
'บางครั้ง'เกมการเมืองก็มีเรื่องดีๆ
'บางครั้ง'เกมการเมืองก็มีเรื่องดีๆ :ขยายปมร้อน โดย สมถวิล เทพสวัสดิ์ [email protected]
คำสั่งของ "นายกรัฐมนตรี" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มอบหมายให้ 6 รัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราคาสินค้า ส่วนหนึ่งมากจากผลโพลล์หลายสำนักที่สำรวจตรงกันให้ "รัฐบาลสอบตก" เรื่องการควบคุมราคาสินค้า เนื่องจากยังมีราคาแพงขึ้น
หลังจากก่อนหน้านี้มองว่า "แพงทั้งแผ่นดิน" เป็นเรื่องการเมืองที่ "ฝ่ายค้าน" นำมาโจมตีรัฐบาล และเห็นว่า "ข้าวของแพง" เป็นเพียง "รู้สึกไปเอง" โดยเฉพาะผลสำรวจของ "ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น" หรืออีสานโพล ที่สะท้อนเสียงของชาวอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่ฐานเสียงของรัฐบาล เกี่ยวกับผลงานรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรให้รัฐบาลสอบตกเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ และความอยู่ดีกินดี ถือเป็นการตอกย้ำกระแส "แพงทั้งแผ่นดิน" ได้เป็นอย่างดี
จากการทำงานของ "กระทรวงพาณิชย์" นำโดยเจ้ากระทรวงอย่าง “บุญทรง เตริยาภิรมย์ แม้ว่าจะมอบหมายให้หน่วยงานหลักกำกับดูแลเรื่องราคาสินค้ามาตั้งแต่ต้นปี แต่การขับเคลื่อนของภาคการเมืองตอบรับช้าทำให้ภาคปฏิบัติไม่สัมฤทธิผล
ส่วนหนึ่งของการตื่นตัวในการไล่ตรวจราคาสินค้าของรัฐบาลเกิดจาก "ฝ่ายค้าน" ลงไปขับเคลื่อนและนำเสียงสะท้อนของประชาชนมาแถลงข่าวทุกสุดสัปดาห์
มีการจัดกิจกรรมตรวจตลาด และขายสินค้าราคาถูกตามสถานที่ชุมชนต่างๆ โดยมี "อภิรักษ์ โกษะโยธิน" ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรมว.พาณิชย์เงา รับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีม
พร้อมกับวลี "แพงทั้งแผ่นดิน" ซึ่งเป็นภาษาเข้าใจง่ายยิ่งทำให้ "ประโยคนี้" เริ่มมีคนพูดถึงและคล้อยตาม เมื่อพบกับราคาสินค้าที่ทยอยปรับตัวตามราคาพลังงานที่ไม่มีทีท่าว่าราคาจะหยุดนิ่ง
ซึ่งมีทั้งราคาน้ำมัน ก๊าซเอ็นจีวี และแอลพีจี ที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่ง แถมพ่วงค่าโดยสารทุกชนิดที่เตรียมปรับขึ้นตามต้นทุน รวมถึงค่าน้ำ และค่าไฟ
หลังจาก "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" และ "รัฐมนตรี" ที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้าลงสำรวจตลาด และพบว่าราคาสินค้า "แพงจริง" จึงหันมาเพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหา
เพราะนอกจากประชาชนได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่สูงขึ้นแล้วในทางการเมืองถือว่ากระทบต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลด้วยเช่นกัน
การบริหารงานของรัฐบาลโดยผ่านนโยบายหาเสียงก็มีส่วนต่อการปรับตัวของ "ราคาสินค้า" จะเห็นได้จากนโยบายปริญญาตรี 15,000 บาท, ค่าแรง 300 บาททันทีทั่วประเทศ
แต่เมื่อถึงเวลาจริงรัฐบาลทำไม่ได้ตามนโยบายที่หาเสียง แต่ราคาสินค้าได้ "ปรับตัว" ดักหน้าไปก่อนแล้ว โดยที่ "ไม่มีการปรับเงิน" ผู้ที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ คือ "มนุษย์เงินเดือน"
นี่ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น!
