คอลัมนิสต์

ม็อบกับตำรวจ

ม็อบกับตำรวจ

20 มิ.ย. 2555

ม็อบกับตำรวจ : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข [email protected]

             "ปราบม็อบ" คือฝีมือที่จำเป็นต้องมีหากนายตำรวจผู้ใดหาญกล้าที่จะเข้าชิงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล การช่วงชิงอำนาจ (และผลประโยชน์) ทางการเมืองทำให้สำนึกของตำรวจในการป้องกันอาชญากรรม การปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลับกลายเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นน้อยกว่าการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของรัฐบาล?
 
               บทเรียนและประสบการณ์ที่เลวร้ายและสร้างความเจ็บปวดจากห้วงเวลาที่ผ่านมา ยามเมื่อเกิดการรวมกลุ่มของประชาชนเพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมตามทัศนะของกลุ่มตน ทัศนะที่แต่ละกลุ่มมีแตกต่างกันได้สร้างความแตกแยกร้าวฉานเป็นเสมือนแผลที่ดูเสมือนว่าจะมองไม่เห็นหนทางของการประสานเยียวยา
 
               ตำรวจตกเป็นจำเลยของสังคมในข้อหาการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุในการบริหารจัดการควบคุมฝูงชนเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้น ในขณะที่ข้าราชการฝ่ายอื่นๆ รอดพ้นจากการถูกตรวจสอบ กำกับ ติดตาม ตำหนิ หรือเพ่งโทษ ถึงแม้ว่าจะมีการตั้งคำถามถึงการใช้ความรุนแรงจนทำให้เกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากก็ตาม
 
               ปรากฏการณ์ที่ลูกเมียตำรวจเหลือทน จนต้องออกมารวมตัวกันประท้วงปิดประตูโรงพักไม่ให้สามีและพ่อ (ซึ่งเป็นตำรวจ) ออกไปปราบม็อบ จนนายต้องออกคำสั่งให้เหล่าบรรดาตำรวจผู้มีบทบาทหน้าที่พ่อหรือสามี ใช้วิธีสลายตัวแล้วไปตั้งกองกำลังในที่อีกแห่งหนึ่ง มิได้ใช้กำลังเข้าสลายม็อบ เรียกว่าไม่ได้เข้าตามตรอกออกทางประตูอย่างสง่าผ่าเผยตรงไปตรงมา
 
               การใช้เหลี่ยมคมที่สะสมจากประสบการณ์ในการทำงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของเหล่าบรรดาตำรวจนั้น ทำให้ตำรวจไทยมีศักยภาพที่ไม่น้อยหน้ากว่าตำรวจชาติใดๆ ในโลก ตำรวจไทยสามารถทำงานทุกงานตามที่นายสั่งหรือเป็นที่ปรารถนาของนายได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าจะมีข้อจำกัด มีปัญหาอุปสรรคมากมายเพียงใดก็ตาม ขอเพียงให้นายสั่งเท่านั้น ยิ่งในยามที่ผู้เป็นนายอยู่ในสภาวะของการเป็นผู้มีอำนาจสามารถให้พระเดชพระคุณได้ด้วยแล้ว มีเพียงเดือนกับดาวเท่านั้นที่ไม่สามารถหามาให้นายได้
 
               ภารกิจในการสลายหรือป้องกันม็อบที่กลายเป็นงานสำคัญ ห้ามพลาดตามคำสั่งนาย(ใหญ่)นี้ ทำให้ตำรวจต้องนำกำลังจากหน่วยต่างๆ ประสานกำลังกันเพื่อจัดตั้งเป็นกองร้อยต่างๆ หมุนเวียนสับเปลี่ยนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน ซึ่งแน่นอนว่าประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และอาชญากรรมต่างๆ จะมีประสิทธิภาพไม่ดีเท่าที่ควร รวมถึงการออกหมายจับในคดีต่างๆ ทั้งหมายจับค้างเก่าและหมายจับปัจจุบันก็ไม่มีกำลังตำรวจเพียงพอที่จะทำหน้าที่ติดตาม
 
               ถึงแม้ว่างานปราบปรามอาชญากรรมจะมีความเสี่ยงต่อชีวิตในยามที่ผู้กระทำผิดต่อสู้ขัดขืนการเข้าจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดียาเสพติด แต่เหล่าบรรดาตำรวจทั้งหลายก็ยังมีความเต็มใจที่จะทำงานท่ามกลางความเสี่ยงนั้น ไม่เหมือนงานควบคุมฝูงชนหรือที่นิยมเรียกสั้นๆ ว่า งานปราบม็อบ เพราะ "มันขัดแย้งในความคิดของเรา เราปราบเขาสกัดเขาทั้งๆ ที่ถ้าถามตัวเรา ความคิดบางอย่างของเรากับของประชาชนที่รวมกลุ่มกันอยู่เบื้องหน้านั้นอาจจะไม่แตกต่างกันเลย ความแตกต่างเป็นเพียงเป็นตำรวจหรือมิใช่ตำรวจเท่านั้น”
 
               ถึงแม้ว่าประชาชนส่วนหนึ่งและสื่อมวลชนจะมองภาพลักษณ์ตำรวจไทยไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็เป็นที่ยอมรับทั่วกันว่า ตำรวจมีวินัย มีความอดทน อดกลั้น มีความรู้ ประสบการณ์ และศักยภาพในการทำงานที่ไม่น้อยหน้าไปกว่าส่วนราชการอื่นๆ หรืออาจกล่าวได้ว่า อยู่ในแถวหน้าเสียด้วยซ้ำ ในกรณีที่นายสั่งแล้วไม่อยากทำจริงๆ เหล่าบรรดาตำรวจจะไม่ปฏิบัติการในลักษณะการรวมกลุ่มกันประท้วงเพื่อกดนาย หากแต่...
 
               ยุทธวิธีที่เหล่าบรรดาตำรวจทั้งหลายนิยมใช้กันเมื่อจำต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำแต่นายหรือผู้มีอำนาจสั่งให้ทำคือ การออกลูกมึน หรือที่นิยมเรียกกันว่า ใส่เกียร์ว่าง เพียงแต่ตำรวจที่จะทำเช่นนั้นได้ต้องมีตอ (ตั๋วและตังค์) ที่แข็งพอเท่านั้นเอง