
ผิดนักหรือที่จะพูดคุยกัน
ผิดนักหรือที่จะพูดคุยกัน : กระดานความคิด โดย อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง [email protected]
ข่าวร้อนแรงของนักการเมืองไทยที่กำลังโลดแล่นอยู่บนเวทีทั้งในรัฐสภาและนอกสภา หรือจะให้ความหมายว่าเล่นกันทั้งในระบบและนอกระบบ ส่วนหนึ่งคือการมีข่าวที่น่าเชื่อถือได้ว่ามีบุคคลที่เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ทำงานและรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีอำนาจโดยตรงจากรัฐบาล กำลังแสวงหาทางออกอื่นๆ ในการแก้ปัญหาของชาติ แนวทางหนึ่งที่ได้รับการยอมรับของประเทศต่างๆ ทั่วโลกคือกระบวนการพูดคุยที่อาจจะเรียกว่าสันติเสวนาหรือสารเสวนาหรือหลายคนจะให้ความหมายว่าพูดคุยเพื่อสันติภาพกับกลุ่มที่เข้าใจว่าเป็นคู่ขัดแย้งกัน ในที่นี้หมายถึงรัฐและกลุ่มที่ต่อต้านอำนาจรัฐด้วยความรุนแรงซึ่งหมายถึงกลุ่มหรือขบวนการกู้เอกราชปาตานีหรือถูกแปลเปลี่ยนให้เป็นอย่างอื่นตามทัศนะและแนวคิดในกระบวนการแก้ปัญหาความไม่สงบของรัฐ โดยการลดฐานะซึ่งมีหลายๆ นัย...? อาทิขบวนการแบ่งแยกดินแดน ขบวนการโจรก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนและอื่นๆ จนในที่สุดมาเรียกว่าโจร (เฉยๆ) และกำลังจะถูกกล่าวให้เป็นผู้ก่อการร้าย (ให้ดูเป็นสากลมากขึ้น?)
ถ้าข่าวนี้เป็นจริงอย่างที่โต้ตอบกันไปมาในสื่อประเภทต่างๆ ประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ที่กล่าวอ้างว่ามีภาพโอบกอดของอดีตนายกรัฐมนตรีกับแกนนำขบวนการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่พำนักในต่างประเทศเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา โดยมีประเทศมาเลเซียให้ความสะดวกเปิดประตูให้มีเวทีเช่นนี้ การแสวงหาความร่วมมือกันและกันโดยมีประเทศเพื่อนบ้านเป็นเพื่อนร่วมเดินทางด้วย น่าจะเป็นนิมิตหมายในมิติที่สร้างสรรค์มากกว่าการทำลาย เชื่อว่าหากพื้นฐานกระบวนการคิดเพื่อแสวงหาสันติภาพของประเทศครั้งนี้เป็นไปอย่างจริงใจและการวิพากษ์วิจารณ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์เพื่ออุดรูรั่วหรือสร้างความเข้มแข็งของกระบวนการสันติภาพอย่างแท้จริง (มิใช่เล่นการเมืองน้ำเน่าเพื่อความสะใจ...? ประเภทความดีใส่ตัวความชั่วใส่หัวคนอื่น) ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้จะได้รับการยกย่องชื่นชมและจะถูกจารึกในความทรงจำที่สูงค่าของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง
การบริหารราชการแผ่นดินของนานาอารยประเทศจะมีกระบวนการสันติภาพเช่นนี้ โดยเดินหน้าทำงานอย่างลับๆ ไม่กระโตกกระตาก ไม่กระดี๊กระด๊าแสดงออกอย่างออกหน้าออกตาของบางคนบางหน่วยที่พยายามจะบอกว่าตนเองสามารถเข้าถึงแก่นแท้และอยู่ใจกลางของ (กองกำลังหรือผู้นำ) ฝ่ายที่ใช้ความรุนแรงอย่างแท้จริง ซึ่งอาจจะได้รับการตอบรับในระยะแรก แต่ในที่สุดเมื่อความจริงอะไรบางอย่างปรากฏ พวกประเภทนี้จะสูญหายจากความทรงจำอย่างรวดเร็ว เหล่านี้เป็นเสมือนดาบมาทำลายตนเอง (เพราะนี้อาจจะเป็นหลุมพรางหรือกับดักในกระบวนการต่อสู้ของฝ่ายตรงกันข้าม...? )ปรากฏการณ์ซ้ำซากที่เกิดกับกลไกรัฐบางคนบางหน่วยที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ นับเป็นการบั่นทอนความน่าเชื่อถือและความไว้เนื้อเชื่อใจในหมู่ประชาชนเป็นอย่างมาก เป็นอุปสรรคที่สร้างความยากลำบากต่อกลไกรัฐและองค์กรอื่นๆ ที่จะทำงานด้านนี้อย่างจริงจังและประสงค์จะคลี่คลายปัญหาของประเทศที่แท้จริง
จากคำพูดของลูกหลานชาวจีนในท้องถิ่นท่านหนึ่งที่ผ่านร้อนผ่านหนาวกับความเป็นไปในสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้กล่าวว่า...เขาไม่อยากจะเห็นบ้านเมืองที่ทุกคนสามารถเดินไปมาอย่างสะดวกได้ทุกเวลาต้องกลับมาจับเจ่าเฝ้าดูโทรทัศน์แต่ในบ้านเมื่อค่ำมืดลง สงสารทหารและเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยที่มาตั้งด่านระแวดระวังการเข้าออกของประชาชนในชุมชนของตนตลอดเวลา เขาเหล่านั้นก็ไม่สามารถรับรองและสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนจะปลอดภัยจริงมากสักเท่าไหร่ มันผิดมากหรือที่ใครสักคนหนึ่งจะหาทางออกให้เกิดสันติสุข โดยการพูดคุยกันกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้รู้เรื่องรู้ราวว่าคนในชุมชนท้องถิ่นจะวางอนาคตของตนเองได้ถูก...มิใช่ปล่อยให้มีระเบิด มีการยิงกันทุกวันเวลาและทุกที่เช่นนี้...?



