
ไม่มีใครชนะม็อบปชช.ที่มีเหตุผล
ไม่เคยมีใครชนะม็อบประชาชน ที่เคลื่อนไหวบนพื้นฐานที่มีเหตุมีผล : คอลัมน์กระดานความคิด โดย 'พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์'
พ.ร.บ.ปรองดองที่กำลังจุดชนวนไฟสงครามมวลชนรอบใหม่ให้เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะพิจารณาในแง่ไหนมันก็ไม่มีทางที่จะเป็น พ.ร.บ.ปรองดองได้ เพราะคู่ขัดแย้งที่สร้างความแตกแยกในบ้านเมืองปัจจุบันนี้ คือคุณทักษิณ, กลุ่มคนเสื้อแดง, คนเสื้อเหลือง, คุณอภิสิทธิ์ และคุณสุเทพ ซึ่งทุกฝ่ายมีความขัดแย้งกันไปมาอย่างสับสนนั้น แต่ปรากฏว่าเกือบทุกฝ่ายคัดค้าน พ.ร.บ.ปรองดองฉบับนี้ ซึ่งความจริงแล้วเนื้อหาของมันก็คือ พ.ร.บ.อภัยโทษ นั่นเอง
ฝ่ายเสื้อเหลืองไม่ต้องการให้อภัยโทษเรื่องบุกรุกสนามบิน, ยึดทำเนียบ, ยึดสถานีวิทยุ ฯลฯ ต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวอยู่ในกรอบของการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ
ฝ่ายเสื้อแดงก็ไม่ต้องการให้ยุติการเอาผิดผู้ที่เข่นฆ่าประชาชน ทางด้านคุณสุเทพ-คุณอภิสิทธิ์ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าสั่งฆ่าประชาชนก็ต้องการสู้ข้อกล่าวหานี้ เพื่อยืนยันว่า “ใครคือฆาตกรตัวจริง” จึงไม่ยอมรับการนิรโทษกรรม คงเหลือคุณทักษิณคนเดียวที่ยอมรับ
ดังนั้นแม้ พ.ร.บ.ฉบับนี้จะผ่านออกมาใช้ก็ไม่ได้ทำให้เกิด “การปรองดองอย่างแท้จริงขึ้นมา” เพราะคู่ขัดแย้งทุกฝ่ายยังไม่ยอมรับเรื่องการนิรโทษกรรมนั่นเอง ยังมีการโจมตีกันอยู่เช่นเดิม นอกจากนั้นยังเพิ่มความขัดแย้งให้มากขึ้นอีกระหว่างกลุ่ม ส.ส.พรรคฝ่ายค้านกับพรรคร่วมรัฐบาลขึ้นมาอีก
ผมคงไม่เขียนถึงรายละเอียดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ปรองดอง ว่าดีหรือเลวเพราะ (1) มีคนเขียนถึงมากอยู่แล้ว และ (2) ส่วนเนื้อหามันจะดีหรือเลวอย่างไรนั้นคงไม่ต้องพูดถึง เพราะถ้า พ.ร.บ.ฉบับนี้ดีแล้ว คงไม่มีผู้คนออกมาคัดค้านมากมายขนาดนี้ ในส่วนของชื่อ พ.ร.บ.นั้น แม้จะมีการอำพรางชื่อ แต่เนื้อเรื่องกลับเปิดเผยถึงเจตนาได้ชัดเจน จนน่าจะเรียกว่า พ.ร.บ. “เพื่อการปลดปล่อยคุณทักษิณ และพวก” มากกว่าครับ พ.ร.บ.นี้ผู้เสนอคือ พล.อ.สนธิ ไม่รู้ว่าได้อ่านบ้างหรือเปล่าก่อนจะเซ็นชื่อ เพราะเนื้อความมันทั้งโหด ทั้งเหี้ยม กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายฉบับเดียวในโลกที่ทำลายหลักการของกฎหมาย, กระบวนการยุติธรรม, ทำลายสถาบัน, ความถูกต้องและศักดิ์ศรีของมนุษย์จนหมดสิ้น ถ้าเป็นแบบนี้ประเทศไทยยังจะเหลืออะไรอยู่อีกไหม
