
ปรากฏการณ์อากง
ปรากฏการณ์อากง : บทบรรณาธิการประจำวันที่11พ.ค.2555
อากง หรือนายอำพล ตั้งนพกุล จำเลยในคดีหมิ่นสถาบัน เสียชีวิตแล้วระหว่างรอพระราชวินิจฉัย ด้วยโรคมะเร็ง ความตายของนายอำพลย่อมนำความโศกเศร้าเสียใจมายังญาติพี่น้อง นี่นับว่าเป็นธรรมดา ก่อนหน้าที่จะเสียชีวิต นายอำพลได้แสดงความหวังว่า เขาจะได้รับอิสรภาพเนื่องจากทนายความมีการยื่นเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ มองในภาพทั้งหมดนี้ อาจประกอบสร้างภาพชายชราคนหนึ่ง ซึ่งไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย ถูกปรักปรำใส่ร้ายในคดีร้ายแรง ในที่สุดก็ถูกลงโทษสถานหนัก ถึงกระนั้นเขาก็หวังว่าจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณปล่อยตัวพ้นโทษไป แต่น่าเสียดายที่นายอำพลเสียชีวิตไปก่อน เรื่องราวชีวิตของอากงจึงคล้ายเป็นชีวิตรันทดของคนที่ถูกกลั่นแกล้ง ได้รับความทุกข์ทรมาน และตายไปโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม
เรื่องราวเป็นเช่นนั้นจริงหรือ ? คดีนี้อากงสู้คดีอย่างเต็มที่ ทั้งประเด็นเรื่องเจตนา พยานแวดล้อมอื่นๆ ในที่สุดศาลมีคำพิพากษาซึ่งมีความโดยละเอียดที่แสดงให้เห็นว่า ทนายจำเลยไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ เช่น นำโทรศัพท์ไปซ่อมหลายครั้ง แต่จำร้านที่ซ่อมไม่ได้ พยานแวดล้อมอื่นๆ ก็ไม่มีเหตุที่จะมีใครกลั่นแกล้งจำเลย อีกทั้งการกระทำความผิดก็มีการกระทำซ้ำหลายครั้ง ในข้อความซึ่งประชาชนทั่วไปอาจไม่ได้อ่าน และทำให้ได้ข้อมูลไม่ครบถ้วนจนกระทั่งสำคัญผิดว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิดฉกรรจ์ จนถึงขนาดที่ศาลจะลงโทษสถานหนักเช่นนั้น ความจริงแม้เป็นบุคคลธรรมดา ข้อความนั้นก็นับว่าเป็นข้อความหมิ่นประมาทร้ายแรง ที่จำเลยสมควรได้รับการลงโทษสถานหนักอยู่แล้ว
อากงถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 10 ปี ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ระหว่างที่อากงถูกคุมขังตามคำพิพากษา ทนายจำเลยได้ยื่นขอถอนอุทธรณ์ และยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ ในแง่ของกฎหมายก็แปลว่าอากงยอมรับผิดแล้ว จึงได้ขอพระราชทานอภัยโทษ แต่คนโดยทั่วไปอาจเข้าใจว่า อากงยังใช้สิทธิในการต่อสู้คดีอยู่ น่าจะมีเหตุให้ศาลพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวได้ เพราะจำเลยถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร แต่ในความเป็นจริง จำเลยได้สละสิทธิ์ในการต่อสู้ ประเด็นการปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อให้จำเลยมารักษาตัวภายนอกเรือนจำจึงตกไป
มีความพยายามที่จะลากโยงความตายของอากงไปเป็นประเด็นทางการเมือง ไปเป็นเงื่อนไขในการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมทั้งจุดมุ่งหมายอื่นๆ โดยไม่ปรากฏว่ามีคำอธิบายด้วยหลักเหตุผลว่า ความตายของอากงเป็นคนละเรื่อง คนละประเด็น กับการแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งแน่นอนว่ายังมีประเด็นกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่เป็นธรรมอยู่บ้าง ซึ่งก็ต้องไปพิจารณาอีกส่วนหนึ่ง ความตายของอากง เป็นความตายในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน ซึ่งต้องได้รับการชันสูตรพลิกศพตามกฎหมาย จากการชันสูตรเบื้องต้น ก็ไม่ได้มีการโต้แย้งการตายแต่อย่างใด ความตายของอากง จึงเป็นความตายโดยปกติของผู้ต้องขังซึ่งอาจมีการป่วย และเสียชีวิตในระหว่างนั้น
แน่นอนว่า เป็นสิทธิของภรรยาอากง หรือญาติพี่น้องที่จะจัดการศพอากง ไม่ว่าจะด้วยการแห่ศพอากงไปทำพิธีในสถานที่สาธารณะ หรือด้วยวิธีใดๆ ในขณะเดียวกันหากกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง จะใช้ศพอากงไปใช้ด้วยวัตถุประสงค์เฉพาะ ก็เป็นสิทธิของคนเหล่านั้น แต่ต้องเข้าใจว่า ความตายของอากงไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม ไม่ได้เกี่ยวพันกับมาตรา 112 สังคมไทยควรได้รับข้อมูลโดยครบถ้วน รอบด้าน และใช้วิจารณญาณใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วน



