
ออง ซาน ซู จี
รัฐบาลหลายชาติในเอเชียและยุโรปพากันแสดงความกังวลต่อการที่รัฐบาลทหารของพม่าดำเนินคดี นางออง ซาน ซู จี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า ในข้อหาละเมิดกฎการกักกันหลังการจับกุม ภายหลังการจับกุม นายจอห์น เยตทอว์ ชาวอเมริกัน
ที่ว่ายน้ำข้ามทะเลสาบอินยาไปยังบ้านพักของ นางซู จี ริมทะเลสาบแห่งนั้น เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และหลบซ่อนตัวอยู่ในบริเวณบ้านเป็นเวลา 2 วัน ก่อนจะถูกจับได้ขณะว่ายน้ำกลับมาในตอนเช้าวันที่ 6 พฤษภาคม
หลังจากนั้นตำรวจจึงนำ นางซู จี และหญิงรับใช้อีก 2 คน จากบ้านพักไปคุมขังที่เรือนจำอินเส่งในย่างกุ้ง ด้วยข้อหาละเมิดกฎหมายด้านความมั่นคงและการเข้าเมือง เพื่อป้องกันประเทศจากอันตรายและการล้มล้างของบุคคลต่างๆ ซึ่งมาตรา 22 ของกฎหมายฉบับนั้น กำหนดให้ประชาชนต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ของรัฐหากมีแขกหรือบุคคลอื่นที่มิใช้สมาชิกในครอบครัวมาค้างแรมที่บ้าน และห้ามให้ประชาชนให้ชาวต่างประเทศพักค้างคืนที่บ้านของตน ซึ่งทนายความของ นางซู จี แถลงว่า นางซู จี ไม่ได้เชื้อเชิญให้ชาวอเมริกันดังกล่าวมาที่บ้าน ทั้งยังบอกให้เขารีบกลับออกไป และตลอดเวลา 2 วันนั้น เธอก็ให้เขาอยู่แต่ในห้องใต้บันไดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายคาดคะเนว่าทางการพม่าต้องการจะใช้เรื่องนี้เป็นสาเหตุในการขยายเวลากักบริเวณนางซู จี ที่กำหนดเดิมจะสิ้นสุดลงในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้
นางออง ซาน ซู จี เป็นบุตรสาวของนายพลออง ซาน วีรบุรุษผู้ต่อสู้เพื่อเอกราชและเสรีภาพเพื่อปลดปล่อยพม่าจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษ แต่หลังจากนั้นพม่าก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการทหารมาเป็นเวลานาวนาน จนในปี พ.ศ.2531 ออง ซาน ซู จี ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อดูแลมารดาซึ่งป่วยหนัก อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เกิดความวุ่นวายในพม่าอันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ นายพลเนวิน ต้องลาออกจากตำแหน่งประธานพรรคแผนสังคมนิยมแห่งพม่า ซึ่งปกครองประเทศมาเป็นเวลา 26 ปี และการปะทะกันครั้งใหญ่ระหว่างทหารกับนักศึกษาประชาชน ซึ่งลุกลามไปทั่วประเทศ นางซู จี ได้รณรงค์เรียกร้องสันติภาพและประชาธิปไตยร่วมกับชาวพม่า ด้วยหลักอหิงสา แม้จะถูกคุกคามข่มขู่ และจับกุมคุมขัง รวมทั้งการสังหารและทำร้ายผู้เข้าร่วมการชุมนุมต่างๆ อย่างโหดเหี้ยม
ในเดือนกันยายน 2531 นางซู จี ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย โดยเธอเองได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค รัฐบาลทหารพม่าตอบโต้ด้วยการกักบริเวณนางซู จี ให้อยู่แต่ภายในบ้านพักเป็นเวลา 3 ปี แต่ถึงกระนั้นในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2533 พรรคสันนิบาตแห่งชาติฯ ก็ได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น แต่ฝ่ายทหารปฏิเสธที่จะถ่ายโอนอำนาจแก่พรรคสันนิบาตแห่งชาติฯ แต่กลับยื่นข้อเสนอให้ นางซู จี เดินทางออกนอกประเทศ เมื่อเธอปฏิเสธ รัฐบาลทหารจึงออกคำสั่งยืดเวลาการกักบริเวณเธอ จาก 3 ปี เป็น 5 ปี และ 6 ปี ในเวลาต่อมา
แม้จะไม่สามารถเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือแม้แต่ปรากฏตัวต่อสาธารณะได้ แต่นางซู จี ก็ยังคงต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าโดยไม่หยุดยั้ง ผ่านทางหนังสือและวิดีโอ โดยศานติวิธี
นางซู จี ถูกกักบริเวณครั้งที่สอง ใน พ.ศ.2543 เป็นเวลา 18 เดือน และครั้งที่สาม ใน พ.ศ.2546 ภายหลังการปะทะกับระหว่างกลุ่มมวลชนจัดตั้งของรัฐบาลกับกลุ่มผู้สนับสนุนเธอระหว่างที่นางซู จีเดินทางไปพบประชาชนที่เมืองเดพายิน ทางตอนเหนือของพม่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี ที่ผ่านมา นางออง ซาน ซู จี มีชีวิตที่ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพอยู่แต่ในบริเวณบ้าน ซึ่งโดยรอบถูกควบคุมอย่างแน่นหนา แต่เธอก็ปฏิเสธทุกๆ ข้อเสนอของรัฐบาลทหารพม่าในการที่จะให้เธอเดินทางไปใช้สิทธิเสรีภาพโดยไม่จำกัดในต่างประเทศ ทั้งนี้เพราะเธอตั้งใจที่จะอุทิศตนในการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของพี่น้องร่วมชาติซึ่งมีชีวิตที่มืดมน
ใน พ.ศ.2534 คณะกรรมการรางวัลโนเบลได้ประกาศให้นางออง ซาน ซู จี เป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ แต่เธอก็ไม่มีโอกาสเดินทางไปรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้



