
พม่าจับ'นะคะมวย'ไทยได้ไม่คุ้มเสีย
พม่าจับ'นะคะมวย'ได้ไม่คุ้มเสีย ทหารไทยเฝ้าระวังเหตุลอบโจมตี : ตะลุยกองทัพ โดยสมจิต รุ่งจำรัสรัศมี
แนวรบตะวันตกคุกรุ่นขึ้นมาทันทีเมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ประกาศ 25 รายชื่อผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ โดยหนึ่งในนั้นมีชื่อ พล.ต.นะคะมวย ผู้บัญชาการกองกำลังกะเหรี่ยงโกะทูบลอ หรือ เคเคโอ ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ตรงข้ามบ้านมอเกอร์ไทย ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก จนกลายเป็นศึกวิวาทะระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิม กับ พล.ต.นะคะมวย อย่างดุเดือด
ที่สร้างความหวั่นวิตกต่อประชาชน นักธุรกิจ และกำลังทหารตามแนวชายแดนฝั่งไทยก็คือ คำประกาศที่จะ "ตอบโต้" ของ พล.ต.นะคะมวย หากทางการไทยไม่ยอมถอนบัญชีดำ เนื่องจากหน่วยทหารตามแนวชายแดนไทยรับรู้กันเป็นอย่างดีว่า คนอย่าง พล.ต.นะคะมวย ไม่ใช่แค่ขู่ แต่เวลาพูดแล้วมักจะ "ทำจริง" ทุกครั้ง
แหล่งข่าวในกองทัพมองว่า พล.ต.นะคะมวย แม้จะเคยทำงานให้พม่ามาก่อน และดูเหมือนว่าจะทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ แต่ที่ผ่านมา พล.ต.นะคะมวย เป็นคนที่พูดจริงทำจริง ไม่ใช่แค่ขู่ อย่างคราวที่พูดว่าจะโจมตี จ.เมียวดี ก็ทำจริงๆ และมีศักยภาพที่จะทำด้วย แต่คราวนี้เชื่อว่าเขาคงจะไม่โจมตีลึกถึง จ.เมียวดี และเป้าหมายคงเป็น "เจ้าหน้าที่ไทย" แทนเพื่อตอบโต้บัญชียาเสพติด และหากไทยไม่ยอมถอนบัญชีดำ และเพิ่มแรงกดดันอีกอาจต้องเผชิญกับมาตรการตอบโต้ เช่น การยิงอาวุธสงครามใส่สถานที่ราชการ หรือลอบวางระเบิด เป็นต้น
แหล่งข่าวในคนเดิมมองว่า หากพม่าต้องการจะจับกุมตัว พล.ต.นะคะมวย ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจับกุมได้ โดยดูจากเหตุการณ์ที่กองกำลังของ พล.ต.นะคะมวย เคยเข้าโจมตี จ.เมียวดี เมื่อปี 2553 ในระหว่างการเลือกตั้งพม่าเพื่อตอบโต้การที่พม่าต้องการให้กองกำลังเคเคโอ เป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (บีจีเอฟ) แต่ พล.ต.นะคะมวย ไม่ยินยอม โดยครั้งนั้นกองทัพพม่าพยายามที่จะส่งกำลังไปไล่ล่าตัว แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะกองกำลังของ พล.ต.นะคะมวย รู้จักภูมิประเทศเป็นอย่างดี และหากส่งกำลังเข้าไปจะเสี่ยงต่อการสูญเสียมาก
แหล่งข่าวในกองทัพประเมินอีกว่า ในห้วงเวลานี้ทางพม่าคงไม่เข้าจับกุมตัวพล.ต.นะคะมวย เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการสูญเสียอย่างหนักแล้ว ยังไม่เข้ากับบรรยากาศปรองดองของรัฐบาลพม่ากับชนกลุ่มน้อยที่มีข้อตกลงหยุดยิงกับชนกลุ่มน้อยทุกกลุ่มแล้ว ทั้งยังส่งผลเสียต่อนโยบายเปิดประเทศรับนักลงทุนต่างชาติของรัฐบาลพม่าที่ก่อนหน้านี้ถือว่าภาพลักษณ์ของรัฐบาลพม่าทำได้ดีมาตลอด แต่ถ้ามีการเปิดศึกกับชนกลุ่มน้อยก็จะทำให้เสียภาพลักษณ์ และกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน และพม่าก็จะถูกมองว่าไม่มีความจริงใจที่จะปรองดอง
