คอลัมนิสต์

ราชทัณฑ์ต้องให้คำตอบ

ราชทัณฑ์ต้องให้คำตอบ

10 พ.ค. 2555

ราชทัณฑ์ต้องให้คำตอบ : บทบรรณาธิการประจำวันที่10พ.ค.2555

             กรมราชทัณฑ์กำลังถูกเพ่งเล็งจากสังคม หลังมีการบุกเข้าตรวจค้นเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ความจริงหลายอย่างได้เริ่มปรากฏ แดนสนธยาที่ใครต่อใครตั้งข้อสังเกตเริ่มกระจ่าง ข้อมูลที่หลุดลอดออกมาทำให้เห็นว่าภายในเรือนจำมีผลประโยชน์มากมายขนาดไหน มากขนาดที่ว่าเจ้าหน้าที่หรือผู้คุมยอมเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางในการอำนวยความสะดวกให้แก่นักโทษ โดยเฉพาะคดียาเสพติดที่มีเงินจำนวนมหาศาลมาล่อใจ ดูแล้วอาจจะมากกว่า "ส่วย" ในอีกหลายหน่วยงานเสียด้วยซ้ำ เมื่อเรื่องราวภายในกำแพงคุกเปิดเผยขึ้นมา ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมต้องรีบสอบสวนให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมที่สุด

              ระบบ "ส่วย" ในเรือนจำจะมีอยู่จริงหรือไม่ยังตอบไม่ได้ตอนนี้เนื่องจากต้องรอผลการสอบสวนของกรมราชทัณฑ์ แต่ส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดข้อสงสัยคือ เพราะเหตุใดในกำแพงคุกจึงมีสิ่งผิดกฎหมายหรือของต้องห้ามหลุดลอดเข้าไปได้ โทรศัพท์ มือถือจำนวนมาก ไม่ใช่เฉพาะเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชเท่านั้น แต่ทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่ต่างหน่วยนำกำลังเข้าตรวจค้นกลับพบอุปกรณ์สื่อสารซุกซ่อนอยู่จำนวนมาก ที่สำคัญเทคโนโลยีเข้าถึงนักโทษ สมาร์ทโฟนก็มีใช้ พ่อค้ายากับแหล่งผลิตสามารถติดต่อกันโดยตรง เชื่อถือได้เพราะโทรศัพท์บางรุ่นมองเห็นหน้ากันยืนยันเครือข่ายได้ชัดเจน วงจรการค้ายาเสพติดจึงไม่กระทบถึงแม้เอเย่นต์รายใหญ่ พ่อค้ารายย่อยจะถูกจับกุมก็ตาม
 
              ยาเสพติดไม่ว่ายาบ้า เฮโรอีน หรือแม้กระทั่งยาไอซ์ ที่นักเสพระดับดารา เศรษฐีไฮโซนิยมกัน ภายในกำแพงคุกก็มีให้เสพ มีจำหน่ายไม่น้อยหน้าข้างนอก การบุกเข้าตรวจค้นเรือนจำแต่ละครั้งพบของกลางเหล่านี้ในปริมาณมหาศาล ผู้เสพที่ถูกจับกุมไม่ได้อดอยากยา มีเงิน มีที่ซื้อขาย พวกที่ไม่เคยเสพเมื่อเข้าไปอยู่กลายเป็นขี้ยาก็มาก นักธุรกิจยาเสพติดมีอิทธิพลอยู่ภายในการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมากมายให้การซัดทอดไปถึงเครือข่ายในเรือนจำ ปัญหาคือ เมื่อมีข้อมูลแล้วมีการดำเนินการอย่างไรหรือไม่เพราะเป็นเรื่องภายในของกรมราชทัณฑ์ หากมีเจ้าหน้าที่หรือผู้คุมบางคนไปมีผลประโยชน์เรื่องที่ผ่านไปถึงเรือนจำจะเงียบหายไปหรือไม่
 
              ประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตคือ เครื่องมือสื่อสาร ยาเสพติด หลุดลอดเข้าไปโดยเจ้าหน้าที่ไม่รู้เห็นได้อย่างไร อาจมีบ้างที่ลอดหูตาของเจ้าหน้าที่ แต่การบุกเข้าค้นพบว่า ปริมาณโทรศัพท์มือถือนับร้อยเครื่อง ยาบ้านับพันๆ เม็ด รวมถึงยาเสพติดประเภทอื่นๆ ตามที่แถลงข่าวทุกครั้งมีมากระดับเอเย่นต์เลยด้วยซ้ำ ยังไม่นับรวมถึงการถอดตรวนและการใช้เงินง้างกฎระเบียบต่างๆ ด้วย  "ส่วย" จะมีอยู่จริงหรือไม่ อยู่ที่กรมราชทัณฑ์จะชี้แจงเพราะนานวันตอยิ่งผุด ผลการสอบสวนเรือนจำกลกลางนครศรีธรรมราช จะฟอกขาวระบบส่วยหรือไม่ ต้องติดตาม ส่วนกลไกการตรวจสอบของรัฐทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงยุติธรรมสังกัดเดียวกับราชทัณฑ์จะสนใจหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าใครมีผลประโยชน์บ้าง ถ้ามีระดับบิ๊กๆ คงปิดหรือเบี่ยงเบนกันไปได้ รัฐบาลให้ความสำคัญบ้างหรือเปล่า