เพราะตั้งแต่กลางปีเป็นต้นไปสินค้าจะทยอมปรับตัวสูงขึ้นจากปัญหา "พลังงาน" และการปรับค่าแรงในอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็กในพื้นที่นำร่อง 7 จังหวัดที่ต้องแบกภาระกับการขึ้นค่าแรง 300 บาท หากเห็นว่าไม่สามารถตรึงราคาสินค้าจากภาระการเพิ่มค่าแรงบรรดาอุตสาหกรรมเหล่านี้ต้องปรับราคาสินค้า หรืออาจปิดตัวลง เพราะสู้กับการรับภาระต้นทุนการผลิตไม่ไหว
แต่ยกแรกของปัญหาราคาสินค้า "แพงทั้งแผ่นดิน" ถือว่ารัฐบาลพลิกเกมสู้ได้ แม้จะล่าช้าไปบ้างก็ตาม
จะเห็นว่าเมื่อทางการเมืองเพลี่ยงพล้ำจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการหาแนวทางแก้ปัญหาโดย "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอแนวคิดโครงการสหกรณ์ "ถูกทั้งแผ่นดิน" นำสินค้าจากสหกรณ์มาจำหน่ายในราคาถูกกว่า
และคำว่า "ถูกทั้งแผ่นดิน" จากแนวคิดของ "ณัฐวุฒิ" ถือเป็นการต่อสู้ทาง "วาทกรรม" ทำให้ประชาชนจดจำได้เช่นกัน
ขณะที่ "ฝ่ายค้าน" เจ้าของวลี "แพงทั้งแผ่นดิน" นำประเด็นปัญหาปากท้องของประชาชนมาจุดกระแสให้เห็น "จุดอ่อน" ในการแก้ปัญหาปากท้องของรัฐบาล ส่วนรัฐบาลนำโดย "ณัฐวุฒิ" ก็แก้เกมโดยนำวลี "ถูกทั้งแผ่นดิน" มาสู้พร้อมกับหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนผ่านทางสหกรณ์ของแต่ละจังหวัด
ถือว่ารัฐบาลได้เริ่มใช้ "อำนาจรัฐ" ที่มีอยู่ในมือมาบริหารให้เกิดประสิทธิผล
มีคำถามว่าถ้า "ปัญหาปากท้อง" ไม่มีเรื่อง "คะแนนนิยมทางการเมือง" เข้ามาเกี่ยวข้องประชาชนตาดำๆ ที่เดือดร้อนจะได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนหรือไม่
อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ "กระทรวงพาณิชย์" ก็มีนโยบาย "1 ร้านธงฟ้า 1 ชุมชน" ต่อมาเปลี่ยนชื่อว่า “โชห่วย ช่วยชาติ” กระทั่งล่าสุดเปลี่ยนชื่อเป็น "โครงการร้านค้าถูกใจ" เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนอยู่แล้ว แต่ไม่ได้รับเสียงตอบรับเท่าที่ควร
โดยมีกระแสว่า "โครงการร้านค้าถูกใจ" ซึ่งมีสัญลักษณ์เป็น "หัวใจสีชมพู" ที่ตั้งอยู่ตำบลละ 1 แห่งได้ไปแย่งลูกค้า "ร้านโชห่วย" ในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น "หัวคะแนนนักการเมือง" จึงไม่แปลกที่นักการเมืองจะไม่สนับสนุนโครงการดังกล่าวของกระทรวงพาณิชย์
แต่จากการนำปัญหาปากท้องของประชาชนมาเป็นการต่อสู้ทางการเมืองภายใต้วลี "แพงทั้งแผ่นดิน" กับ "ถูกทั้งแผ่นดิน" ก็ทำให้ประชาชนที่เดือดร้อนได้รับประโยชน์จากการต่อสู้ครั้งนี้
อย่างน้อยในสถานการณ์การเมืองที่ประชาชนกำลังเบื่อหน่ายการเล่นเกมของ "นักการเมือง" ก็มีเรื่องดีๆ ซ่อนอยู่เหมือนกัน!
.............
(หมายเหตุ : 'บางครั้ง'เกมการเมืองก็มีเรื่องดีๆ :ขยายปมร้อน โดย สมถวิล เทพสวัสดิ์ [email protected])