เขาจึงประเมินว่า ในอนาคตอันใกล้นี้คงยากที่รัฐบาลพม่าจะจับกุม พล.ต.นะคะมวย อีกทั้ง พล.ต.นะคะมวย ยังพยายามใช้รัฐบาลพม่าเป็นฉากกำบัง โดยอ้างว่าเมื่อปี 2546 กองกำลังกะเหรี่ยงพุทธดีเคบีเอ ร่วมสู้รบกับกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ร่วมกับทหารพม่า และต่อมาฐานที่มั่นใหญ่ของเคเอ็นยู ก็แตก กองทัพพม่าจึงมอบพื้นที่ตั้งแต่ อ.อุ้มผาง อ.พบพระ จ.ตาก เรื่อยไปจนถึงพื้นที่ตรงข้ามชายแดนไทยด้านตรงข้าม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรีให้ พล.ต.นะคะมวย ดูแลพื้นที่ และเรียกเก็บผลประโยชน์ได้โดยที่ไม่เข้าไปแทรกแซง โดย พล.ต.นะคะมวย ยืนยันว่า การถูกออกหมายจับเมื่อปี 2546 เป็นไปไม่ได้ เพราะเขาช่วยพม่ารบอยู่ หากมีการค้ายาเสพติดเกิดขึ้นจริงพม่าต้องรับรู้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการดึงรัฐบาลพม่าเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะมีการจับกุม พล.ต.นะคะมวย ในเร็วๆ นี้ แต่ พล.ต.นะคะมวย ก็ไม่ประมาท โดยสั่งตรึงกำลังอย่างเข้มงวดในบริเวณพื้นที่ที่ติดกับไทยและพม่า ขณะที่บริเวณบ้านพักก็จัดกำลังพร้อมอาวุธครบมือเพื่อคุ้มกันอย่างแน่นหนา ขณะที่ พล.ต.นะคะมวย ก็เก็บตัวเงียบ และไม่เดินทางข้ามแดนมาฝั่งไทยเหมือนเคย พร้อมทั้งกำชับให้สื่อไทยว่าหากไม่จำเป็นจริงๆ ก็ให้เดินทางข้ามแดนที่ด่านผ่านแดน อ.แม่สอด จ.ตาก แทน ด้านพม่าก็มีการเสริมกำลังอีก 1-2 กองร้อย พร้อมทั้งสั่งเช็กกำลัง และอาวุธของฝ่าย พล.ต.นะคะมวย
สอดคล้องกับ ร.ต.อ.สมบัติ พันธุ์ณรงค์ นายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดตาก ที่มองว่าข่าวการขึ้นบัญชีดำ พล.ต.นะคะมวย ทำให้เสียบรรยากาศการลงทุนและการท่องเที่ยวอย่างมากซึ่งการออกข่าวดังกล่าวเป็นข้อกล่าวหามากกว่า และคำพูดที่ซ้ำๆ ซากๆ ออกมาทำให้บรรยากาศตึงเครียดมากขึ้น ดังนั้น ควรมีการพิจารณาอย่างถ่องแท้ก่อนจะทำอะไร เพราะทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถเข้าไปทำพื้นที่การเกษตรได้ เนื่องจากประชาชนไทยต้องอาศัยประเทศเพื่อนบ้าน และเชื่อว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ฝ่ายไทยจะได้ไม่เท่าเสีย
ขณะที่ นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก มองว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของชนกลุ่มน้อยในพม่า ซึ่งกำลังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพม่า และอยากให้รัฐบาลไทยไปเจรจากับรัฐบาลพม่า เพราะถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่วนการที่ พล.ต.นะคะมวย ประกาศตอบโต้ฝ่ายไทยนั้นยังไม่กระทบกับการค้าชายแดนที่ อ.แม่สอด มากนัก ยกเว้นบริเวณพื้นที่ อ.พบพระ และอ.อุ้มผาง ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของ พล.ต.นะคะมวย จึงส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทยที่ไปเช่าที่ทำกินในฝั่งพม่า รวมทั้งพ่อค้าไม้กับผู้ประกอบการนำเข้าแร่จากพม่า
แนวรบตะวันตกในเวลานี้ แม้ไฟสงครามจะยังไม่ปะทุ แต่ก็ใช่จะวางใจได้เสียทีเดียว เพราะหากเพิ่มแรงกดดันเข้าใส่ พล.ต.นะคะมวย มากจนเกินไป ผลกระทบก็จะตกกับประชาชน นักธุรกิจ และทหารไทยตามแนวชายแดน !!
..................
(หมายเหตุ : พม่าจับ'นะคะมวย'ได้ไม่คุ้มเสีย ทหารไทยเฝ้าระวังเหตุลอบโจมตี : ตะลุยกองทัพโดยสมจิต รุ่งจำรัสรัศมี)



