
ธรรมาภิบาลบินไทย
ธรรมาภิบาลบินไทย : บทบรรณาธิการประจำวันที่24พ.ค.2555
แม้จะมิใช่เรื่องใหม่สำหรับการบินไทย แต่ถ้อยคำของนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ หลังเหตุผล “การสื่อสารไร้เอกภาพ” ที่ใช้ในการเลิกจ้าง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นั้น ก็ตอกย้ำให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า การบินไทยยังไม่สามารถสลัดภาพองค์กรซ่อนเงื่อน ที่เป็นแหล่งผลประโยชน์ให้เหลือบริ้นทางการเมืองเกาะกินได้ “การบินไทยเป็นองค์กรใหญ่ มีพนักงาน 2.5 หมื่นคน แต่เป็นองค์กรที่ไม่มีระเบียบวินัย มีความแตกแยกสูง มีการเล่นพรรคเล่นพวก มีการช่วยเหลือคนไม่ดี มีการวิ่งเต้นเยอะมาก จะโยกย้าย แต่งตั้ง หรือลงโทษใคร ก็วิ่งหารัฐมนตรี วิ่งหาบอร์ด เมื่อได้ตำแหน่งมาก็ต้องตอบแทนบุญคุณคนภายนอกเหล่านี้ หากยังไม่มีระบบธรรมาภิบาล ยังมีการแสวงหาผลประโยชน์จากบุคคลภายนอก การบินไทยจะไม่สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้”
ในยุคหนึ่ง การบินไทย ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของกองทัพอากาศมายาวนาน เสมือนการบินไทยเป็นหน่วยงานหนึ่งของกองทัพอากาศ ประธานกรรมการการบินไทยทุกคนในยุคนั้น ล้วนส่งตรงมาจากกองทัพอากาศ นอกจากนั้นตำแหน่งผู้บริหารสำคัญก็มาจากแหล่งเดียวกัน เมื่อมีการเปลี่ยนโครงสร้างการบริหาร แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน บทบาทกองทัพอากาศลดลง ถึงกระนั้น การแทรกแซง การครอบงำจากภายนอกก็ยังกระทำได้โดยผ่านอำนาจการเมือง ไม่ยกเว้นพรรคการเมืองใด แม้กระทั่งปรากฏการณ์ปิยสวัสดิ์ ครั้งนี้ ก็เป็นประเด็นที่ไม่เพียงรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเท่านั้น หากยังรวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ที่ต่างก็ส่งคนของตัวเองเข้ามา หรือใช้ระบบอุปถัมภ์จัดการบริหารผ่านตัวแทน
เหตุผลของนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อาจเข้าใจได้มากกว่าเหตุผล เรื่องเหตุขัดข้องทางการสื่อสาร การวางกฎเกณฑ์ กติกาต่างๆ ทำให้การทุจริตคอรัปชั่นยากยิ่งขึ้น การไปขวางทางผลประโยชน์ที่ทำกันมายาวนาน และโดยเฉพาะความรู้สึกของความเป็น “คนละพวก” ของนายปิยสวัสดิ์ ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกเป็น “พวกเดียวกัน” ระหว่างนายปิยสวัสดิ์ และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ที่กำลังเคลื่อนไหวคัดค้านมติเลิกจ้างของคณะกรรมการ ด้วยเหตุผลการแทรกแซงทางการเมือง ก็กลายเป็นประเด็นที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อธิบายว่า เนื่องจากสหภาพกับนายปิยสวัสดิ์ เป็นนักเรียนรุ่นเดียวกัน อีกทั้งสหภาพการบินไทยก็จัดตั้งขึ้นโดยไม่ได้รับการยอมรับจากกระทรวงแรงงาน
การเลิกจ้างนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นไปตามกฎหมายแรงงานทุกประการ ไม่มีข้อโต้แย้งในเชิงกฎหมาย แต่คำถามถึงเหตุผลแท้จริงในการเลิกจ้าง ยังเป็นสิ่งที่ค้างคาใจของประชาชนต่อไป หนึ่งในเหตุผลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมบอก ซึ่งไม่ตรงกับเหตุผลที่ประธานบอร์ดการบินไทยอธิบาย ว่าเป็นเหตุขัดข้องทางการสื่อสาร คือการไม่รายงานคณะรัฐมนตรี ถึงแผนการจัดซื้อฝูงบินใหม่ทั้งหมดจำนวน 35 ลำในปี 2561 มูลค่านับแสนล้านบาท คณะรัฐมนตรีชุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะต้องเข้าถึงข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบิน ซึ่งปกติมีผลประโยชน์มหาศาลไปเพื่อเหตุใด นี่ก็เป็นเหตุที่น่าสงสัย เพียงพอจะเลิกจ้างรัฐบาลนี้ได้เช่นกัน



