คอลัมนิสต์

ขื่อแปของบ้านเมือง

ขื่อแปของบ้านเมือง

24 เม.ย. 2555

ขื่อแปของบ้านเมือง: บทบรรณาธิการประจำวันที่24เม.ย.2555

             เหตุการณ์คนร้าย ซึ่งคาดว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น ขับขี่รถจักรยานยนต์ป่วนเมือง หรือเด็กแว้น ปาระเบิดเข้าใส่ประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งจนมีผู้เสียชีวิตรวม 3 ศพ เหตุเพราะไม่พอใจที่กลุ่มคนตายต่อว่าเรื่องขับขี่รถรบกวนคนอื่น กับกรณีสะเทือนขวัญ คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่นักร้องหญิงรายหนึ่งและเพื่อนที่มาในรถคันเดียวกัน เสียชีวิต 3 ศพ รวมทั้งสองเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตถึง 6 ศพในค่ำคืนวันที่ 21 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 22 เมษายน ทั้งสองเหตุการณ์นี้ ถ้าหากจะมองว่า สาเหตุมาจากการทะเลาะวิวาทหรือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ก็อาจประเมินเป็นคดีฆ่ากันตายธรรมดาๆ ซึ่งเกิดขึ้นไม่เว้นวัน แต่ถ้าหากพิจารณาถึง "การเข้าถึง" อาวุธสงครามแล้ว ย่อมต้องมีคำถามตามมาแน่นอนว่า เหตุใดอาวุธร้ายแรงเหล่านี้จึงถูกนำมาใช้กันอย่างกว้างขวางราวกับบ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแป เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไปเสียแล้ว
 
              เป็นที่ทราบกันดีว่า มีความเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นของกลุ่มธุรกิจมืดอย่าง ขบวนการค้ายาเสพติด ขบวนการค้าของเถื่อนหรือสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ และขบวนการค้าอาวุธ การแพร่ระบาดของอาวุธสงคราม ก็น่าจะเป็นผลมาจากการเติบใหญ่ขยายอาณาจักรของขบวนการค้ายาเสพติดและของเถื่อน เช่นนี้จึงคาดการณ์ได้ว่า เมื่อการเข้าถึงยาเสพติดในสังคมไทยทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร ย่อมเป็นเรื่องง่ายเช่นกัน ที่ใครสักคนหนึ่งจะเข้าถึงหรือได้มาซึ่งอาวุธสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่สังคมประเมินคุณค่าความดีงามต่ำกว่าความมั่งมีทรัพย์สินเงินทองเป็นที่เชิดหน้าชูตาโดยไม่สนใจแหล่งที่มา อันเป็นต้นตอของปัญหาคอรัปชั่นแล้ว ยิ่งจะเป็นตัวเร่งให้ขบวนการธุรกิจมืดต่างๆ ดังกล่าวมาเติบใหญ่และขยายอาณาจักรออกไป ปราบเท่าไรไม่มีวันหมด
 
              การจู่โจมตรวจค้นเรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเช้ามืดวันที่ 22 เมษายน โดยไม่ให้ผู้คุมหรือแม้แต่ผู้บัญชาการเรือนจำรู้ล่วงหน้า ผลการตรวจค้นได้ของกลางมากมาย ทั้งโทรศัพท์มือถือประเภทสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และยาเสพติด คือบทพิสูจน์ให้เห็นว่า แท้จริงแล้วขบวนการค้ายาเสพติดหรือค้าสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ จะเติบใหญ่ไม่ได้เลย ถ้าหากเจ้าหน้าที่รัฐไม่คอรัปชั่นรับเงินสกปรก เช่นเดียวกับปัญหาอาวุธสงคราม ที่หากนำมาเทียบเคียงกันแล้วสามารถสรุปได้ว่า รากเหง้าของปัญหาน่าจะมาจากการทุจริตคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่นั่นเอง ถ้าจะพูดว่า เงินสกปรกทุกๆ สตางค์ ทุกๆ บาท คือเงินลงขันประหัตประหารผลาญคร่าผู้คนอย่างเลือดเย็นที่สุดก็คงไม่ผิดนัก
 
              ที่ผ่านมา สังเกตได้ว่า มาตรการปราบปรามอาวุธสงคราม ซึ่งมักควบรวมอยูในนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลนั้น จะทำกันเป็นพักๆ หลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ขบวนการหากินบนความตายเช่นว่านี้แอบอิงอยู่กับขบวนการค้ายาเสพติด โดยมีเจ้าหน้าที่ทุจริตเป็นมือไม้แขนขาช่วยให้การแตกเซลล์ ขยายเครือข่ายสะดวกง่ายดายและรุกคืนกลืนกินสังคมได้อย่างรวดเร็ว การเรียกคืนสังคมที่สงบสุขร่มเย็น สมชื่อเมืองพุทธให้หวนคืนกลับมานั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำได้ด้วยนโยบายใดๆเพียงข้ามคืน หากแต่การเข้าถึงรากเหง้าของปัญหาที่มีสาเหตุมาจากการคอรัปชั่น และลงมือถอนรากถอนโคนให้สิ้นซาก น่าจะพอมีหวังว่า ในอนาคตข่าวคราวการไล่ฆ่ากันด้วยอาวุธร้ายแรงราวกับบ้านเมืองไร้ขื่อแปจะค่อยๆ ลดลง