คอลัมนิสต์

ทำอย่างไรถึงจะ'ปรองดอง'

ทำอย่างไรถึงจะ'ปรองดอง'

31 พ.ค. 2555

ทำอย่างไรถึงจะ'ปรองดอง' : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

             ปรองดอง (harmonize) คำคำนี้กำลังฮิตและถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสังคม คำว่าปรองดองในพจนานุกรม : ตกลงกันด้วยความไกล่เกลี่ย, ตกลงกันด้วยไมตรีจิต มุมมองคำนี้ ความเห็นของคนที่ผ่านการอบรมหลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 3 (สสสส.3) สถาบันพระปกเกล้า เป็นอย่างไร

พระราชปฏิภาณมุนี (บุญมา) เจ้าอาวาส วัดประยุรวงศาวาส
 
              “ปรองดอง” เป็นภาษาเขมร ซึ่งมีความหมายว่า มองไปที่เขาและมองมาที่เรา ทั้งเขาทั้งเราเมื่อมองกันแล้วว่ามีอะไรดีๆ ให้แก่กันบ้าง ดังนั้นความหมายก็แปลว่า ตกลงกันด้วยไมตรีจิตปรารถนาดีต่อกัน และต้องเริ่มต้นด้วยการไม่แบ่งแยก ไม่ช่วงชิง ส่วนมุมมองของอาตมา คือ ต้องไม่มีการแก่งแย่งผลประโยชน์กัน อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในบ้านเรามองดูแล้วเต็มไปด้วยการแก่งแย่งช่วงชิง ซึ่งทางวาจาไม่มีที่จะพูดถึงกันให้เกียรติกันหรือสัมพันธ์กัน ส่วนที่มีการพูดกันถึงเรื่องการปรองดอง แต่จริงๆ แล้วพฤติกรรมที่ออกมาไม่ใช่ปรองดอง

รศ.ดร.ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา
 
              การปรองดอง ไม่ใช่เอาเสียงข้างมากไปข่มเสียงข้างน้อย แต่ต้องเห็นพ้องด้วยกันทุกฝ่าย ที่สำคัญต้องอยู่บนหลักของนิติรัฐ ดังนั้นต้องอาศัยเวลาในการตกผลึก เรื่องการปรองดองถ้ามีอะไรแฝงเร้น ตนเชื่อว่าปรองดองไม่ได้ เมื่อไม่ใช่ข้อยุติแต่อาจจะกลายเป็นเกิดความขัดแย้งรอบใหม่ด้วยซ้ำไป ควรจะค่อยๆ ทำความเข้าใจกัน ในประเด็นที่เป็นข้อโต้แย้ง แล้วหาทางออกที่วิน-วินกันทุกฝ่าย แต่ขณะนี้กำลังมีการเผชิญหน้ากันอยู่

นางวรรณรัตน์ นิรมิตรศรีชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษ์สิน จำกัด
 
              การที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยอมรับด้วยกันทั้งสองฝ่ายด้วยความเต็มใจ แต่การปรองดองควรผ่านกระบวนการยุติธรรม โดยการหาข้อเท็จจริงที่ปราศจากการแทรกแซงหรือบิดเบือน ให้ศาลสถิตยุติธรรมตัดสินไปตามกฎหมาย หากมีเหตุให้ลดโทษ นิรโทษ รอลงอาญา ให้เป็นไปตามดุลพินิจของศาล ผลของการวินิจฉัยของศาล นำไปประกอบใช้ในการเยียวยาต่อผู้สูญเสียหรือผู้ได้รับผลกระทบ

น.ส.ปุณณดา วรสินธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท พงษ์สุดาชาเลย์ จำกัด
 
              การที่คน 2 กลุ่ม 2 ฝ่าย หรือ 2 คน สามารถตกลงกันได้ด้วยความเข้าใจกัน มีความยุติธรรมต่อกัน ได้ประโยชน์เท่ากัน ไม่ยืนอยู่บนฐานของการกล่าวว่าใครผิด แต่อยู่บนฐานของความจริงใจที่จะยอมซึ่งกันและกันการปรองดองจะเกิดขึ้นได้ เมื่อต่างกลุ่มต่างฝ่ายที่ทำผิดต่อกันใช้ความจริงใจที่จะทำความเข้าใจกัน พร้อมที่จะยอมรับผิดด้วยกันทั้งสองฝ่าย โดยต้องมีความยุติธรรมต่อกันและหันมาพูดคุยกันด้วยความเป็นมิตร

พลเรือตรีจีรพัฒน์ ปานสกุล เจ้ากรมการเงิน กองทัพเรือ
 
              ความปรองดองคือ การที่ทำให้ฝ่ายต่างๆ ที่มีความคิดเห็นหรือการทำไม่เหมือนกันหรือตรงกันข้ามมาอยู่หรือร่วมทำกิจกรรมร่วมกันได้โดยไม่มีความคิดที่จะแยกออกจากกัน โดยทั้งสองฝ่ายมีความพึงพอใจและยอมรับในการอยู่ร่วมกันและจะได้ผลตามที่ฝ่ายตนเองต้องการ

นายคธาทร อัศวจิรัฐติกรณ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
 
              ความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีองค์ประกอบดังนี้ 1.เกิดขั้วความขัดแย้ง ไม่ลงรอยกัน ตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไป 2.มีการเจรจาตกลงไกล่เกลี่ย โดยหลักการของการรอมชอม ประนีประนอมหรืออะลุ้มอล่วยกัน (ต้องมีตัวกลางเป็นสื่อ) 3.คู่ของความขัดแย้งต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย ยอมลดเงื่อนไขฝ่ายตนเพื่อหาจุดบรรจบลงตัวสมประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย 4.ไม่ว่าข้อขัดแย้งจะรุนแรงมากเพียงใดก็ตาม สามารถยุติปรองดอง รอมชอมกันได้ หากต่างฝ่าย ต่างไม่ถือทิฐิ โดยใช้หลักการให้อภัยและเสียสละ 5.บนโต๊ะเจรจาไกล่เกลี่ย ปรองดอง สมานฉันท์ ที่สามารถหาข้อยุติลงได้ด้วยสันติวิธี จะไม่มีฝ่ายใดเสียเปรียบหรือได้เปรียบจนเกินไป

นายวิชชุกร คำจันทร์ นักบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
 
              คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายต้องมีความ "จริงใจและไว้วางใจ" กัน เมื่อเกิดความไว้ใจกันแล้ว บรรยากาศของการปรองดองก็จะตามมา แต่สิ่งที่สังคมไทยอยากเห็นยังห่างไกลมากนัก เพราะตัวบ่งชี้ที่สำคัญที่จะทำให้เกิด "บรรยากาศของการปรองดอง" คือ การค้นหาความจริงแล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อหาผู้กระทำผิด จากนั้นค่อยนิรโทษกรรม เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ความหวังที่สังคมไทยจะก้าวพ้นความรุนแรงอันเนื่องมาจากความขัดแย้ง ก็จะเป็นจริงได้อย่างแน่นอน
 .....
 แล้วมุมมองของคุณ คำว่า “ปรองดอง” เป็นอย่างไร ?

..........

(หมายเหตุ : ทำอย่างไรถึงจะ'ปรองดอง'  : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)