
คิดดีแล้วหรือกับการตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงในพื้นที่3จชต.
คิดดีแล้วหรือกับการตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงในพื้นที่3จชต. : กระดานความคิด โดยพล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ [email protected]
การจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงในภาคต่างๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น ผมเห็นว่าเป็นเรื่องปกติของการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย จะดี จะชั่ว พรรคเพื่อไทยก็ต้องรับผลที่เกิดขึ้นไว้เอง ซึ่งส่วนมากการตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงจะได้รับผลในทางลบเสียมากกว่า เพราะคนส่วนใหญ่ที่อยากอยู่อย่างสงบ, ผู้คนที่รักในหลวง และคนที่อยู่อย่างพอเพียงก็จะต่อต้านอยู่เงียบๆ นอกจากนั้นยังทำให้คำว่า “ปรองดอง” ของพรรคเพื่อไทยไร้ความหมายอีกด้วย แต่การไปจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลานั้น กลับเป็นเรื่องผิดปกติและน่าจะไปเพิ่มผลกระทบต่อการควบคุมความมั่นคงในพื้นที่ให้มากขึ้นกว่าเดิมขึ้นไปอีก เพราะ
1.ใครๆ ก็รู้ว่าเหตุการณ์รุนแรงในภาคใต้ที่เกิดขึ้นอยู่ในอดีตจนถึงปัจจุบันนั้น มีต้นเหตุมาจากปัญหาหลักๆ 6 เรื่อง ซึ่งทุกเรื่องได้เกิดขึ้นในสมัยคุณทักษิณเป็นนายกฯ (การยุบ ศอ.บต. และพตท.43, นโยบายปราบปรามยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล, กรือเซะ, ตากใบ และคดีของนายสะแปอิง บาซอ กับพวก) คนที่ออกไปจับปืนต่อสู้กับอำนาจรัฐตั้งแต่ปี 2547 จนมาถึงปัจจุบันนี้ เกือบ 80% ก็มาจากปัญหา 6 เรื่องนี้ ทั้งหมด
ดังนั้น การไปตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนคุณทักษิณ ในพื้นที่ดังกล่าว จึงเป็นการท้าทายกลุ่มบุคคลเหล่านี้โดยตรง ซึ่งไม่ช้าความรุนแรงอย่างผิดปกติก็จะเกิดติดตามมาอีกอย่างแน่นอน
2.การมีชีวิตอย่างสงบ พอเพียง และไม่สะสมซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวไทยมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะถูกทำลายลง ดังนั้นการไปจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงจึงดูเสมือนสิ่งแปลกปลอมในพื้นที่ ซึ่งจะก่อให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มเติมขึ้นมาอีกรูปแบบหนึ่ง นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ได้ให้ข้อคิดในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงไว้อย่างน่าฟัง ผมขอตัดตอนมาให้อ่านกันสักท่อนหนึ่งครับ
...ในการก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่อ้างว่าเป็นหมู่บ้านประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการนั้น แท้ที่จริงแล้วเราก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเป็นการกระทำที่มีนัยแอบแฝงเพื่อหวังผลทางการเมืองอย่างหนึ่ง และเป็นการส่งเสริมการแบ่งแยกภายในประเทศอย่างชัดเจน แต่องค์กรรัฐอย่าง ศอ.บต. กลับเข้าไปสนับสนุนกิจกรรม...
