
หลังแก้รธน.'ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้ไม่ได้'
บทพิสูจน์หลังแก้รัฐธรรมนูญ 'ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้ไม่ได้' : ขยายปมร้อน โดย ขนิษฐา เทพจร สำนักข่าวเนชั่น
เป็นที่ชัดเจนว่า “ร่างรัฐธรรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 291 ว่าด้วยการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ใช้เวลาพิจารณายืดเยื้อ-ยาวนานที่สุดถึง 15 วัน หรือกว่า 240 ชั่วโมง
เหตุที่ใช้เวลานาน...เพราะ “ประชาธิปัตย์" และ "เพื่อไทย” ต่างฝ่ายต่างงัดเกมการเมืองมาเล่น "ขุนพลประชาธิปัตย์" เจตนา “ยื้อ” ส่วน “พลพรรคเพื่อไทย" เจตนา “แย่ง”
หากจำกันได้...ตั้งแต่วันแรกของการประชุมร่วมรัฐสภา คณะกรรมาธิการโดน “ส.ส.ประชาธิปัตย์” อัดเละ ในประเด็นความเร่งรีบ นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอเข้าสู่รัฐสภา ทำให้รายชื่อและถ้อยคำของผู้แปรญัตติตกหล่น กว่าจะแก้ไขให้เข้ารูปรอยก็กินเวลาต่อรองถึง 2 วัน
ไม่เพียงเท่านั้น “ประชาธิปัตย์” เดินเกมยั่วโมโห ตั้งแต่ “มาตรา 1 ชื่อร่าง” โดยแปรญัตติ เชิงล้อเลียน และเหน็บแนม แก้ชื่อร่างรัฐธรรมนูญ เป็น "รัฐธรรมนูญเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร!!"
ฟาก “เพื่อไทย” ก็แก้เกมด้วยการประท้วง ตอบโต้ แทน “อดีตนายกฯ” ทุกครั้ง จนหลายครั้งออกปากให้ปิดอภิปราย ให้ยุติอภิปราย แต่สุดท้ายก็ต้องยอมให้ยืดเยื้อเพื่อลบคำครหา "รวบรัด"
นอกจากนั้น “คนเพื่อไทย” ที่หาจังหวะ โชว์ออฟ ใช้คำหยาบ สร้างสีสัน แย่งพื้นที่ข่าว ตลอดระยะเวลาการประชุม
ด้วยวิธีนี้เอง "จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ” ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จึงได้แจ้งเกิด!! เพราะเล่นปักหลักยืนเล่นบท ปะ ฉะ ดะ กับ “ส.ส.ประชาธิปัตย์” ชนิดไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม
โดยช่วงที่ “จ่าประสิทธิ์” ลุกทำหน้าที่ คนที่นั่งดูอภิปราย ก็ชี้ชวนชมประหนึ่งโชว์ละครสัตว์กำลังเริ่ม แต่พฤติกรรมของ “พี่จ่า” ที่จัดทุกเม็ด เก็บทุกประเด็น กลายเป็นที่เอือมระอา จน “ประธานรัฐสภา สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา” ถึงกับส่ายหน้า และหลายครั้งก็แกล้งทำเป็นไม่เห็น เพื่อลดการต่อล้อต่อเถียง
แต่ใช่ว่าพฤติกรรมเช่นว่าจะมีเฉพาะ "เพื่อไทย" แต่ "ประชาธิปัตย์" เองก็ใช่ย่อย โดยเฉพาะบทบาทของ “วัชระ เพชรทอง" ส.ส.บัญชีรายชื่อที่เล่นบทหยิกแกมหยอก อภิปรายพาดพิงถึงบุคคลที่สาม จนเป็นเหตุให้ประท้วงวุ่นวาย และกลายเป็นภาคบังคับ ที่ประธานรัฐสภาต้องลุกและใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด
มาตรการหนึ่ง...สั่งให้ถอนคำพูด เมื่อไม่ถอน ก็ไม่อนุญาตให้พูด และเชิญนั่งลง แต่เมื่อไม่ยอมนั่ง ก็ต้องสั่ง “ตำรวจรัฐสภา” พาตัวออกไปจากห้องประชุม
