คอลัมนิสต์

ปรึกษาหารือและคุยร่วมกัน

ปรึกษาหารือและคุยร่วมกัน

08 มิ.ย. 2555

ปรึกษาหารือและคุยร่วมกัน: กระดานความคิด โดยอัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง [email protected]

             ได้ทราบข่าวจากหลายๆ สื่อตลอดจนการได้รับฟังเรื่องราวจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้นำในท้องถิ่นจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกสาขาว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานที่นั่น ไม่เคยมีกระบวนการหาทางออกในการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีคำสั่งหรือนโยบายที่ดีงามจากรัฐบาลกลางที่กรุงเทพฯ ชัดเจนแล้วก็ตาม แต่กระบวนการปฏิบัติในเกือบทุกครั้งกลับไม่สามารถเดินทางไปสู่จุดหมายอย่างที่ต้องการและส่วนหนึ่งเกิดจากการไม่ได้รับการตอบสนองจากกลไกรัฐในท้องถิ่นดีเท่าที่ควรและความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาลส่วนกลางเป็นหลัก ครั้นมาประสบปัญหาระลอกใหม่อีกจึงจำเป็นต้องกลับมานับหนึ่งใหม่แทบทุกครั้งไป เป็นอยู่เช่นนี้มานานนับร้อยปี เหตุความเลวร้ายเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชีวิตที่ต้องสูญเสีย ครอบครัวญาติพี่น้องที่ต้องพลัดพราก บ้างหลีกลี้หนีภัยไกลจากแดนดินมาตุภูมิ ต้องใช้ชีวิตด้วยความลำบาก ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆไ ร้ที่พักที่นอนเป็นหลักแหล่งแน่นอน เกิดลูกมีหลานไม่สามารถเรียนหนังสือได้เต็มที่ จนทำให้พื้นที่และประชาชนท้องถิ่นต้องใช้ชีวิตที่ย่ำอยู่ในวัฏจักรความกลัว ความหวาดระแวงและหวาดผวาอยู่แบบเดิมๆ มาหลายชั่วอายุคน ทั้งๆ ที่เพื่อนบ้านเรือนเคียงที่เคยมีวิถีคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ในครึ่งศตวรรษที่แล้ว แต่ปัจจุบันเขากลับพัฒนาประเทศและสร้างคุณภาพประชาชนของเขาไปไกลลิบ
 
               แนวทางที่ พล.อ.เกษมศักดิ์ ปลูกสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามการแก้ปัญหาและการฟื้นฟูการพัฒนาตามวิถีวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้วุฒิสภา ได้มีหนังสือเสนอถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเพื่อให้แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อแก้ไขความขัดแย้งตามกระบวนการแสวงหาสันติภาพ เพื่อหาแนวทางการแก้ไขความขัดแย้งโดยเปิดพื้นที่กลางให้ทุกฝ่ายเข้ามีส่วนร่วม การพูดคุยหาทางออกเพื่อขจัดความขัดแย้งโดยสันติวิธี ถึงแม้เวลาจะผ่านไปเกือบสองเดือนแล้วยังไม่มีสัญญาณใดๆ จากนายกรัฐมนตรี แต่กระบวนการในภาคประสังคมหลายๆ องค์กรทั้งในและนอกพื้นที่ได้สอดรับและสนองตอบต่อแนวคิดนี้อย่างกว้างขวาง
 
               แนวคิดนี้สมควรที่จะช่วยกันสนองตอบและช่วยกันกระจายข่าวสารนี้ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งเพราะประชาชนในพื้นที่เรียกร้องกันมานาน นักเคลื่อนไหวอาวุโสผู้คร่ำหวอดกับเวทีการพูดคุยในประเด็นการแก้สารพัดปัญหาของสังคมได้กล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ เฉกเช่นที่ผู้นำศาสนาท่านหนึ่งที่ได้รับการยอมรับและนับถือของสังคมในท้องถิ่นจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า...อัลกุรอานเป็นคัมภีร์สำคัญที่มุสลิมต้องปฏิบัติตามที่ได้กล่าวไว้ในซูเราะฮฺ (บท) อัชชูรอซึ่งเป็นการชี้แนะถึงสถานะของการปรึกษาหารือในอิสลาม และเป็นการสั่งสอนให้บรรดาผู้ศรัทธาให้ดำเนินชีวิตอยู่บนแนวทางที่ดีงามและสมบูรณ์ยิ่งคือ “แนวทางแห่งการปรึกษาหารือ (อัชชูรอ)”
 
               เนื่องเพราะแนวทางนี้เป็นแนวทางที่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่าในการดำเนินชีวิตของบุคคลและสังคม ดังที่พระองค์ได้ตรัสไว้ว่า “และกิจการของพวกเขามีการปรึกษาหารือระหว่างพวกเขา” และในซูเราะฮฺ อาละอิมรอน ได้กล่าวเช่นกันว่า... “เนื่องด้วยความเมตตาจากอัลลอฮ์นั่นเอง เจ้า (มุฮัมมัด) จึงได้สุภาพอ่อนโยนแก่พวกเขาและถ้าหากเจ้าเป็นผู้ประพฤติหยาบช้า และมีใจแข็งกระด้างแล้วไซร้ แน่นอนพวกเขาก็ย่อมแยกตัวออกไปจากรอบๆ เจ้ากันแล้ว ดังนั้นจงอภัยให้แก่พวกเขาเถิด และจงขออภัยให้แก่พวกเขาด้วย และจงปรึกษาหารือกับพวกเขาในกิจการทั้งหลาย ครั้นเมื่อเจ้าได้ตัดสินใจแล้ว ก็จงมอบหมายแด่อัลลอฮ์เถิด แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรักใคร่ผู้มอบหมายทั้งหลาย”  ผู้นำศาสนาอาวุโสท่านนั้นได้กล่าวต่อไปว่าอิสลามได้สอนไว้มากมายเกี่ยวกับการพูดคุยร่วมกันเช่น...เมื่อจะลงมือทำกิจการใดก็ตามการตั้งเจตนาที่แน่วแน่ว่าจะกระทำในสิ่งที่ดีงามและมีการพูดคุยปรึกษาหารือกันและกันแล้วถือว่ากิจการนั้นๆ จะประสบความสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งคือความมุ่งมั่นในความพยายามปฏิบัติในเจตจำนงข้างต้น ส่วนความสำเร็จต้องเชื่อมั่นว่าอำนาจอยู่ที่พระองค์เป็นสำคัญ...
 
               ณ ขณะนี้ความพร้อมของพื้นที่และการขับเคลื่อนของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้นำทางจิตวิญญาณ (ที่ศรัทธา) ได้ขานรับกระบวนการพูดคุยเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นโยบายของสภาความมั่นคงแห่งชาติและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ประกาศไว้อย่างชัดเจน อยู่ที่รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีและคณะผู้ทำหน้าที่ในการบริหารประเทศ (อย่างแท้จริง) ว่าจะทำให้แนวคิดความเชื่อและศรัทธาตามหลักศาสนาและนโยบายที่ดีงามข้างต้นจะเป็นแผนงานเชิงรูปธรรมเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งให้ยุติลงได้หรือไม่ อย่างไร...?