ถ้ารักจะแก้ไขปัญหาภาคใต้ จงเข้าใจให้ดีว่า “ปัญหามันเริ่มมาจากที่ไหน” การจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงในพื้นที่ภาคใต้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่เข้าท่าและเป็นการแสดงออกถึงความไม่เข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้น มันทำให้บางคนที่เริ่มจะลืมเรื่องคุณทักษิณไปแล้ว กลับนึกขึ้นมาได้อีก (ในช่วงปี 2547 เป็นต้นมา มีการต่อต้านคุณทักษิณในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนำหุ่นรูปคุณทักษิณติดไว้ตามสี่แยกต่างๆ สำหรับเผาทิ้งในอีก 2-3 วันต่อมา หลังจากที่ประชาชนเห็นแล้ว)
เมื่อปี 2547 ผมได้เขียนถึงเรื่องปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ไว้เป็นหนังสือเล่มซึ่งขายดีมาก พิมพ์ซ้ำถึง 3 ครั้ง ว่า
1.เงินทุนในระยะหลังจากเกิดเหตุรุนแรงมาเกือบ 2 ปี (2547) แล้วนั้น ได้มาจากผู้ทำธุรกิจผิดกฎหมายทั้งสิ้น โดยเฉพาะยาเสพติด (เขียนมาเกือบ 6 ปีแล้ว เพิ่งมายอมรับตอนนี้)
2.กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการแบ่งแยกดินแดน ถึงแม้จะมีกระแสปลุกระดมมาตั้งแต่อดีตอันยาวไกลก็ตาม แต่ที่มาก่อเหตุรุนแรงขึ้นเพราะ “ความคับแค้นใจต่อเจ้าหน้าที่รัฐมากกว่า” เหตุการณ์ยิ่งนานวันจึงได้พัฒนาซับซ้อนมากขึ้น จนปัจจุบันบางกลุ่มกลับไปมีเครือข่ายอยู่กับผู้ทำธุรกิจผิดกฎหมายและนักการเมืองท้องถิ่นหลายคน
3.ในอดีตกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเหล่านี้ เกือบ 80% รวมตัวกันในลักษณะของ Cells ขนาดเล็ก ไม่ขึ้นตรงต่อกัน รู้จักกันบ้าง เพราะเรียนโรงเรียนเดียวกันมาหรือเป็นเครือญาติกัน ไม่มีเครือข่ายหลักของกลุ่มโจรเก่าๆ มาสนับสนุน นอกจากการแนะนำวิธีการต่อสู้เพิ่มเติมให้ หรือมีโจรเก่าๆ ที่ไม่มีทางไปไหนแล้ว ได้ขอเข้ามาร่วมงานด้วย ส่วนแรงบันดาลใจนั้นได้มาจากการต่อสู้ของกลุ่มอัล-ไกดา และกลุ่มเจไอ ผ่านเครือข่ายโซเชียลมีเดีย ซึ่งขณะนั้นมีบิน ลาเดน เป็นวีรบุรุษของวัยรุ่นอิสลามอยู่ทั่วโลก ดังนั้นตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา แม้เราจับกุมผู้ก่อความไม่สงบเหล่านี้ได้เป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่เคยหาตัวหัวหน้าหรือสายบังคับบัญชาได้เลย ส่วนเครือข่ายที่มีอยู่นั้น เป็นเพียงเจ้าหน้าที่รัฐในระยะเริ่มต้นผูกเหตุการณ์เอาเองกับกลุ่มโจรเดิมๆ ซึ่งยังหลงเหลืออยู่ไม่กี่คน เพื่อสนองรัฐบาลคุณทักษิณในยุคนั้นว่า “งานใหญ่ขนาดนี้ต้องมีหัวหน้าเครือข่ายแน่นอน” เมื่อเวลาผ่านไป เครือข่ายจึงเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐเปลี่ยนคนไปเป็น 10 รุ่นแล้ว ในเมื่อฐานข่าวเก่าว่า “มีเครือข่าย” มันก็ต้องมีมาเรื่อยๆ โจรก็ชอบ ดูใหญ่ดูโตขึ้นตามไปด้วย
ในปัจจุบันรัฐบาลพยายามทำแบบเดิมเมื่อต้นปี 47-49 คิดว่า “ทุ่มเทเงิน” ลงไปแล้วจะสำเร็จ การเพิ่มอำนาจตำรวจในพื้นที่ให้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ รวมถึงการทำให้ ศอ.บต.มีเครือข่าย “คนของพรรคเพื่อไทย” มากขึ้นนั้น มันจะกลายเป็นตราบาปอีกครั้งหนึ่งในการแก้ไขปัญหานี้ของคุณทักษิณ ไม่ว่าคุณทักษิณจะรู้เห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม แต่ “สังคม” ได้ประทับตรา “คุณทักษิณ” ลงไปเรียบร้อยแล้ว ภายใต้ความคึกคะนองของ “คนเสื้อแดง”



