คอลัมนิสต์

'ยิ่งลักษณ์โมเดล'ป้องน้ำ

'ยิ่งลักษณ์โมเดล'ป้องน้ำ

17 มิ.ย. 2555

'ยิ่งลักษณ์โมเดล' ป้องน้ำ : บทบรรณาธิการ คม ชัด ลึก

          ปิดฉากเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการเดินทางไปทัวร์ลุ่มน้ำหรือทัวร์นกขมิ้นของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 11-14 มิถุนายน  เพื่อติดตามโครงการต่างๆ ในการป้องกันน้ำท่วมจากที่เคยอนุมัติไปหลังน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ว่าทำเสร็จหรือยังแล้วสัมฤทธิผลเป็นอย่างไรบ้าง รวมถึงทบทวนยุทธศาสตร์ที่เคยพูดไว้ 4 เรื่อง น้ำต้องมีที่อยู่ น้ำต้องมีที่ไป การป้องกันและการเตือนภัย โดยเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยง รวมทั้งการซ้อมของนิคมอุตสาหกรรมที่มีแนวทางในการป้องกันทั้งในส่วนของนิคมและโรงงานอุตสาหกรรม มีการยกระดับถนนเพื่อเป็นพนังอีกชั้นหนึ่ง แต่ทั้งหมดนั้นก็ต้องคำนึงถึงการระบายน้ำออกจากนิคมไปยังพื้นที่โดยรอบ

          นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้รัฐมนตรีทั้ง 31 คนลงพื้นที่ 31 จังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ และการติดตามงบประมาณที่ได้จัดสรรลงมาเพื่อให้เกิดความแน่ใจว่าแต่ละพื้นที่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยพื้นที่ต้นน้ำนั้นจากการสำรวจพบว่ามีความล่าช้ากว่าแผน แต่ก็ได้เร่งรัดเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันคืออยากให้ทุกส่วนชะลอน้ำให้ได้มากที่สุดเพื่อปรับความสมดุลปลายน้ำจะได้รองรับได้อย่างเต็มที่ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดรับปากว่าจะเสร็จทันตามกำหนด  

          สำหรับพื้นที่กลางน้ำคือการเชื่อมน้ำยมไปแม่น้ำน่านน่าน ซึ่งปริมาณน้ำในแม่น้ำยมสายเก่ายังมีความสามารถในการระบายน้ำ แต่ยังไม่สามารถรองรับได้เท่ากับปริมาณต้นน้ำที่ไหลลงมา จึงได้สั่งปรับหรือพร่องน้ำในเขื่อนเพื่อให้เกิดความสมดุล ระยะยาวต้องมีการบูรณาการทั้งหมด และหาพื้นที่แก้มลิงรองรับ ส่วนพื้นที่ปลายน้ำนั้น ในเรื่องการขุดลอกคูคลองได้ดำเนินการแล้ว แต่ต้องยึดหลักความสมดุลเพราะถ้าระบายน้ำมากเกินไปก็จะมีปัญหาที่ปลายทาง คณะทำงานจึงต้องทำงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันระบบ Single Command หรือยิ่งลักษณ์โมเดล มีการจัดระบบข้อมูลด้วยความพร้อม ซึ่งพื้นที่ต้นน้ำจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน กลางน้ำในเดือนกรกฎาคม และปลายน้ำไม่เกินเดือนสิงหาคม

          บทสรุปของทัวร์ลุ่มน้ำครั้งนี้แม้ในภาพรวมของการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน การก่อสร้างและการขุดลอกคูคลองทำได้ 60-70% ทั้งประเทศ แต่ก็พบว่าหลายโครงการไม่คืบหน้าตามที่ได้รายงานไว้ การออกมาเร่งรัดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งฝ่ายปกครองและกองทัพประสานการทำงานเพื่อบูรณาการภาพรวมทั้งประเทศจึงเป็นเรื่องดี ไม่ใช่แก้ไขปัญหาในลักษณ์ตัวใครตัวมัน เน้นพื้นที่ของตัวเองเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันแนวคันพระราชดำริในการป้องกันมากขึ้น จากเดิมมีเพียงแนวเดียว เสริมความแข็งแกร่งให้แนวป้องกันได้เป็นอย่างดี หากจะเป็นการดีรัฐบาลควรเปิดรับทุกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงแก้ไข เพราะปัญหาเรื่องน้ำเป็นวาระของประเทศ แผนป้องกันน้ำท่วมครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ในการบริหารจัดการน้ำแบบเอาอยู่ รองรับพายุอีก 3 ลูก ที่จ่อสร้างความปั่นป่วนในไทยในไม่ช้านี้โดยแท้จริง

 

.........................

(หมายเหตุ : 'ยิ่งลักษณ์โมเดล' ป้องน้ำ : บทบรรณาธิการ คม ชัด ลึก)