คอลัมนิสต์

ดาวเถื่อนเกลื่อนฟ้า

ดาวเถื่อนเกลื่อนฟ้า

13 มิ.ย. 2555

ดาวเถื่อนเกลื่อนฟ้า : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา

             กรณีพิพาทจอดำ-จอไม่ดำ ระหว่างทรูวิชั่นส์กับแกรมมี่ ทำให้ กสทช. ต้องปวดหัวหนึบ เพราะในอนาคตคงมีความวุ่นวายมากกว่านี้แน่นอน
 
              วันก่อน สุภิญญา กลางณรงค์ หนึ่งใน กสทช. ได้ทวีตอธิบายปัญหาทีวีดาวเทียมผ่านทวิตเตอร์ของเธอว่า
 
              "งานใหญ่ของ กสทช.ที่กำลังร่างประกาศคือ การจัดระเบียบทีวีดาวเทียมใหม่ ให้ทุกช่องต้องมาขอใบอนุญาต ถ้าเปิดแล้วใครไม่ขอ มีโทษทางอาญา-แพ่งด้วย
 
              "ยิ่งกว่าจัดระเบียบรถตู้ป้ายดำ แต่ละฝ่ายมีสายสัมพันธ์ธุรกิจการเมือง และมวลชนของตัวเอง ตอนนี้ทีวีดาวเทียมหลายร้อยช่องแล้ว ลูกค้าไทยคมเกือบหมด"
 
              พูดง่ายๆ ทั้งผู้ค้าจานดาวเทียม และผู้ผลิตรายการทีวีดาวเทียม ล้วนยังไม่มีอนุญาตประกอบธุรกิจถาวร เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้มาก่อนแผนแม่บทกฎหมายโทรคมนาคมและการสื่อสาร
 
              15 ปีที่แล้ว กสทช.ยังไม่ได้ผุดได้เกิด ผู้ค้าจานดาวเทียมก็ผลิตจานรับสัญญาณมาขายให้คนบ้านป่าบ้านดง เพื่อจะได้ชมละครหลังข่าวของช่อง 3 และช่อง 7 สี ให้ชัดขึ้น ทำไปขายไป สุดท้ายธุรกิจทีวีดาวเทียมบูม มีจานบานทั้งแผ่นดิน
 
              ชอบคำเปรียบเทียบการจัดระเบียบ "ทีวีดาวเทียม-ผู้ค้าจานดาวเทียม" ของสุภิญญา ที่ว่า "ยิ่งกว่าจัดระเบียบรถตู้ป้ายดำ แต่ละฝ่ายมีสายสัมพันธ์ธุรกิจการเมือง และมวลชนของตัวเอง"
 
              ทุกวันนี้ ทีวีดาวเทียมมากกว่าสองร้อยช่องที่ออกอากาศย่านความถี่ซีแบนด์ และเคยูแบนด์ การเปิดช่องทีวีดาวเทียมสักช่องหนึ่งไม่ใช่เรื่องยาก มีเงินจ่ายค่าเช่าสัญญาณไทยคมเดือนละล้านกว่าบาท ก็ทำได้แล้ว
 
              ยกตัวอย่าง "ลีน่า จัง" ที่ลงทุนทำทีวีดาวเทียมช่อง "ฮอตทีวี" มาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยนำเสนอคอนเทนต์แบบ "ข้าจัดคนเดียว" เหมือนป้าเช็งแห่งช่องซูเปอร์เช็ง
 
              เพียงแต่ลีน่า จัง มีความหลากหลายมากกว่า มีทั้งการเล่าข่าวเช้า เล่าข่าวบันเทิง รวมถึงการตอบปัญหาเรื่องเซ็กส์ แต่จุดขายของลีน่าอยู่ที่รายการ "แฉคดี" ซึ่งรับปรึกษาปัญหาข้อกฎหมาย มีชาวบ้านร้านตลาดโทรเข้ามาปรึกษาสารพัดคดีความ
 
              ลีน่าก็เหมือนผู้ประกอบทีวีดาวเทียมรายอื่นๆ ที่ทำทีวีเพื่อขายสินค้าของตัวเอง โดยตัวเธอก็มีธุรกิจเครื่องสำอาง ที่ขายอยู่ในย่านประตูน้ำมานานแล้ว และเธอบ่นอยู่เป็นประจำว่า ไม่รู้จะทำทีวีดาวเทียมไปได้อีกนานแค่ไหน เพราะต้องจ่ายค่าเช่าสัญญาณเดือนละล้านกว่าทุกเดือน
 
              เมื่อเร็วๆ นี้ ลีน่าเปิดรับบริจาค "ค่าเช่าสัญญาณ" จากผู้ชมทางบ้านเหมือนทีวีดาวเทียมบางช่อง และเธอก็เปิดประเด็น "คัดค้าน พรบ.ปรองดอง" เรียกการสนับสนุนจากผู้ชมหน้าใหม่ๆ ได้มากทีเดียว
 
              ที่สำคัญ กลุ่มที่ไม่ชอบทักษิณยังนำเอา "คลิปรายการแฉคดี" ของลีน่า ไปเผยแพร่ผ่านยูทูบ หรือเฟซบุ๊ก ทำให้รู้จักช่องฮอตทีวีของเธอมากขึ้น
 
              มิเพียงเท่านั้น ลีน่ายังวิจารณ์ทักษิณ และนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ด้วยลีลาภาษาบ้านๆ ทำเอาแฟนคลับเสื้อเหลือง เสื้อหลากสี และเสื้อฟ้า แห่โทรเข้ามาในรายการแฉคดีของเธอเกรียวกราว
 
              มีอยู่วันหนึ่ง ลีน่านำเอาคนเสื้อแดงมาออกรายการสดๆ เล่าเบื้องหลังเหตุการณ์ชุมนุมที่ราชประสงค์ ยิ่งมีการพูดถึงรายการของเธอมากขึ้น และปฏิกิริยาต่อรายการทีวีของเธอ ย่อมมีทั้งบวกและลบ คนชอบคงไม่น้อยไปกว่าคนชัง
 
              ประเมินว่าช่องฮอตทีวีมีแฟนคลับเพิ่มจำนวนขึ้นจากที่ผ่านมาเป็นเท่าตัว สังเกตได้จากยอดบริจาคหน้าจอ ที่มีเข้ามามากกว่ารายการแฉคดีภาคปกติ
 
              แม้เธอจะบอกว่าไม่ได้อยู่ข้างสีไหน แต่ด้วยกลยุทธ์การทำทีวีมวลชนคล้ายกลุ่มจอมีสี ก็ทำให้ช่องฮอตทีวีมีเรตติ้งพุ่งพรวด และมีสื่อหลายสำนักนำไปขยายเป็นข่าวในทุกแพลตฟอร์ม ก็ส่งผลให้ลีน่ากลับมาโด่งดังอีกครั้ง
 
              ปรากฏการณ์ลีน่า ทำให้นึกถึงข้อความในทวิตเตอร์ของสุภิญญาที่แสดงความกังวลในวันข้างหน้า "ยิ่งกว่าจัดระเบียบรถตู้ป้ายดำ" หากคิดลงมือทำ "ทีวีสองร้อยช่อง" ให้เป็นทีวีถูกกฎหมาย