คอลัมนิสต์

ปรองดองบนความขัดแย้ง

ปรองดองบนความขัดแย้ง

31 พ.ค. 2555

ปรองดองบนความขัดแย้ง : บทบรรณาธิการประจำวันที่31พ.ค.2555

             หากความปรองดอง ในความหมายของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง ออมชอม, ประนีประนอม, ยอมกัน, ไม่แก่งแย่งกัน, ตกลงกันด้วยความไกล่เกลี่ย, ตกลงกันด้วยไมตรีจิต ร่างพระราชบัญญัติ (พรบ.) ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ อีกทั้ง ร่าง พรบ.อีก 3 ฉบับ ที่เสนอโดย ส.ส.พรรคเพื่อไทย ย่อมไม่ใช่กฎหมายที่มุ่งจะสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ให้เกิดขึ้นในชาติอย่างแน่นอน ตรรกะของฝ่ายสนับสนุน เช่น นายวัฒนา เมืองสุข ที่ว่าการดำเนินคดีโดยเฉพาะในกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น ไม่ได้เป็นไปตามหลักยุติธรรมสากล และการเสนอกฎหมายฉบับนี้ ก็เพื่อให้กระบวนการต่างๆ กลับไปเริ่มต้นใหม่ให้ถูกต้อง มิใช่เป็นการลบล้างความผิด ก็เป็นเรื่องที่ขัดแย้งอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เคยเรียกคดีความของเขาคดีจัดซื้อที่ดินรัชดา ว่าเป็นกระบวนการยุติธรรม และยืนยันจะต่อสู้คดีเต็มที่
 
              ผู้เสนอ เรียกกฎหมายฉบับนี้ว่า ร่าง พรบ.ปรองดอง ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การเสนอกฎหมายของรัฐสภาไทย หากพิเคราะห์ถึงเนื้อหาในร่างกฎหมายฉบับนี้แล้ว นี่ไม่ได้แตกต่างไปจากกฎหมายนิรโทษกรรมในอดีตเลย เลวร้ายไปกว่านั้น คือการก้าวข้ามหลักการนิรโทษกรรม ที่จะนิรโทษเฉพาะคดีการเมืองเท่านั้น เพราะ ร่าง พรบ.ปรองดอง เมื่อมีการบังคับใช้ จะมีผลไปถึงคดีทุจริต คอรัปชั่น และคดีอาญาทั่วไปด้วย อีกทั้งก้าวข้ามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ในขั้นตอนการพิจารณาพิพากษาคดี ที่ไม่มีชาติไหนในโลกที่มีอารยธรรม จะยกเลิกเพิกถอนคำพิพากษาของศาลซึ่งได้ผ่านการไต่สวน สืบพยานทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยเต็มรูปแบบแล้ว ถ้ารัฐสภาผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ ต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องมีศาลยุติธรรม วันหนึ่งข้างหน้าหากใครไม่พอใจคำพิพากษาของศาล ก็จะรวบรวม ผู้คน เงินทอง เข้ามาสู่อำนาจรัฐ ครอบงำสภานิติบัญญัติ แล้วก็ออกกฎหมายยกเลิกคำพิพากษาที่ตัวเองเสียผลประโยชน์
 
              เมื่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามาบริหารประเทศไม่นาน คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเป็นการลับ ร่างพระราชกฤษฎีกา (พรฎ.) นิรโทษกรรม เอื้อประโยชน์ให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยตรง เช่น เป็นผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และไม่ต้องได้รับโทษมาก่อน ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการ แต่ครั้งนั้นกระแสสังคมต่อต้านรุนแรง จนรัฐบาลต้องล่าถอย และให้ พรฎ. มีผลเฉพาะผู้สมควรได้รับนิรโทษกรรมตามประเพณีปฏิบัติที่เคยเป็นมาเท่านั้น ครั้งนี้ เป็นความพยายามครั้งใหม่ ที่ดูเหมือนจะแยบยลขึ้น ปรากฏชื่อกฎหมาย และชุดคำอธิบายที่นุ่มนวลขึ้น คล้ายเป็นการให้กลไกกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน ได้ทำหน้าที่ใหม่อีกครั้ง แต่แท้ที่จริงแล้ว เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรมที่ไม่ได้ใช้ชื่อว่ากฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ ได้เงินคืนจากที่ถูกยึดไปตามคำพิพากษา ใครจะเป็นผู้เสียหายในนามของรัฐ ที่จะรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่อีก เพราะความเป็นรัฐ ก็คือ เครือข่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เอง
 
              ร่าง พรบ.ปรองดอง ฉบับนี้ เสนอขึ้นมาในท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่ปรองดอง มิใช่เพราะกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มมวลชนอื่นๆ เคลื่อนไหวชุมนุมคัดค้าน หรือกลุ่มคนเสื้อแดงจะแสดงท่าทีสนับสนุนเต็มที่ เพราะเป็นช่องทางเดียวขณะนี้ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะได้กลับประเทศอย่างปลอดจากข้อกล่าวหาทั้งปวง หากแต่เป็นการทำลายหลักนิติธรรมของชาติ ที่ทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน ได้รับการปฏิบัติ เช่นเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกพิพากษาจำคุก 2 ปี ในคดีจัดซื้อที่ดินรัชดา ซึ่งชัดเจนว่าใช้อำนาจ ใช้สถานภาพความเป็นนายกรัฐมนตรีขณะนั้น เอื้อประโยชน์ให้แก่อดีตภรรยา เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยินยอมเข้าสู่กระบวนการ และได้นำพยานหลักฐานทั้งปวงเข้าสู่คดีอย่างเต็มที่แล้ว ก็ไม่อาจปฏิเสธผลผูกพันทางคดีได้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีสิทธิที่จะใช้อำนาจทางการเมือง มาย่ำยีหลักนิติธรรม หรือลดทอนความเชื่อถือของสถาบันศาลสถิตยุติธรรมได้ทุกกรณี