คอลัมนิสต์

'ตู่'เดิมพัน'อิสรภาพVSเก้าอี้รมต.'

'ตู่'เดิมพัน'อิสรภาพVSเก้าอี้รมต.'

18 พ.ค. 2555

"ตู่" เดิมพัน “อิสรภาพ VS เก้าอี้รัฐมนตรี” เกมนี้เสี่ยงแต่คุ้ม! : ขยายปมร้อน โดยชนิกานต์ พุ่มหิรัญ สำนักข่าวเนชั่น

              หลังจาก "5 เสือ กกต." มีมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 1 ให้ "จตุพร พรหมพันธุ์" พ้นสมาชิกภาพการเป็นส.ส. โดยส่งคำวินิจฉัยไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด ตามมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 และมาตรา 10 (11) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2550 เพื่อวินิจฉัยชี้ขาดว่าสมาชิกภาพการเป็นส.ส.สิ้นสุดลงหรือไม่?
 
              เรื่องของเรื่องเริ่มเมื่อ "จตุพร" ถูกจับขังคุกสืบเนื่องจากเหตุการณ์พฤษภา 53 ทำให้วันเลือกตั้งไม่สามารถออกมาใช้สิทธิ์ได้ แม้จะทำเรื่องขอออกมาเลือกตั้งหลายครั้ง แต่ศาลก็ไม่อนุญาต ทำให้ต่อมามีผู้ไปร้องว่าการไม่ไปใช้สิทธิ์นั้นอาจจะทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.
 
              กกต.ขณะนั้นพลิกตำรากฎหมาย สุดท้ายก็เห็นว่า "จตุพร" ถูกต้องห้ามไม่ให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา เนื่องจากต้องถูกคุมขัง โดยหมายศาลหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 100 (3) จึงอาจส่งผลให้ขาดความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 มารตรา 20 (3) ประกอบมาตรา 19 และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง จึงส่งผลให้การเป็นสมาชิกพรรคไม่ติดต่อกันเป็นเวลา 30 วัน จนถึงวันเลือกตั้ง และส่งผลให้การเป็น ส.ส.สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (4)ประกอบมาตรา 101 (3) ด้วย
 
              นับตั้งแต่มติครั้งนั้นเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2554 จนถึงขณะนี้ เดือนพฤษภาคม 2555 นับเป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้ว กว่าที่ศาลรัฐธรรมนูญจะออกนั่งบัลลังก์ในวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคมนี้ เพื่อวินิจฉัยชี้ขาดว่า "จตุพร" ยังจะอยู่ในตำแหน่ง "ผู้ทรงเกียรติ" อีกหรือไม่
 
              ระหว่างการสู้คดีที่ผ่านมา "จตุพร" ได้ออกมาแก้ข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าตนเองมีสิทธิ์ที่จะได้เป็นส.ส.อย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นการออกมาระบุว่า "ผมมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้” โดยอ้างว่า กกต.ได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบการรับสมัครคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามไปแล้ว ก่อนที่จะมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย
 
              ซึ่งประเด็นตอบโต้ดังกล่าวถือเป็นจุดอ่อนของ "5 เสือ กกต." อย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้คงสภาพการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทำให้การเป็น ส.ส.ของ "จตุพร" ยังคงอยู่ไปโดยปริยาย
 
              ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ เนื่องจากถูกคุมขังนั้น "จตุพร" ให้เหตุผลไว้ว่า "ผมไม่สามารถออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ เพราะศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ทั้งที่ได้แสดงเจตนาที่จะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว อีกทั้งไม่ได้จงใจไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งด้วย ยืนยันว่า หากได้รับอนุญาตจะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งแน่นอน"
 
              อย่างไรก็ตาม คงต้องติดตามคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ว่า จะเชื่อคำโต้แย้งของ "จตุพร" หรือไม่? หรือในทางกลับกัน กกต.อาจล้มไม่เป็นท่าจากความผิดพลาดในการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนการประกาศรับรองผล ส.ส.ก็เป็นได้!
 
              ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดให้ "จตุพร" พ้นสภาพการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และส่งผลให้การเป็น ส.ส.สิ้นสุดลงนั้น "จตุพร" ก็จะสิ้นสภาพการเป็นส.ส.และสมาชิกพรรคทันที แต่ถึงอย่างไรคำวินิจฉัยดังกล่าวก็ไม่ส่งผลกับตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างแน่นอน เนื่องจากรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้สำหรับผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส.มาก่อน
 
              ดังนั้นหาก  "จตุพร" จะนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้นั้น คงจะไม่มีปัญหา รวมถึง "จตุพร" ยังสามารถใช้สิทธิ์สมัครกลับเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ทันทีอีกด้วย
 
              แถมยังเรียกคะแนนสงสารจากมวลชน และกดดัน "นายใหญ่" ว่าวันนี้เขาควรได้รับบำเหน็จอะไรคืนบ้าง สำหรับความสูญเสียจากการต่อสู้ที่ผ่านมา
 
              อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างใช่ว่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบเพียงอย่างเดียว เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินในทางอันไม่เป็นคุณ เขาย่อมจะสุ่มเสี่ยงต่อการเสียอิสรภาพ ซึ่งได้มาจากเอกสิทธิ์คุ้มครองในการเป็น ส.ส. ที่เป็นใบเบิกทางในการประกันตัวในฐานะจำเลยคดีหมิ่นสถาบันฯ ถึงแม้ว่าในชั้นต้นกรมสอบสวนคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้องก็ตาม แต่ในชั้นอัยการก็น่าลุ้นว่ายกฟ้องด้วยหรือไม่?
 
              ในทางกลับกันหากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีมติคงสภาพการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยนั้น ทำให้การเป็นส.ส.ของ "จตุพร" ยังคงอยู่ ดังนั้นจึงสามารถควบตำแหน่งส.ส.และเก้าอี้รัฐมนตรีได้อย่างสบายเช่นกัน เพราะรัฐธรรมนูญยังเปิดช่องให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่ง ส.ส.สามารถนั่งควบเก้ารัฐมนตรีได้อีกด้วย
 
              งานนี้สำหรับ "จตุพร" คงลุ้นจนสุดตัว เพราะเกมครั้งนี้ถือเป็นการเดิมพันด้วยอิสรภาพของตนเอง เพื่อแลกมาด้วยสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดคือ “เก้าอี้รัฐมนตรี”
 
              น่าเชื่อว่า วันข้างหน้าประเทศไทยคงจะมีแกนนำเสื้อเองเข้ามาอยู่ในตำแหน่ง "เสนาบดี" อีกคนเป็นแน่!!

----------

(หมายเหตุ : "ตู่" เดิมพัน “อิสรภาพ VS เก้าอี้รัฐมนตรี” เกมนี้เสี่ยงแต่คุ้ม! : ขยายปมร้อน โดยชนิกานต์ พุ่มหิรัญ สำนักข่าวเนชั่น)