
ปทุมธานีโมเดล
ปทุมธานีโมเดล : ขยายปมร้อน โดย ศรุติ ศรุตา
นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยายามปลอบอกปลอบใจพรรคเพื่อไทยและทีมงานที่ช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ปทุมธานี และเลือกนายก อบจ.ปทุมธานี ว่าคนอาจเบื่อเลยมาใช้สิทธิน้อย
แต่คนที่ดูไบนั้น ว่ากันว่า ออกจะตกใจไม่น้อยเหมือนกัน
ถึงแม้จะไม่วิตกกับตัวเลขที่หายไปแค่ 1 เพราะกำหนดเป้าจุดที่เลวร้ายที่สุดไว้ที่สูญเสีย 20 ที่นั่งทั่วประเทศ เพราะจุดนี้เลือกกี่ทีก็ยังชนะอยู่
นั่นเป็นการมองจากภาพกว้าง มองทั้งประเทศ
หากจับไปที่จุดเกิดเหตุจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่น้อย
ใครก็รู้ว่า จ.ปทุมธานี นั้น เป็นคนชั้นกลางและเป็นถิ่นเสื้อแดง ในจังหวะรบดุเดือดแม้แต่คณะหาเสียงของ ชวน หลีกภัย ก็เคยเจอะเจอกับปัญหามาแล้ว
แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นถึงได้พ่ายรูดทั้งซ่อม ส.ส.และเลือกนายก อบจ.?
ตอบได้อย่างเดียวว่า คนที่มาเลือกนั้นไม่ได้เลือกพรรคเพื่อไทย
นั่นอาจเป็นเพราะคนปทุมฯ ไม่พอใจรัฐบาล ไม่พอใจการทำงานของยิ่งลักษณ์ อันเนื่องมาจากปัญหาน้ำท่วมอันยาวนาน และจนถึงทุกวันนี้บางพื้นที่จะยังเหมือนคนที่ยังไม่ฟื้นไข้
ถ้าหากเอาหัวจิตหัวใจ เอาความรู้สึกคนปทุมฯ เป็นตัวตั้ง หากมีการเลือกตั้งในเร็ววันนี้ ก็น่ากลัวว่า ปทุมฯ จะกลายเป็นโมเดลให้จังหวัดปริมณฑล อย่างนนทบุรี นครปฐม ไปหรือไม่ เพราะสภาพของจังหวัดเหล่านั้นสาหัสไม่ต่างกันเท่าใดนัก
ไม่ได้เลือกเพราะรัก ไม่ได้เลือกเพราะชอบ แต่ที่เลือกเพราะต้องการสั่งสอน!
อาการเลือกแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว
เมื่อครั้งที่เกิดอาการเบื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ไม่ลังเลๆ ชักช้า ไม่ตัดสินใจแบบกล้าได้กล้าเสีย
ผลก็คือกระแสสวิงไปอีกขั้ว
บางพื้นที่ที่ประชาธิปัตย์ไม่น่าแพ้ ก็พ่ายแบบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
กรณีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ นอกจากเรื่องน้ำท่วมแล้ว ยังเจอกับภาวะเศรษฐกิจที่นับวัน "เงิน" ในกระเป๋าที่มีอยู่น้อยแล้วยังจะด้อยค่าลงไปอีก
นี่คือสัญญาณเตือนพรรคเพื่อไทย
ปัญหาที่รัฐบาลจะต้องเร่งเข้าไปดู ไปใส่ใจคือปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชน
แต่สิ่งที่เร่งรัดอยู่ในวันนี้กลับเป็นเรื่องที่ใครต่อใครก็เชื่อว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพี่ชายนายกฯ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ หรือที่พยายามสับขาหลอกจะออกกฎหมายนั่นนี่โดยอ้างว่าปรองดอง
ทางหนึ่งก็พยายามใช้ความนอบน้อมพินอบพิเทา ให้ดูเหมือนสยบยอมอำมาตย์ใหญ่
ส่วนกองทัพก็มใช้ยุทธวิธีปิดล้อมด้วยการให้เกียรติและโอนอ่อนคำร้องขอ ล่าสุดก็ได้งบเพิ่มเงินเดือนไปเกือบพันล้าน
ก็เพื่อให้ขั้วอำนาจไม่ขัดเคืองกับสิ่งที่ว่าด้วย "ความปรองดอง" แต่ความหมายที่แท้คือ "ต่อรอง" และ "เงื่อนไขที่ไม่อาจปฏิเสธ"
ทางการเมืองในวันนี้มีแค่เพียง 2 อย่างเท่านั้น
1.แก้ไขปัญหาให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ
และ 2.แก้ไขปัญหาให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ
เมื่อสภาพของคนปทุมฯ ยังไม่พร้อมรับการเมือง ผลการเลือกตั้งจึงออกมาอย่างที่เห็นกัน
เป็นผลเลือกตั้งที่สุ่มเสี่ยงและแหลมคมต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ
ถ้าหากเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เป็น "ปทุมธานีโมเดล" โอกาสที่จะทำให้ความหวังของ พ.ต.ท.ทักษิณ กลายเป็น ปราสาททรายไปเลยก็มีอยู่สูง
จะแก้รัฐธรรมนูญอย่างไร หากประชาชนคนส่วนใหญ่เห็นเหมือนกับที่ปทุมธานีโมเดล?
เขาไม่ได้เบื่อหน่ายกับการเลือกตั้ง แต่หากไม่ทนกับความว่างเปล่าจากรัฐบาลในยามที่พวกเขาทนทุกข์
นี่คือส่วนหนึ่งที่ทำให้การไปใช้สิทธิเลือกตั้งเบาบางเอามากๆ
ด้วยความที่ปทุมธานีมีพื้นที่ติด-เชื่อมโยงกับหลายจังหวัด จึงทำให้มีคำพูดเปรียบเปรยออกมาตามภาษาถิ่นนั้นๆ ด้วยอารมณ์ที่ค้างมาจากภาวะน้ำท่วมตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงต้นปี
น่าสนใจว่าเมื่อผลเลือกตั้งซ่อมออกมาอย่างนี้แล้ว คนดูไบจะยังเร่งเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกต่อไปหรือไม่
ปัญหาปากท้องของชาวบ้านที่เดือดร้อนกันถ้วนทั่ว จะได้รับการแก้ไขเยียวยาอยากถูกวิธี ถูกที่ถูกทางหรือไม่
ก็ในเมื่อตัวอย่างมีให้เห็นอย่างนี้แล้ว
............
(หมายเหตุ : ปทุมธานีโมเดล : ขยายปมร้อน โดย ศรุติ ศรุตา)



