คอลัมนิสต์

แก้ของแพงต้องเป็นวาระชาติ

แก้ของแพงต้องเป็นวาระชาติ

07 พ.ค. 2555

แก้ของแพงต้องเป็นวาระชาติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่7พ.ค.2555

                 ในที่สุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ออกมายอมรับในรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ว่า รัฐบาลมีความห่วงใยเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น สินค้ามีราคาแพง โดยได้ยินเสียงบ่นจากประชาชนว่าข้าวของแพง ผิดแปลกไปจากก่อนหน้านี้เพียงสองวันที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์เสียงแข็งไม่ยอมรับกับภาวะข้าวของแพงที่กำลังส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเลี่ยงไปว่าประชาชนรู้สึกไปเองกับภาวะที่สะสมมาตั้งแต่คราวประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ ทั้งที่ความจริงราคาสินค้าได้ปรับตัวลดลงแล้ว เพียงแต่ยังไม่ถูกใจประชาชน ประกอบกับช่วงเดือนเมษายน อากาศร้อน และเป็นเดือนที่มีค่าใช้จ่ายมาก เช่น ลูกต้องเรียนหนังสือ เมื่อ 2 มุมนี้มาประกอบกันจึงอาจทำให้เกิดความรู้สึกว่าสินค้าราคาแพงจนกลายเป็นประเด็นร้อนไปทั่วเมือง
   
               นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ย้ำถึงเหตุที่ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวขึ้นสูงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นผลพวงจากปัญหาอุทกภัยที่ทำให้เกิดปัญหาในการกระจายสินค้า บางโรงงานที่ต้องปิดจากน้ำท่วมทำให้สินค้าขาดตลาด ราคาขึ้นต่อเนื่อง แต่พอมาต้นปีนี้มีแนวโน้มราคาที่ลดลงแต่ยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง และจากการตรวจสอบต้นน้ำหรือราคากลุ่มวัตถุดิบซึ่งมีราคาลดลงแล้ว เมื่อมาดูที่กลางน้ำหรือการขนส่งที่ราคาพลังงานในตลาดโลกมีการปรับตัวขึ้น และสุดท้ายที่ปลายน้ำหรือราคาอาหาร ราคาสินค้าต่างๆ อะไรที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน จะส่งผลให้ต่อหน่วยแพงขึ้นบ้าง ซึ่งสรุปได้ว่าราคาสินค้ามีแนวโน้มลดลง แต่มีหลายอย่างที่แพงขึ้น และได้สั่งการรัฐมนตรีเศรษฐกิจทุกกระทรวงลงสำรวจตลาดเพื่อหามาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน
   
               ถือว่ายังพอรับได้กับข้อมูลของผู้นำประเทศที่บอกว่าสินค้าหลายอย่างมีราคาแพงขึ้น และของถูกอีกหลายชนิดก็เตรียมพาเหรดขึ้นราคาหลากรูปแบบอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ขณะที่กระบวนการแก้ไขปัญหาสินค้าแพงของรัฐบาลกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง สินค้าขยับราคาไม่หยุดเนื่องจากต้นทุนพลังงานเป็นหลัก แต่รัฐบาลกลับอนุมัติให้ไฟฟ้าปรับค่าเอฟทีขึ้น 30 สตางค์ต่อหน่วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ดูจะบ้อท่าในการควบคุมราคาสินค้าปลายน้ำไม่ให้สูงขึ้น หรือการจัดตั้งร้านข้าวแกงธงฟ้า สินค้าธงฟ้า หมูธงฟ้า ดูจะเชื่องช้าก้าวไม่ทันกับการเปลื่ยนแปลงราคาสินค้าที่กระเตื้องอยู่ทุกวันมานานนับเดือน ถึงกับหน้าหงายเมื่อนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่สำรวจตลาดหลังการแถลงข่าว ปรากฏว่าราคาสินค้าถึงเนื้อหมู ผัก ราคาสูงกว่าข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ที่สร้างภาพนำเสนอต่อรัฐบาล
     
               จึงไม่น่าแปลกใจที่ปัญหาเศรษฐกิจจะเป็นปมด้อยที่ทำให้รัฐบาลสอบตกจากโพลล์การสำรวจในหลายสำนัก ทั้งที่รัฐบาลมีหน่วยงานและบุคลากรซึ่งเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่สำคัญในการนำพาประเทศชาติไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง แต่ด้วยความดื้อรั้นไม่ยอมฟังเสียงสะท้อนฝ่ายต่างๆ ว่าเป็นเรื่องการเมือง คำนึงถึงความอยู่รอดของรัฐบาลมากกว่าประชาชนประเทศชาติ เราหวังว่ารัฐบาลจะเปิดกว้างระดมมันสมองจากทุกฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องชาวบ้านให้ลุล่วงไปได้ โดยไม่ได้หวังให้ทุกอย่างดีขึ้นทันตาเห็น แต่ขอให้ทุเลาเบาบางลงก็ยังดี เพราะทุกวันนี้แพงทั้งแผ่นดินจริงๆ จะมีก็เพียงคนไม่กี่คนหรือมากสุดก็แค่ 36 คนเท่านั้นที่คิดไปเองว่าของยังถูกอยู่