
80ปีปชต.คนไทยตื่นตัวขึ้น
80ปีประชาธิปไตย คนไทยตื่นตัวขึ้น : บทบรรณาธิการ คม ชัด ลึก
ระบอบประชาธิปไตยของไทยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองมาจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ได้พัฒนามาครบ 80 ปี ในวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านไป มีการล้มลุกคลุกคลานมาตลอดตั้งแต่ปี 2475 ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับแรกมีผลบังคับใช้ เรียกว่า “พระราชบัญญัติ ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว” ที่ให้อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย โดยใช้งานเพียงห้าเดือนเศษก่อนที่รัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่ปวงชนชาวไทย จะถูกนำมาใช้ในวันที่ 10 ธันวาคม ปีเดียวกัน และมีการแบ่งแยกอำนาจออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร ตุลากร และนิติบัญญัติ โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เป็นที่รับรู้กันทั่วกับคำว่าประชาธิปไตยที่ได้ถูกจำกัดความโดย อับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา หมายถึงการปกครองของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน ตลอดจนเป็นวิธีการในการดำเนินการชีวิตของคนในการอยู่ร่วมกันโดยสันติ ภายใต้ความเชื่อที่ว่า คนเราเกิดมาเท่าเทียมกัน มีสิทธิเสรีภาพในการดำเนินชีวิตภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย มุ่งให้เกิดประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ ยึดถือเสียงข้างมากเป็นหลักในการปกครอง ในขณะเดียวกันก็เคารพเสียงข้างน้อย
ปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเราก็คือฝ่ายหนึ่งมุ่งยึดแต่เสียงข้างมากเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจในเรื่องของสิทธิและการตรวจสอบอำนาจรัฐ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งก็ใช้การตรวจสอบอำนาจรัฐในการปกป้องตัวเอง เพราะเป็นเสียงข้างน้อย และหลายครั้งที่ถูกยัดเยียดทางออกด้วยการยึดอำนาจ ความขัดแย้งเชิงสถาบันของไทยเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับประเทศที่เพิ่งเป็นประชาธิปไตย ซึ่งยุคแรกๆ ความขัดแย้งเป็นเรื่องของคนไม่กี่คน แต่มาสมัยนี้ลามไปถึงชาวบ้านและเป็นคู่กรณีโดยตรง นำไปสู่ภาวะวิกฤติทางการเมืองที่ทุกฝ่ายต่างยึดโยงให้ได้มาซึ่งอำนาจทางการเมือง ส่งผลให้การตรวจสอบในระบบรัฐสภาต้องพิการง่อยเปลี้ยเสียขา ขณะที่กลไกทางกฎหมายที่ผ่านทางศาล ตุลาการ และสังคม ซึ่งถือเป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้ดีที่สุด ต้องทำงานอย่างหนัก
เหตุที่ทำให้ประชาธิปไตยของไทยพัฒนาไปอย่างช้าๆ ตลอดระยะเวลา 80 ปีที่ผ่านมา ไล่เรียงตั้งแต่กลไกในระบบรัฐบาลสภาที่ไม่เข้มแข็ง ระบบการเมืองไทยที่มีการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง ผู้แทนราษฎรแบ่งแยกเป็นก๊ก เป็นมุ้ง เพื่อต่อรองตำแหน่งผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องมากกว่าประเทศชาติประชาชนอย่างแท้จริง เมื่อระบบเป็นอย่างนี้แล้ว คุณธรรม ความซื่อสัตย์อย่างอื่นคงไม่ต้องพูดถึง ขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เข้าใจหลักประชาธิปไตยอย่างถ่องแท้ คิดว่าประชาธิปไตยแสดงออกเพียงแค่การออกเสียงเลือกตั้ง จึงแสดงบทบาทที่ควรจะเป็นน้อยเกินไป อำนาจอธิปไตยและการเมืองภาคมวลชนจึงถูกครอบงำโดยคนบางกลุ่มที่มีความรู้
เส้นทางประชาธิปไตยของเราได้มีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ของห้วงเวลานั้นๆ การพัฒนาไปในด้านดีๆ ก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะกระบวนการตรวจสอบความโปร่งใสขององค์กรต่างๆ กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำให้เห็นว่าตลอดระยะเวลา 80 ปี คนไทยมีการตื่นตัวในเรื่องการเมืองมากขึ้น และเชื่อได้ว่าจะนำพาประชาธิปไตยไปข้างหน้าด้วยความเข้มแข็ง
....................
(หมายเหตุ : 80ปีประชาธิปไตย คนไทยตื่นตัวขึ้น : บทบรรณาธิการ คม ชัด ลึก)



