
รบ.ปู'อย่าบริหารงานบนความว่างเปล่า'
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ "อย่าบริหารงานบนความว่างเปล่า" : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
ในที่สุด "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ก็ยอมรับว่าราคาสินค้าส่วนใหญ่ "ราคาแพงขึ้น" ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ "คิดไปเอง"
นั่นหมายความรัฐบาลเริ่มจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหา "ปากท้อง" ของประชาชนมากกว่าปัญหา "การเมือง" ที่นับวันประชาชนเริ่มจะเห็นพฤติกรรม "ธาตุแท้" ของนักการเมืองแต่ละคนสมควรได้รับเกียรติเข้าไปนั่งทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของประชาชนหรือไม่
ปัญหาสินค้าราคาแพงจากเดิมที่ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" บอกว่าคิดกันไปเองว่าของแพงจนถึงขณะนี้เริ่มมีเสียงจากรัฐบาลยอมรับว่าแล้วราคาสินค้าแพงจริงไม่ใช่เป็นสิ่งที่ประชาชนคิดไปเอง
หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ปัญหาเชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อรัฐบาลอย่างแน่นอน !
อย่าลืมว่า "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" ชนะเลือกตั้งครั้งนี้ ภายใต้ความเชื่อว่าสินค้าที่ชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" จะนำพาเศรษฐกิจประเทศไทยกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง
ประชาชนที่เทคะแนนให้แก่พรรคเพื่อไทย เพราะคาดหวังว่า "ทักษิณ" เป็นคนเก่งจะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคม ให้ดีขึ้น ทำให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2553
ดังนั้นการชนะเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยในครั้งนั้นได้อาศัยส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือการต่อสู้เด็ดเดี่ยวของคนเสื้อแดงเมื่อปี 2552-2553 เหตุการณ์ครั้งนั้นมีคนเสียชีวิต บาดเจ็บ และติดคุก ถือเป็นการต่อสู้ที่บาดลึกกินใจคนที่สนับสนุนทักษิณ ชินวัตร และนโยบายของพรรคเพื่อไทย
แต่การบริหารของ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" กำลังจะบ่อนทำลายองค์ประกอบที่ทำให้ "พรรคเพื่อไทย" ได้รับชัยชนะการบริหารงานที่เน้นเรื่องการเมืองที่มุ่งเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องมากกว่าการบริหารบ้านเมืองเพื่อประโยชน์เพื่อประชาชนโดยรวมทั้งประเทศ
พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ "ยิ่งลักษณ์" กำลังทำให้การต่อสู้ที่เด็ดเดี่ยวของคนเสื้อแดงและผู้ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยกลายเป็นการต่อสู้ที่ไร้ค่า
โดยเฉพาะการเดินเกม "ปรองดอง" สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนเสื้อแดง และผู้ที่สูญเสียจากการร่วมต่อสู้ในเหตุการณ์แยกคอกวัวและแยกราชประสงค์
ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ "ทักษิณ" ตายทางการเมือง เพราะไม่สามารถทำได้ตามที่รับปากไว้กับประชาชน !
