
บททดสอบศาลรธน.
บททดสอบศาลรธน. : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 7 มิ.ย.2555
คำสั่งคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีผลให้การลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ต้องทอดเวลาออกไป ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าศาลแทรกแซงอำนาจนิติบัญญัติ รายละเอียดที่แต่ละฝ่ายต่างเสนอแง่มุมทางข้อกฎหมาย มีทั้งข้อเสนอในเชิงวิชาการ ที่ไม่มีวาระแอบแฝง และข้อเสนอที่มีคำถามแม้จะปรากฏในชื่อของกลุ่มนักวิชาการ เช่น กรณีของกลุ่มนิติราษฎร์ ที่อ้างว่าเป็นนักวิชาการอิสระ นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ หนึ่งในนักวิชาการกลุ่มนี้ เคยเสนอความเห็นในข้อกฎหมาย ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีที่ดินรัชดาฯ อีกทั้งความเห็นนี้ยังเป็นประเด็นที่ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้อุทธรณ์คำพิพากษา ในสถานการณ์ปัจจุบัน กลุ่มนิติราษฎร์ก็เลือกที่จะเสนอความเห็นค้านคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่กลับเพิกเฉยร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ที่มีบทบัญญัติล้มล้างคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
แน่นอนว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย และไม่อาจแทรกแซงอำนาจนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นอำนาจอิสระ 1 ใน 3 อำนาจได้ แต่คำสั่งคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญก็เสมือนคำสั่งระหว่างพิจารณาของคดีความทั่วไป โดยเฉพาะหากปล่อยให้กระบวนการต่างๆ ดำเนินไปโดยสุ่มเสี่ยงกับการละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ถึงแม้รัฐสภาจะเดินหน้าลงมติในวาระ 3 ก็จะเป็นปัญหาในชั้นการเสนอให้ทรงลงพระปรมาภิไธย หรือข้อโต้แย้งผลใช้บังคับในอนาคตได้ นอกจากนั้น คำสั่งระหว่างพิจารณา ก็เป็นเพียงขั้นตอนก่อนที่ศาลจะพิจารณาวินิจฉัยคดี ผู้ถูกร้องยังมีโอกาสโต้แย้งทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งก็มีประเด็นโดยเฉพาะข้อกฎหมายมากมาย ที่ได้มีการเสนอความเห็นไว้และเป็นประโยชน์ต่อสภา ซึ่งแตกต่างจากร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ที่เมื่อสภาผ่านการพิจารณาแล้ว ก็จะมีผลไปยกเลิกเพิกถอนคำพิพากษาศาลในทันที
ประเด็นสำคัญประการต่อมา การที่ทั้งสองฝ่ายเลือกที่จะเสนอมุมมอง หรือความเห็นที่เป็นคุณแก่ฝ่ายตน โดยมิได้เสนอข้อเท็จจริงทั้งสองด้าน อย่างครบถ้วน เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อเอง ก็จะทำให้ความจริงถูกเบี่ยงเบนไป เมื่อวานนี้ ประชาชนกลุ่มหนึ่งยกขบวนไปแสดงละคร ถือป้ายวิพากษ์วิจารณ์ กดดันศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ กลุ่ม นปช.นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ ก็จะไปตั้งโต๊ะให้คนเสื้อแดงร่วมลงชื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก โดยตั้งเป้าว่าจะให้ได้รายชื่อ 1 ล้านรายชื่อ ภายในเวลา 1 เดือน ซึ่งจากกระแสความเกลียดชังศาลรัฐธรรมนูญ มีความเป็นไปได้ที่จำนวนรายชื่อจะได้ตามจำนวนนั้น นี่ก็จะเป็นการสร้างปมปัญหาใหม่ทางการเมือง ในขณะเดียวกันก็จะมีผู้ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นที่ใกล้เคียงกัน เพื่อจะอธิบายว่าศาลรัฐธรรมนูญสองมาตรฐานในการพิจารณาคดี เช่น การยื่นเรื่องให้วินิจฉัยในกรณีพรรคประชาธิปัตย์
ไม่ว่าจะอย่างไร นี่นับเป็นเรื่องที่ดีสำหรับศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องผ่านบททดสอบของทั้งฝ่ายที่ต้องการใช้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือทางการเมือง กับฝ่ายที่มีวาระซ่อนเร้นเจ็บแค้นศาลรัฐธรรมนูญ ที่ใช้อำนาจตุลาการลิดรอนการทำหน้าที่ทางการเมืองของพวกเขา โดยเฉพาะกรณีวินิจฉัยให้ยุบพรรค เพิกถอนผลการเลือกตั้งที่พรรคไทยรักไทยเป็นฝ่ายชนะ ในขณะเดียวกันการที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ยืนยันที่จะไม่เดินหน้าพิจารณาในวาระ 3 ตามเสียงเรียกร้องของพรรคเพื่อไทย ก็เท่ากับลดการเผชิญหน้าลงได้บางระดับ เราปรารถนาที่จะเรียกร้องให้ประชาชนส่วนใหญ่ที่มิได้ไหลไปตามกระแสของพรรค หรือกลุ่มการเมืองฝ่ายใด ได้ใคร่ครวญ และศึกษาข้อมูลของทั้งสองฝ่ายด้วยใจที่เปิดกว้าง มิฉะนั้นก็จะเป็นเพียงเครื่องมือของนักการเมืองเท่านั้น



