศึกษาผ่านมา (ในชั้น ม.ปลาย) “ประชาธิปไตย” กับ “คอมมิวนิสต์” เป็นอุดมการณ์ที่อยู่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงไม่ใช่หรือครับ

โดย “คอมมิวนิสต์” ถือเป็นเผด็จการอำนาจนิยมลักษณะหนึ่ง ฉะนั้นเหตุใดในการเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยของคนกลุ่มหนึ่งจึงมีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยไปได้ (น่าพิศวง!)
 จาก ธนาคาร สาระคำ

 ตอบคุณธนาคาร : เมื่อฉบับ/สัปดาห์ที่แล้ว ผมได้อธิบายเรื่องความหลากหลายของประชาธิปไตยไปแล้ว แต่ยังค้างเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างการเรียกร้องประชาธิปไตยของคนกลุ่มหนึ่งกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย จึงขออนุญาตขยายความต่ออีกสักหน่อยในสัปดาห์นี้

 คำตอบของผมก็คือ
 1.พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยนั้นไม่มีบทบาทในการเรียกร้องประชาธิปไตยในช่วงวิกฤติการเมืองไทยที่ผ่านมา โดยเฉพาะในระดับองค์กร และสมาชิกพรรค หรือจะพูดต่อไปก็คือ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยนั้นไม่ได้เป็นทั้งแกนนำ และภาคีสมาชิกของการเคลื่อนไหว (ถ้าจะเอาให้ชัดก็คือ ไม่ใช่แกนนำคนเสื้อแดง)

 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยนั้นหมดบทบาททางการเมืองไปเกือบจะ 30 ปีแล้ว สมาชิกพรรคและแกนนำพรรคในปัจจุบันที่มีข่าว หรือออกแถลงการณ์ต่างๆ ก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักทางสังคม การเมือง และภูมิปัญญาในสังคม และแทบจะไม่มีที่ยืน (ถึงไม่มีเลย) ในพื้นที่สื่อ ทั้งนี้เพราะจากอดีตเป็นต้นมา

 ปัญหาสำคัญที่สุดของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยปัญหาหนึ่งก็คือ เรื่องของความชอบธรรมของพรรคเอง เนื่องจากพรรคนั้นถูกกล่าวหาว่า "ไม่มีความเป็นไทย" อย่างเพียงพอ เพราะคนที่อยากเข้าร่วมพรรคก็ยังต้องรอกระบวนการการคัดสรรจากพรรคอย่างยาวนาน

 จนทำให้ความจงรักภักดีและความเป็นเนื้อเดียวของพรรคกับสมาชิกใหม่จากในเมืองนั้นยังไม่เป็นเนื้อเดียวกัน
 2.ผู้ที่มีบทบาททางการเมืองในการเรียกร้องประชาธิปไตยหลายคนเคยเป็นสมาชิกพรรคมาก่อน แต่ไม่ใช่เรื่องของความเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกันว่า เขาเหล่านั้นกระทำการเรียกร้องประชาธิปไตยในนามของพรรคคอมมิวนิสต์ และในขณะเดียวกัน ผู้ที่ยืนอยู่ตรงข้ามเสื้อแดงหลายคนก็เป็นสมาชิกพรรคมาก่อนเช่นกัน

 และถ้าพูดเช่นนี้คนที่เข้าร่วมเรียกร้องประชาธิปไตยก็เคยเป็นสมาชิกมาก่อนเช่นกัน กล่าวคือ ชาวบ้านเองนั้นก็เคยเป็นพรรคแดง เป็นเสื้อแดง ดังนั้นผมจึงไม่เห็นประเด็นว่าการพยายามลากเรื่องสองเรื่องมาต่อกันแล้วหาความสัมพันธ์ระหว่างสองเรื่องนี้ราวกับเป็นเหตุเป็นผลกันนั้นจะช่วยให้เกิดอะไรขึ้นมา

 3.สิ่งที่สะท้อนออกมาจากปรากฏการณ์ของการพยายามเชื่อมโยงระหว่างการเรียกร้องประชาธิปไตยกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยนั้นประกอบด้วยกัน 3 ประเด็นหลัก

 3.1 ประเด็นสำคัญของการเรียกร้องประชาธิปไตยนั้น เป็นเรื่องของการพูดถึงเรื่อง "ความเป็นธรรม" ในสังคม มากกว่าการเรียกร้องรูปแบบการปกครอง เพราะการเรียกร้องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของความรู้สึกว่าผู้เรียกร้องนั้นไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งหากย้อนกลับไปในอดีต

 การที่ผู้คนเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยนั้นก็เนื่องมาจากความรู้สึกโหยหาความเป็นธรรม ดังนั้นสิ่งที่ผู้ถูกกล่าวหาคือรัฐบาลนั้นควรจะพยายามทำให้มากขึ้นก็คือ การส่งเสริมความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นได้จริงในสังคม
 3.2 การโจมตีและการพยายามโยงให้เห็นว่าแกนนำเป็นคอมมิวนิสต์โดยฝ่ายความมั่นคงนั้นสะท้อนวิธีคิดสำเร็จรูปที่หมดอายุแล้ว กล่าวคือการพยายามอธิบายความขัดแย้งแบบแบ่งมิตร-ศัตรู แบ่งพวก อาทิ เมื่อหลังรัฐประหารก็มองคนที่ไม่ใช่พวกและไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารที่อยู่ต่างจังหวัดว่าเป็นพวกคลื่นใต้น้ำ

 ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ตอบคำถามถึงที่มาที่ไปของคนเหล่านั้น แต่เป็นการอธิบายได้แค่การดำรงอยู่ของรัฐ (ซ้อนรัฐ) ในความหมายของการต่อสู้กับข้าศึก/ศัตรูเท่านั้นเอง

 3.3 ในอดีตนั้นการเอาชนะคอมมิวนิสต์อยู่ที่การส่งเสริมความเป็นธรรมให้สังคมและการสร้างประชาธิปไตย ดังที่ปรากฏในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/23 ของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

 หาใช่คำขวัญตามป้ายของกระทรวงมหาดไทยตามต่างจังหวัดที่ปรากฏอยู่ทุกพื้นที่ในตอนนี้ไม่...