แต่แปลกไหม กฎหมายที่รุนแรงเหี้ยมโหดขนาดนี้ กลับกลายเป็นกฎหมายที่ทำเพื่อคนคนเดียว พวกอื่นๆ ที่ใส่ลงมาในเนื้อความใน พ.ร.บ.เป็นแค่ตัวประกอบทั้งหมด ไม่ว่าแดง เหลือง หรือแม้กระทั่งฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์เอง เมื่อทุกฝ่ายปฏิเสธการนิรโทษกรรมหมดแล้ว เหลือแต่เพียงคุณทักษิณคนเดียวเท่านั้น จะไปมีทำไมเพราะมันกลายเป็น พ.ร.บ.ปรองดองที่กำลังสร้างความแตกแยกรอบใหม่ให้เกิดขึ้นมาอีก
ถ้าถามคุณยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกฯ ว่ารู้หรือไม่เกี่ยวกับการเสนอกฎหมายแบบนี้ รู้แน่นอนครับ ไม่มีทางปฏิเสธว่า “ไม่รู้” แม้คุณยิ่งลักษณ์จะระบุว่า “ยังไม่ได้อ่าน” แต่ทั้งคุณทักษิณ และคุณยิ่งลักษณ์ อาจจะคาดไม่ถึงว่าจุดจบของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ถ้ายังขืนดื้อดึงต่อไปอีกก็อาจเป็นผลทำให้คุณทักษิณต้องอยู่ในต่างประเทศไปชั่วชีวิต อาจทำให้คุณยิ่งลักษณ์ต้องไปอยู่ต่างประเทศเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง ส่วนพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน นั้น คำนำหน้า “พลเอก” คงไม่จำเป็นต้องใช้อีกแล้ว เพราะ พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ทำลายเกียรติยศของท่านหมดสิ้นไปแล้ว
2-3 วันมานี้ประชาชนจำนวนมากที่เข้ามาร่วมชุมนุมที่รัฐสภานั้นมีจุดประสงค์ที่เด่นชัดอย่างเดียว คือ คัดค้าน พ.ร.บ.ปรองดองเท่านั้น ไม่ได้มาไล่รัฐบาลหรือกดดันให้นายกฯ ลาออกแบบที่คนเสื้อแดงเคยทำกัน ถ้าทำสำเร็จก็เลิก กลับบ้าน แต่ถ้าไม่สำเร็จ พวกเขาก็ต้องต่อสู้ต่อไป การต่อสู้ในแนวทางที่ถูกต้องของประชาชนเหล่านั้น ยิ่งสู้นานคนจะมากขึ้นมากขึ้นทุกเวทีและต่อไปหลายๆ เวที ก็จะเหลือเวทีเดียว เมื่อนั้นอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดครับ
วันนี้ประชาชนเหล่านั้นกำลังทำหน้าที่ของคนไทยปกป้องชาติบ้านเมืองไม่ให้เสียหายไปด้วยกฎหมายฉบับนี้
วันนี้ประชาชนเหล่านั้นกำลังทำหน้าที่ของคนดีปกป้องศาล, ปกป้องทรัพย์สมบัติของชาติ, ปกป้องในหลวงของเรา ขอให้ทุกคนจงภูมิใจเถิดครับ ที่มาทำหน้าที่เพื่อชาติและบ้านเมือง
ประวัติศาสตร์จะบันทึกการต่อสู้ของพวกท่านไว้ การต่อสู้ของคนธรรมดาๆ ที่มีความรักชาติ รักความยุติธรรมยิ่งชีวิต นอกจากนั้นยังมีประชาชนอีกหลายแสน หลายล้านที่ติดธุระหรือมีภารกิจส่วนตัว ยังเข้าไปร่วมไม่ได้ แต่ถ้าฝ่ายรัฐบาลยังดื้อดึงอยู่ การยกระดับการชุมนุมก็จะเกิดขึ้นไปสู่การขับไล่รัฐบาล เมื่อถึงเวลานั้น ประชาชนที่ติดเรื่องต่างๆ ก็จะทิ้งภารกิจของเขา เข้าร่วมการชุมนุมอย่างแน่นอน “จำไว้ครับ ไม่เคยมีใครชนะม็อบประชาชนที่เคลื่อนไหวอยู่บนพื้นฐานที่มีเหตุ มีผลได้”
......................
(หมายเหตุ : ไม่เคยมีใครชนะม็อบประชาชน ที่เคลื่อนไหวบนพื้นฐานที่มีเหตุมีผล : คอลัมน์กระดานความคิด โดย 'พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์')



