คอลัมนิสต์

สภาฯพม่า'ปรองดอง'

สภาฯพม่า'ปรองดอง'

24 เม.ย. 2555

สภาฯพม่า'ปรองดอง' : กระดานความคิด โดยผู้เฒ่าเล่าเรื่อง http://www.oknation.net/blog/netmom

              ขณะที่ทัพนักลงทุนไทยกำลังดาหน้าเข้าไปหาทำเลทองในพม่าเพื่อลงทุนทำธุรกิจร่วมกับนักธุรกิจของพม่า
 
              เช่นเดียวกับนักลงทุนต่างชาติหลายประเทศที่ขนเงินจะไปเปิดโรงงานอุตสาหกรรมในพม่า
 
              เพราะต่างก็เข้าใจว่า การเลือกตั้งซ่อมในพม่าที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี ของนางอองซาน ซูจี ได้รับการเลือกเข้าถึง 36 คนคือฟ้าใหม่ของประชาธิปไตยในพม่า
 
              แต่ผมไม่เคยคิดว่านั่นคือฟ้าใหม่ของพม่าแต่อย่างใด และยังเชื่อว่าวันหนึ่งการเมืองในพม่าก็จะกลับไปเป็นเผด็จการทหารเหมือนเดิม เหมือนที่ไทยเคยประสบมาแล้วเมื่อ 20-30 ปีก่อน
 
              จำได้ว่าหลังทราบผลการเลือกตั้งซ่อมอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2555 แล้ว ในวันรุ่งขึ้นคือ 2 เมษายนผมได้เขียนเรื่อง
 
              “ผมไม่เชื่อว่าจะเกิดประชาธิปไตยในพม่า ทุกอย่างแค่จัดฉากเอาใจนานาชาติของรัฐบาลทหาร ?” ท่านที่ยังไม่ได้อ่านเชิญคลิกไปที่นี่ http://www.oknation.net/blog/netmom/2012/04/02/entry-1
 
              และแล้ว วันนี้ก็มีข่าวที่ส่อให้เห็น “รอยร้าว” ของรัฐสภาแห่งพม่าปรากฏเป็นข่าวขึ้นมาแล้วครับ
 
              สำนักข่าวต่างชาติหลายสำนักรายงานตรงกันว่า นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดี และสมาชิกของเธอต่างแสดงความไม่พอใจรัฐบาลพม่า ที่ไม่ยอมแก้ไขบางคำในการปฏิญาณตนเพื่อรับตำแหน่ง ส.ส.
 
              โดยก่อนหน้านี้ พรรคเอ็นแอลดี เสนอให้รัฐบาลแก้ไขคำว่า “ปกป้องรัฐธรรมนูญ” เป็น “เคารพรัฐธรรมนูญ” แต่ศาลรัฐธรรมนูญของพม่าไม่ความสนใจที่จะแก้ให้
 
              นอกจากเรื่องนี้แล้ว ตามข่าวบอกว่า นางอองซาน ซูจี ยังได้เตรียมที่จะเสนอให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ปี 2551 ที่กำหนดให้สมาชิก 1 ใน 4 ของรัฐสภาที่มาจากกองทัพโดยไม่ต้องเลือกตั้งเสียใหม่
 
              ข่าวการเตรียมเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในข้อดังกล่าวของนางอองซาน ซูจี เริ่มทำให้รัฐบาลทหารรู้สึกอึดอัดใจ เพราะมองว่านางอองซาน ซูจี เริ่มเปิดเกมรุก หรือกำลังล้ำเขตแดนอำนาจของทหารแล้ว
 
              หากรัฐบาลทหารยินยอมตามคำขอดังกล่าว อีกไม่นานพรรคเอ็นแอลดี ของนางอองซาน ซูจี ก็คงจะ “ขอนั่นขอนี่” ไม่หยุดหย่อน
 
              ซึ่งผมเชื่อว่าก็คงจะเป็นอย่างนั้น เพราะนางอองซาน ซูจี ก็ต้องพยายามสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองและพรรคเอ็นแอลดีว่า ได้พยายามทำหน้าที่ตัวแทนของประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาลนั่นเอง
 
              หรืออาจเป็นไปได้ว่า นางอองซาน ซูจี น่าจะเริ่มรู้สึกว่า พรรคเอ็นแอลดีของเธอ กำลังถูกรัฐบาลพม่านำมาเป็น “หุ่นเชิด” ในฉากที่รัฐบาลทหารของพม่าสร้างขึ้นเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
 
              และไม่เพียงเท่านั้นบรรดากลุ่มชนอิสระในพม่าที่ไม่มีสิทธิมีเสียงในพม่าก็ใช่ว่าจะสยบยอมรัฐบาลพม่าไปเสียทุกกลุ่ม แม้จะมีการเปิดการเจรจากับรัฐบาลมาบ้างแล้ว
 
              แต่หลายกลุ่มก็น่าจะยังซุกซ่อนอาวุธของตัวเองไว้ในจุดที่สามารถหยิบฉวยได้ง่าย หากต้องมีการสู้รบกันอีก
 
              วันนี้โครงการท่าเรือน้ำลึกที่บริษัทก่อสร้างของไทยได้รับสัมปทานที่เมืองทวายใกล้เมืองกาญจน์ของไทยก็ใช่ว่าจะดำเนินไปอย่างราบรื่นนะครับ 
 
              เนื่องจากพื้นที่ทั้งหมดจะเป็นของประเทศพม่า แต่ส่วนหนึ่งก็เคยเป็นพื้นที่ยึดครองของชนกลุ่มน้อยในพม่าที่เริ่มสร้างปัญหาให้บริษัทก่อสร้างของไทยต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป
 
              ข่าวว่าหากจะสร้างต่อ บริษัทอาจต้องจ่ายค่าทำขวัญหรืออะไรสักอย่างให้ชนกลุ่มน้อย หาไม่ก็คงจะถูกก่อกวนไปเรื่อยๆ จนรัฐบาลทหารอาจต้องเปิดฉากสู้รบกันแถวๆ นั้นอีกก็ได้
 
              ผมเขียนเรื่องนี้  เพราะอยากเตือนนักธุรกิจไทยที่กำลังเหี้ยนกระหือรืออยากไปลงทุนในพม่าว่า อย่าเพิ่งคล้อยตามภาพลวงตาที่เห็นครับ
 
              อยากทราบว่าอนาคตของพม่า ใน 5 ถึง 10 ปี จะเป็นอย่างไรไม่ต้องเดานะครับ
 
              กลับไปดูประวัติศาสตร์การเมืองไทยในรอบ 20 ปีที่แล้วก็จะเห็นครับว่า ประเทศที่ทหารคุมอำนาจนั้นมีเส้นทางเดินอย่างไร ผมเชื่อว่าไม่ต่างกันหรอกครับ
 
              ยังไม่ทันทำอะไร นักการเมืองในพม่าก็เริ่มอยาก “ปรองดอง” กันซะแล้ว (ฮา)