
ที่นี่กม.4.5
คอลัมน์ ที่นี่ กม. 4.5 : วันอังคารที่ 8 พ.ค. 2555 : โดย ... รูสะมิแล
000 แม้บางพื้นที่ฝนจะเริ่มโปรยปรายลงมาบ้างแล้ว แต่สภาพโดยทั่วไปก็ยัง "ร้อนระอุ" ขนาดน้ำที่ออกมาจากท่อประปา แทบไม่ต่างจากน้ำที่ผ่านการเดือดมาแล้ว เผลออาบไม่ดูตาม้าตาเรือมีสิทธิ์สะดุ้งโหยง บางครั้งแค่ล้างหน้าแปรงฟันถึงกับจ๊ากบ้วนทิ้งแทบไม่ทัน มันคือน้ำร้อนดีๆ นี่เอง
000 ดูเหมือนธรรมชาติยิ่งโหดร้ายกับมนุษย์หลากรูปแบบยิ่งขึ้นทุกขณะ ตลอดช่วงฤดูกาลนี้ทำให้มีผู้ป่วยเฉียดครึ่งล้านราย เสียชีวิตไปแล้ว 12 ราย บางพื้นที่ฝนหลงฤดูที่มาดับร้อนลงได้บ้าง แต่ก็มีพายุติดปลายนวมพัดถล่มบ้านเรือน พืชผลการเกษตรพังยับเป็นหน้ากลอง แม้กรมอุตุฯ ออกมาระบุว่า จะย่างเข้าฤดูฝนในราวกลางเดือนนี้ก็ตาม แต่ขึ้นชื่อว่าธรรมชาติก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ หนทางที่ดีที่สุดทุกคนต้องดูแลสุขภาพกันให้ดีๆ พูดง่ายๆ คนไทยต้องฝ่าวิกฤติร้อนครานี้ไปให้จงได้
000 ก่อนนี้รัฐเร่งมือผันน้ำในเขื่อนทิ้งให้เหลือแค่ 45% ก่อนถึงฤดูฝน แต่ถึงตอนนี้ดูเหมือนสุ่มเสี่ยงจะเกิดวิกฤติภัยแล้งขยายวงไปเกือบทั่วประเทศ ขนาดแม่น้ำสายหลักๆ ในแต่ละพื้นที่แห้งขอดจนรถวิ่งได้ ส่วนเขื่อนสำคัญอย่าง "เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์" ก็มีน้ำเหลืออยู่เพียง 26% ถือว่าเป็นปริมาณน้ำที่น้อยมาก หากฝนทิ้งช่วงนานผิดจากที่คาดการณ์ รัฐบาลชุดนี้มีสิทธิ์โดนแจ็กพอตอีกดอกใหญ่ !!
000 หรือนี่จะเป็นเพราะสภาพอากาศร้อน จึงทำให้นายกฯ หญิงของไทย พูดเรื่องข้าวยากหมากแพงแบบไม่ค่อยเข้าหูชาวบ้าน "เป็นเพียงความรู้สึกของประชาชนที่สะสมมาตั้งแต่อุทกภัยครั้งใหญ่ ทั้งที่ความจริงราคาสินค้าได้ลดลงแล้ว ประกอบกับช่วงเมษายนอากาศร้อน และเป็นเดือนที่มีค่าใช้จ่ายมาก เมื่อ 2 มุมนี้มาประกอบกันอาจทำให้เกิดความรู้สึกว่าสินค้าแพง" เมื่อจนมุมก็โยนบาปให้ดินฟ้าอากาศซะเลย (ฮา)
000 ปัญหา "ของขึ้น" ชนิด "เอาไม่อยู่" พุ่งกระฉูดไม่รู้กี่ตลบ เป็นเรื่องของข้อเท็จจริงที่สัมผัสได้ จึงไม่ใช่เป็นเรื่อง "อุปทานหมู่" ของชาวบ้าน หรือจินตนาการเอาเองตามคำกล่าวหาของรัฐบาล เพียงเพื่อกลบเกลื่อนความไร้น้ำยาของ "ทีมเศรษฐกิจ" ทั้งหมดจึงสะท้อนถึงความโหลยโท่ย แทนที่จะเร่งหาทางแก้ปัญหาจริงจัง แต่กลับคำรามลั่นลงมาจากหอคอยงาช้าง "ไม่แพงหรอกค่าาา" !!
000 ฟากการเมืองก็ระอุไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ ครม.ยิ่งลักษณ์เริ่มร้อนฉ่ายิ่งกว่าสภาพอากาศ แค่มีคนกระพือข่าว "เคาะกะลา" ปรับ ครม. "ปู 3" นักวิ่งก็เริ่มนั่งไม่ติด หลังกลุ่ม "ตองหนึ่ง" พ้นโทษแบนทางการเมืองปลายเดือนนี้ เพราะกลุ่มนี้กำลังจะมาแย่ง "ชามข้าว" ไปจากมือ นาทีนี้ถนนทุกสายจึงวิ่งหาเจ้าของพรรคเพื่อไทยตัวจริงชนิดหัวกะไดไม่แห้ง อีกไม่นานก็จะได้ยลโฉมว่าใครจะ "เด้งเชือก" เข้ามาเป็นเสนาบดีตัวจริง ใครจะหมดอำนาจวาสนา ทุกอย่างอยู่ที่ปลายนิ้วนักโทษในต่างแดนเท่านั้น !!
000 การปรับโฉมรอบนี้คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้พรรคกระเพื่อมหนัก เพราะจำนวน "เก้าอี้ดนตรี" มีน้อย แต่ตัวละครที่จะลงเล่นมีมากกว่าหลายเท่า ใครผิดหวังหรือต้องกลับมาอยู่ในสภาพ "ขาลอย" ก็ให้ถือเสียว่าสมบัติผลัดกันชม แค่นี้ก็นอนตายตาหลับ แต่ขึ้นชื่อว่าการเมืองไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร หลายคนจึงจำต้องดิ้นให้ถึงที่สุด นาทีนั้นชาวบ้านจะได้รู้ธาตุแท้ว่า สิ่งที่ไม่เคยมีมาตรฐานคือสันดานคน" !!
000 หลายชื่อถูกโยนออกมาแล้วทั้ง จาตุรนต์ ฉายแสง พงศ์เทพ เทพกาญจนา สุวัจน์ ลิปตพัลลภ พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ไม่เว้นแม้แต่ "บิ๊กตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ ถือเป็นตัวแทนคนเสื้อแดงที่กำลังผัดหน้าทาแป้งเป็น "อำมาตย์" แม้ลึกๆ เจ้าตัวจะแอบฝันหวานเพราะเชื่อมั่นใน "อิทธิฤทธิ์" ตัวเอง และ "คำมั่น" จากคนไกล ถึงขั้นหลุดปาก "ขอเป็นรัฐมนตรีของทุกคน" แต่ทุกอย่างมันบ่แน่หรอกนาย ขวากหนามข้างหน้ายังมี "เงาปีศาจ" คอยเตะลูกทิ้งข้างสนามอยู่ จึงขอให้คิดถึงคำพระที่ว่า คนเราอย่าไปฝืน "ดวง" และวาสนา" เด็ดขาด !!
ปิดปกด้วยคมคำคิดที่ว่า "...มีดไม่ลับก็ไร้คม สมองไม่อบรมก็ไร้ปัญญา"
----------
(หมายเหตุ : คอลัมน์ ที่นี่ กม. 4.5 : วันอังคารที่ 8 พ.ค. 2555 : โดย ... รูสะมิแล)
----------



