คอลัมนิสต์

ปฏิบัติการคุกนครอย่าเป็นเพียงแค่ไฟไหม้ฟาง

ปฏิบัติการคุกนครอย่าเป็นเพียงแค่ไฟไหม้ฟาง

30 เม.ย. 2555

ปฏิบัติการคุกนครอย่าเป็นเพียงแค่ไฟไหม้ฟาง : บทบรรณาธิการประจำวันที่30เม.ย.2555

              เป็นข่าวฉาวโฉ่ไปทั่วโลกกับปฏิบัติการนรกแตก เมื่อตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช สนธิกำลังกับหน่วยคอมมานโดกรมราชทัณฑ์ ทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกว่า 600 นาย จู่โจมตรวจค้นเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช แดน 4, 5 และ 6 ซึ่งเป็นแดนที่มีนักโทษค้ายาเสพติดและนักโทษเด็ดขาดถูกคุมขังอยู่กว่า 6 ชั่วโมง พบยาบ้า 1,700 เม็ด ยาไอซ์ราว 1 กิโลกรัม มีดหลายร้อยเล่ม โทรศัพท์มือถือกว่า 300 เครื่อง รวมทั้งแท็บเล็ต ไอโฟน และไอแพด และเมื่อบุกจู่โจมอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นก็ยังค้นเจอของกลางจำนวนมาก และนักโทษกว่าครึ่งราว 655 คน ตรวจพบปัสสาวะเป็นสีม่วง
   
              พร้อมกันนี้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้มีคำสั่งให้ย้ายเจ้าหน้าที่ระดับผู้บัญชาการ ยันเจ้าหน้าที่อีก 14 คน พร้อมทั้งสั่งให้ออกจากราชการรวม 3 คน และตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยและอาญาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยปละละเลยและรู้เห็นเป็นใจปล่อยให้เรือนจำกลายเป็นกองบัญชาการหลักของขบวนการค้ายาเสพติดที่เป็นตัวกลางซื้อ-ขายยาเสพติดภายนอกคุกกันอย่างโจ่งครึ่ม แลกกับความร่ำรวยที่แต่ละคนได้รับ ทั้งบ้านช่องที่ใหญ่โต รถราที่โอ่อ่า เปิดธุรกิจบังหน้าและฟอกเงินในรูปแบบต่างๆ รวมถึงทรัพย์สินเรือกสวนไร่นานับร้อยไร่จากพฤติกรรมแพ้อำนาจเงิน
   
              ต้องยอมรับว่า ขบวนการค้ายาเสพติดในเรือนจำมีมานานกว่า 10 ปี แต่เพิ่งมารุนแรงและทำกันเป็นขบวนการเมื่อราว 5 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายยาเสพติดจากเรือนจำจะมีบารมีและอิทธิพลมากทั้งในและนอกเรือนจำ ความเป็นอยู่สะดวกสบาย มีกิจกรรมการละเล่นการพนันทุกรูปแบบ โดยจ่ายผู้คุม 2,000 บาทต่อการได้เสียในหนึ่งคืน หรือการจะมีเพศสัมพันธ์กับกลุ่มนักโทษหญิง หากผู้คุมคนไหนขัดขวางโดยเข้าไปตรวจยึดสิ่งของที่ญาติๆ นำมาเยี่ยม ทั้งยาบ้าและโทรศัพท์มือถือ ทำให้ขาใหญ่คุกโกรธแค้นสั่งลูกน้องที่อยู่ภายนอกตามรังควานจนบางคนต้องขอย้ายแผนก
   
              ถือเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน ที่รัฐบาลได้ประกาศสงครามกับยาเสพติดอีกครั้งหลังจากชูประเด็นเป็นวาระแห่งชาติ และตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา มีการตรวจค้นและยึดสิ่งของต้องห้ามได้จำนวนมาก โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือยึดได้ 9,513 เครื่อง ซิมการ์ด 5,834 ซิม ยาบ้า 58,991 เม็ด ยาไอซ์กว่า 6 กรัม ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้องการลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามนำเข้าเรือนจำถูกไล่ออกจากราชการทั้งสิ้น 28 ราย ถือเป็นการส่งสัญญาณปราบปรามอย่างจริงจังขั้นเด็ดขาด ทั้งคดีอาญาและยึดทรัพย์ รวมทั้งการลงโทษทางวินัยด้วย
   
              ดังนั้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดในเมืองไทย ที่มีศูนย์กลางการสั่งจำหน่ายมาจากเรือนจำทั่วประเทศให้ได้ผล จะต้องระดมสรรพกำลังเข้าจู่โจมปฏิบัติการ รวมทั้งนำมาขยายผลจับกุมตามยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่ด้วย และควรดำเนินการไปพร้อมๆ กันทั่วประเทศ หากสามารถทำได้อย่างนี้ มั่นใจว่าการแก้ปัญหายาเสพติดจากเรือนจำทั่วประเทศจะลดลง ส่งผลให้การแพร่ระบาดลดลงโดยปริยาย ที่สำคัญผู้ที่มีอำนาจในการรับผิดชอบจะต้องเอาจริงเอาจังและใส่ใจต่อการทำงาน ปัญหาก็จะลดลงแน่นอน