คอลัมนิสต์

บทเรียนของตำรวจ

บทเรียนของตำรวจ

06 มิ.ย. 2555

บทเรียนของตำรวจ : บทบรรณาธิการประจำวันที่6มิ.ย.2555

               การใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อีกต่อไป ไม่ว่าคำสั่งที่ออกมาจากผู้บังคับบัญชาจะถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้วผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือ หัวหน้าหน่วยหรือผู้ปฏิบัติ บทเรียนจากปี 2551 ยังคงติดอยู่กับความรู้สึก ครั้งนั้น พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. และพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ต้องถูกดำเนินคดีจนถึงป่านนี้เรื่องยังไม่จบ ขณะที่นักการเมืองรอดตัวหมด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงสร้างความหวาดหวั่นให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจจนถึงปัจจุบัน ขนาดรัฐบาลที่ผ่านมามีพี่ชายของ พล.ต.อ.พัชรวาท นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีค้ำบังลังก์อำนาจให้พรรคประชาธิปัตย์ ยังช่วยอะไรไม่ได้ การชุมนุมคันค้านของกลุ่มพันธมิตรและคนเสื้อหลากสีต่อการพิจารณา พรบ.ปรองดองครั้งนี้ จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนไหนกล้าแอ่นอกรับผิดชอบหากมีการบาดเจ็บล้มตาย
 
               ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาดูเหมือนปมการเมืองเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ พฤติกรรมของ ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ ยิ่งทำให้ภาพการต่อต้าน พรบ.ปรองดองฉบับนี้เข้มข้นขึ้น ถึงแม้รัฐบาลหมายมั่นปั่นมือผลักดันให้กฎหมายดังกล่าวผ่านทั้ง 3 วาระ สุดท้ายก็ต้องหยุดชะงัก เลื่อนการพิจารณาออกไป ประกอบกับม็อบคัดค้านได้รับความสนใจในประเด็นที่ถูกหยิบยกคือ เนื้อหาของ พรบ.ฉบับนี้มีเป้าหมายอย่างไร เพราะแม้แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ยังพูดกำกวมไม่ชัดว่า พรบ.ปรองดองมีผลต่อการดำเนินคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่  รวมถึงการคืนเงินหลายหมื่นล้านที่ยึดมาเป็นของหลวง 
 
               เหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะยิ่งตอกย้ำความหวาดระแวง และกังวลใจเพิ่มมากขึ้นคือ คำสั่งของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ที่ให้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. มาช่วยราชการสำนักงานฯ เป็นเวลา 30 วันพร้อมกับ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบช.น. และโยก พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาการ ผบช.ภ.1 มาคุมเกมแทน มีการปรับทัพตามมาอีกเมื่อรักษาการแทน มีคำสั่งเปลี่ยนงานให้ พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบช.น. มารับผิดชอบความมั่นคงและดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมแทน พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รองผบช.น. โดยมีทีมบริหารคอยสนับสนุนกองร้อยต่างๆ ที่มาปฏิบัติการโดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.สมชาย มุสิกเจริญ ผบก.อก.บช.น. รับผิดชอบ
 
               มีคำถามคือเหตุใดจึงมีการปรับเปลี่ยนงานรับผิดชอบ ทั้งๆ ที่นายตำรวจบางคนไม่ได้มีตำแหน่งหลัก หรือส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงการชุมนุมที่ผ่านมานายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคนเริ่มมีปฏิกิริยาทางลบต่อคำสั่งเตรียมความพร้อมรับมือโดยเฉพาะการใช้กำลังและเครื่องมือปราบจลาจล เนื่องจากมีเสียงออกมาทำนองรัฐบาลควรออกกฎหมายการควบคุมฝูงชนก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลังพิงเพราะในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้ เมื่อขั้วอำนาจยังแยกเป็น 2 สี โอกาสที่จะมีการชุมนุมใหญ่ย่อมเกิดขึ้นได้ เมื่อมีบทเรียนให้เห็นการจะออกคำสั่งให้ปราบปรามประชาชน จะมีใครกล้าปฏิบัติแม้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ จะเรียกซ้อมเตรียมความพร้อมกับคำขู่ผู้ชุมนุมห้ามทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนก็ตาม หากรัฐบาลต้องการให้เจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ก็ควรมีเกราะคุ้มครองเจ้าหน้าที่ด้วย ไม่เช่นนั้นตำรวจจะกลายเป็นเหยื่อโดยที่ผู้ออก คำสั่งตัวจริงลอยตัว