คอลัมนิสต์

พร้อมรับมือหรือยัง?

พร้อมรับมือหรือยัง?

21 พ.ค. 2555

พร้อมรับมือหรือยัง? : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม

              พายุฝนที่ตกกระหน่ำติดต่อกันหลายวัน นอกจากจะเป็นเสมือนสัญญาณการเริ่มต้นฤดูฝน ฤดูน้ำหลากครั้งใหม่แล้ว ยังเป็นดั่งระฆังเตือนภัยที่เริ่มดังขึ้น บอกให้ทุกคนรับรู้ว่า นับจากนี้ไปเรากำลังก้าวสู่ภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะประสบกับอุทกภัยอีกครั้งหรือไม่ ซึ่งคำถามทั้งหลายทั้งปวงที่จะพรั่งพรูตามมาในอีกไม่ช้า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะสามารถตอบได้ก็ต่อเมื่อ แผนงานต่างๆ ที่ประกาศว่าได้เตรียมไว้แล้วได้สำเร็จลุล่วง หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องแสดงให้เห็นว่า สามารถรับมือกับภัยพิบัติได้โดยที่ไม่ทำให้เกิดความเสียหายมากนัก
   
             การพยากรณ์อากาศ และวิเคราะห์ปริมาณฝนและน้ำในฤดูกาลนี้ จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและสื่อสารกับทุกฝ่าย รวมทั้งประชาชนทั่วไปให้ได้รับรู้และเท่าทันสถานการณ์อยู่เสมอ ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท หรือว่าตื่นตระหนกจนเกินเหตุ ขณะเดียวกันข้อมูลการพยากรณ์ของอุตุนิยมวิทยายังต้องนำไปใช้เพื่อการตัดสินใจบริหารจัดการน้ำในเขื่อนต่างๆ ในระดับหนึ่งด้วย ฉะนั้นความรวดเร็วและแม่นยำจึงมีความจำเป็นยิ่งยวด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ฝนมากน้ำในเขื่อนก็มาก ฝนน้อยน้ำในเขื่อนกลับเหือดหาย
   
             สำหรับการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศนับจากวันนี้ จะต้องแสดงตัวเลขปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ การระบายน้ำออกเป็นระยะๆ เพื่อสร้างความโปร่งใส และอุ่นใจให้แก่ทุกฝ่าย ที่สำคัญก็คือ เท่ากับเป็นการยืนยันว่า การบริหารจัดการน้ำจะเป็นธรรมและโปร่งใส ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการที่มีตัวแทนของทุกฝ่าย ปราศจากอำนาจหรืออิทธิพลใดๆ เข้ามาครอบงำอย่างที่มีข้อครหาเมื่อปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับแผนตลอดทั้งปี ที่จะต้องแสดงต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ เช่นทุกๆ เดือนหรือว่า ต้นฤดู กลางฤดู และปลายฤดู ฯลฯ
   
             พร้อมกันนี้ ควรมีหน่วยงานที่เป็นกลางเข้าตรวจสอบความพร้อมของระบบการระบายน้ำต่างๆ ในทุกๆ ลุ่มน้ำ ไม่ว่าจะเป็นประตูระบายน้ำ ฝาย คลองส่งน้ำทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เพราะในปีที่ผ่านมานั้น มีปัญหาหลายอย่างที่เกิดจากประตูระบายน้ำและระบบการชลประทาน เช่น ประตูระบายน้ำบางโฉมศรีพังทลายลง ขณะที่ประตูระบายน้ำบางแห่งกลไกเสียหาย ไม่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนจากภาวะน้ำหลากและน้ำท่วมได้จริง ประตูระบายน้ำกลายเป็นเครื่องกีดขวางทางน้ำ และชนวนความขัดแย้งของประชาชนที่ได้เสียจากการปล่อยน้ำปิดน้ำ
   
             มีคำยืนยันจากฝ่ายกองทัพที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ขุดลอกคูคลองต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑลว่า การทำงานสำเร็จลุล่วงจนเกือบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า การระบายน้ำผ่านคลองต่างๆ ที่ว่าจะทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตราบเท่าที่การบริหารจัดการเพื่อให้สามารถระบายน้ำลงทะเลโดยเร็วที่สุดจำเป็นต้องพึ่งพิงหน่วยงานอื่นอย่างเช่น กรมชลประทาน กรุงเทพมหานคร (กทม.) ฯลฯ ขณะเดียวกันคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำทั้งหมดก็ต้องพิจารณาการบริหารน้ำในแต่ละพื้นที่ทางน้ำผ่านควบคู่กันไปด้วย นับตั้งแต่จังหวัดต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและป้องกันเหตุการณ์กระทบกระทั่งที่อาจเกิดขึ้นได้
   
             ทั้งหมดที่ยกตัวอย่างมานี้ น่าจะเป็นหลักประกันได้ว่า ในเมื่อเราไม่ตั้งมั่นอยู่ในความประมาทแล้ว ไม่ว่าเหตุเภทภัยร้ายแรงใดๆ จะเกิดขึ้นมาก็ตาม เราก็สามารถรับมือได้อย่างมีสติด้วยกำลังกายใจเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม จะไม่มีความสูญเสียใหญ่หลวงเกิดขึ้นซ้ำอีกโดยเด็ดขาด