
เส้นทางของทักษิณ
ทันทีที่เจ้าพนักงาน ซึ่งมีตำรวจและอัยการพิจารณาคดีอาญาใหม่เกี่ยวพันกับอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เช่นข้อกล่าวหาว่ามีคำพูดและพฤติกรรมหมิ่นสถาบันหลักของชาติ สิ่งที่คาดการณ์ได้ว่าจะเกิดคือการปฏิเสธอย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะผ่านตัวแทนหรือด้วยคำพูดของตั
ล่าสุดผู้หลบหนีคำพิพากษาให้จำคุกได้ฉกฉวยโอกาสออกแถลงการณ์ถึง 3 ฉบับ นอกจากจะปฏิเสธข้อกล่าวหาแล้ว ยังอ้างว่าตัวเองเป็นเหยื่อของการสมรู้ร่วมคิด นอกจากถูกรัฐประหารตกจากอำนาจการเมือง ถูกดำเนินคดีอาญา และยังมีคดีอื่นๆ รออีกยาวเป็นหางว่าวนั้น ทำให้ประชาชนได้รับรู้พฤติกรรมเดิมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าไม่เคยยอมรับว่าตัวเองผิดทั้งสิ้น
แม้จะมีหลักฐานมัดตัวแน่นจากการบันทึกวิดีโอ โดยเฉพาะถ้อยคำปลุกระดมกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงการชุมนุมก่อนและระหว่างเทศกาลสงกรานต์ รวมทั้งก่อนหน้านั้นด้วย ดังนั้นจึงเป็นการเสียเวลาในการให้บุคคลนี้ยอมรับข้อกล่าวหา นอกจากจะเรียกร้องด้วยตัวเองและผ่านตัวแทนว่าจะต้องให้สมบัติที่ถูกอายัดคืน และต้องไม่รับผิดหรือโทษในการกระทำทุกอย่าง จึงกลายเป็นบุคคลมีอภิสิทธิ์อยู่เหนือกฎหมาย รัฐธรรมนูญและระเบียบทุกอย่างที่บังคับใช้ในแผ่นดินนี้
รัฐบาลไม่ควรใส่ใจมากมาย นอกจากทำทุกอย่างภายใต้กฎหมาย และให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการไป ไม่ว่าจะต้องเผชิญแรงกดกันในสภาและนอกสภา รวมทั้งความเสี่ยงด้านความมั่นคงของรัฐ หลังจากเครือข่ายของกลุ่มคนเสื้อแดงและผู้ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณว่าจะต่อสู้ด้วยการจับอาวุธ ทำสงครามกองโจร รวมทั้งมีสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ โดยไม่ใส่ใจว่าบ้านเมืองมีปัญหา ขอเพียงแต่ให้พวกตัวเองได้บรรลุเป้าหมายของแต่ละฝ่าย เช่นรายได้ส่วนตัวจากการรับจ้างปลุกระดม สร้างความปั่นป่วนในบ้านเมืองก็ตาม
นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ ต้องใช้กฎหมาย ถ้าจำเป็นต้องโยกย้ายบุคคลในองค์กรต่างๆ เพื่อความมั่นคงของชาติและสถาบันหลัก ก็ต้องมีความกล้าหาญทำเช่นนั้น เพราะความอยู่รอดของตนเอง ของพรรค หรือกลุ่มผลประโยชน์ใดก็ตาม ล้วนแต่ขึ้นอยู่กับความมั่นคงของประเทศ ความเชื่อมั่นของประชาชนในประเทศ และประชาคมโลก
พ.ต.ท.ทักษิณจะมีความเคลื่อนไหวอย่างไร ก็เป็นการดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด ไม่ให้ตัวเองต้องติดคุกยาวนาน จากคดีอาญาต่างๆ แม้กระทั่งการถือหนังสือเดินทางจากประเทศอื่นๆ ถูกมองว่า ลืมบุญคุณแผ่นดินเกิด ซึ่งได้เปิดโอกาสให้สร้างความมั่งคั่งจากการถือสัมปทานธุรกิจ บริหารจัดการสมบัติของแผ่นดิน จนกระทั่งนำสิทธิการถือครองดาวเทียม และเส้นทางโคจรไปขายให้ประเทศสิงคโปร์ ไม่คำนึงว่าชาติจะเสียหายแต่อย่างใด และบัดนี้พฤติกรรมต่างๆ ได้เป็นที่รับรู้กว้างขวางในกลุ่มประชาชนซึ่งเคยชื่นชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ และจะเป็นมากกว่านั้นถ้ารัฐบาลจะใช้สื่อเพื่อเผยแพร่กระจายข่าวพฤติกรรมเลวร้ายต่างๆ ซึ่งบุคคลในเครือข่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กระทำจนชาติบ้านเมืองเสียหายด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างค่านิยม ระบบคุณธรรม ศีลธรรม คุณงามความดี เพราะการถูกปลุกปั่นให้เห็นความโลภ การทุจริตเป็นสิ่งที่ดี ต้องใช้เวลาเยียวยาเป็นระยะเวลานานกว่าจะฟื้นตัว ถ้ารัฐบาลปัจจุบันมีโอกาสได้ทำงานต่อเนื่อง