ประเด็นของ “ส.ส.วัชระ” เรียกว่าเกิดขึ้นซ้ำซ้อน ถึง 2 ครั้ง เพราะอาการไม่ยอม ปฏิบัติตามคำสั่ง “ประธานรัฐสภา” เพื่อฟ้องสังคมว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม...โดยไม่พิเคราะห์ว่าต้นตอ เกิดจากตัวเอง...ที่อภิปรายผิดข้อบังคับ ดังนั้นจึงเป็นสิทธิ์โดยชอบที่ “ประธานในที่ประชุม” จะมีสิทธิ์ออกคำสั่ง
ดังนั้น...บรรยากาศการอภิปราย ตลอด 15 วัน เราจะเห็นภาพสลับ ระหว่าง อภิปราย-ประท้วง-ประท้วง-อภิปราย จนเกิดอาการเซ็งกันทั่วเมือง
ไม่เว้นแม้แต่ “เหล่าท่านผู้ทรงเกียรติ” ที่นั่งในห้องประชุม ซึ่งออกอาการเบื่อ จนเผลอหลับ หรือนั่งเล่นสมาร์ทโฟน จนมีคนจับภาพได้ว่า...กำลังนั่งดูรูปโป๊ ระหว่างการประชุม
ยิ่งไปกว่านั้น ภาพโป๊ที่ไม่ทราบที่มาไปปรากฏอยู่บนจอมอนิเตอร์กลางห้องประชุมสภาจนสร้างความอับอายไปทั่ว
แต่เกมชิงไหวพริบ ระหว่าง “ฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล” ก็ใช่ว่าจะดุเดือด เสียตลอดเวลา เพราะบางคั้งก็มีที่ต่างยอมและผ่อนให้กัน เช่น ยอมแก้ไขในคำแปรญัตติและชื่อผู้แปรญัตติที่ตกหล่น, การแก้ไขมาตรา 291/5 ว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร. ที่แก้ให้ใช้ “พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว.” ตามความต้องการของฝ่ายค้าน และยอมให้ “ส.ส.ประชาธิปัตย์” อภิปรายจนหนำใจ
ทำให้อุณภูมิร้อนๆ ในห้องประชุมรัฐสภา...ดูท่าจะเย็นลง กว่าที่คาดการณ์ไว้ในวันแรก และในวันสุดท้ายของการประชุม..."พลพรรคประชาธิปัตย์” ยอมลดจำนวนคนอภิปราย...และในบางประเด็นก็เว้นการอภิปราย...ทำให้การประชุมเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว และพิจารณาวาระสอง จบเร็วกว่าที่ “ฝ่ายรัฐบาล” กะเกณฑ์ไว้ 1 วัน
ท้ายสุดแล้ว บทสรุปของสาระร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 หลังถกแบบมาราธอน คือ ให้มี “สสร.” 99 คน จากการเลือกตั้ง 77 คน และคัดเลือกจากรัฐสภา 22 คน เข้าทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายใต้กรอบเวลา 240 วัน โดยเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องไม่เป็นผลให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐ, ระบอบการปกครอง และแก้ไขหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์
จากนั้นให้เวลาอีกไม่เกิน 60 วัน ในการทำประชามติ รับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก
สาระร่างรัฐธรรมนูญเกือบทั้งหมด...เป็นไปตามร่างพิจารณาของกรรมาธิการ จะเปลี่ยนก็แค่กฎหมายที่ใช้ในการเลือกตั้ง สสร.
ดังนั้น ภาพรวมของการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อร่างกฎหมายสูงสุด กลับตลบอบอวลด้วยกลิ่นคลุ้งของน้ำเน่า
และบทสุดท้ายก็สรุปได้ว่าเมื่อใบสั่งยืนยันจะเอาสิ่งใดให้ได้ เมื่อนั้นภายใต้หลังคารัฐสภา ก็ไม่มีสิ่งใดที่ “เพื่อไทย” ทำให้ไม่ได้เช่นกัน!
...........
(หมายเหตุ : บทพิสูจน์หลังแก้รัฐธรรมนูญ 'ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้ไม่ได้' : ขยายปมร้อน โดย ขนิษฐา เทพจร สำนักข่าวเนชั่น)