ที่ผ่านมาจุดแข็งทางการเมืองของ "ทักษิณ" และ "พรรคเพื่อไทย" คือ "รับปากแล้วรักษาสัญญา"
แต่หลังจาก "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" ได้เข้ามาบริหารประเทศ นโยบายหลายอย่างไม่สามารถทำได้ตามที่ประกาศหาเสียงเอาไว้ โดยเฉพาะนโยบายด้านการเกษตร ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของรัฐบาล เช่น นโยบายรับจำนำข้าวเปลือกนาปี, โครงการรับจำนำมันสำปะหลัง, นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันเท่ากันทั่วประเทศ, เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาทต่อเดือน และการประกาศหาเสียงจะกระชากค่าครองชีพลง
โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ถือเป็นสินค้าที่คนรวยและคนจน ต้องจ่ายในราคาที่เท่าเทียมกัน
อย่าลืมว่าคนจนหรือเกษตรกรส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น คนเหล่านี้ต้องอาศัยและพึ่งพารัฐบาลผ่านนโยบาย ส่วนคนชนชั้นกลางได้รับประโยชน์จากนโยบายค่อนข้างน้อย เพราะไม่มีข้าวเปลือก-มันสำปะหลังไปเข้าโครงการรับจำนำ
ขณะนี้เกษตรกรหลายพื้นที่เริ่มเห็นข้อดีข้อเสียของนโยบายด้านการเกษตรกร โครงการประกันรายได้ทางการเกษตรกับโครงการรับจำนำพืชผลทางการเกษตรระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย
โครงการไหน "เกษตรกร" ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย และโครงการไหนสนับสนุนกลุ่มนักการเมือง และพ่อค้า
เพราะรู้ดีว่า "ยิ่งลักษณ์" คือ โคลนนิ่งของ "ทักษิณ" การเลือก "ยิ่งลักษณ์" คือการเลือก "ทักษิณ" จึงเชื่อมั่นในความสามารถของ "ยิ่งลักษณ์" ที่มีพี่ชายคอยเป็นแกนหลักในการบริหารงาน
แต่การบริหารงานของ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" ที่ผ่านมาเกือบปีได้แสดงให้หลายคนได้เห็นวุฒิภาวะความเป็น "ผู้นำ" ในฐานะ "นายกรัฐมนตรี" ของ "ยิ่งลักษณ์" ได้เป็นอย่างดี
หากการบริหารงานยังคงเดินทางนี้ไปเรื่อยๆ เชื่อว่า "ยิ่งอยู่นาน ยิ่งพ่ายแพ้" เพราะผลจากการบริหารงานจะเป็นเครื่องชี้วัดความสามารถ
มีหลายองค์กรมีทีมที่ปรึกษาเก่ง ทีมงานเก่ง แต่ "ตัวผู้นำ" มีแต่ความว่างเปล่า สิ่งที่ทีมงานบรรจุข้อมูลไปให้แม้จะมากเท่าไหร่ก็ไม่มีประโยชน์
การบริหารงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทั้งเรื่องการเมืองและบริหารบ้านเมืองกำลังนำมาซึ่งความเสื่อมมนต์ขลังของ "ทักษิณ" เห็นได้จาก "แกนนำเสื้อแดง" บางคนเริ่มออกมาต่อต้านแผนปรองดองของทักษิณ และการเดินเกมปรองดองทำให้ "ทักษิณ" เสียแนวร่วมคนเสื้อแดงไปเกือบทั้งหมด ส่วนคนที่ยังอยู่ เพราะต้องอาศัยแบรนด์ที่ชื่อ "ทักษิณ" เพื่อให้ได้เป็น "นักการเมือง"
เสียงเรียกร้องให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ปรับคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานด้านเศรษฐกิจที่ดูเหมือนเพิกเฉยต่อปัญหาปากท้องของประชาชน
แต่สถานการณ์ในขณะนี้การจะปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ดูเหมือนจะไม่แตกต่างกัน เพราะเพียงแค่มีข่าวจะปรับคณะรัฐมนตรีพร้อมมีโผออกมาโดยมีชื่อบ้านเลขที่ 111 ร่วมด้วย ก็ทำให้สถานการณ์ภายในพรรคเพื่อไทยเริ่มปั่นป่วน
โดยเฉพาะรายชื่อ "รัฐมนตรี" ที่มีชื่อจะถูกปรับออก ได้เตรียมตั้งคำถาม เพื่อขอคำตอบจากผู้ใหญ่ในพรรคไว้เรียบร้อยแล้ว แม้จะไม่ได้ลงแรงแต่ก็อยู่ในข่ายออกเงิน!
การบริหารงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียนที่ดีของประชาชน เพราะได้เห็นธาตุแท้ของนักการเมืองเป็นอย่างไรทำงานสมราคาคุยหรือไม่
ที่สำคัญประชาชนรู้มานานแล้วว่า "สินค้าแพง ไม่ใช่แค่คิดไปเอง"
...........
(หมายเหตุ : รัฐบาลยิ่งลักษณ์"อย่าบริหารงานบนความว่างเปล่า" : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)



