
แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตจนได้ กรณีชุดเฉพาะกิจกระทรวงพาณิชย์ บุกกวาดสินค้าในย่านพัฒนพงษ์ แหล่งท่องเที่ยวที่เลื่องชื่อของประเทศที่รู้จักกันไปทั่วโลก
แม้นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ จะออกมาระบุภายหลังว่าการกวาดล้างสินค้าผิดกฎหมายเป็นวาระแห่งชาติ เพราะไทยถูกตราหน้าจากนานาประเทศว่าเป็นแหล่งละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาระดับต้นของโลกก็ตาม
แต่ดูเหมือนว่าข้ออ้างดังกล่าวดูจะเบาหวิว ฟังแทบไม่ขึ้น เพราะการกระทำของชุดปฏิบัติการในวันนั้น ไม่แตกต่างอะไรกับโจร เข้าข่ายความผิดปล้นทรัพย์อย่างชัดเจน
อีกทั้งตัวรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในวันนั้นก็สุ่มเสี่ยงที่เข้าข่ายความผิดอาญามาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
อันที่จริงแล้วแนวคิดในการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นเรื่องที่ดี เพราะการกระทำของคนพวกนี้ถือเป็นการทำนาบนหลังคน หาผลประโยชน์จากความเดือดร้อนของคนอื่น เข้าทำนองชุบมือเปิบ มีกำไรจากการขายสินค้าโดยแทบไม่ต้องลงทุน
แต่การปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หรือสินค้าเถื่อนที่ว่า ก็ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้ทำกันอย่างจริงจัง แถมยังมีพวกเหลือบไรอาศัยกฎหมายไปแสวงหาผลประโยชน์ เกิดขบวนการรีดไถที่เรียกกันว่า “นักบิน” อย่างกว้างขวาง จนเกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบางพวกบางกลุ่มที่เกลือกกลั้วอยู่กับผลประโยชน์นอกกฎหมายที่ว่า
“ส่วย” แลก “อุปถัมภ์” จึงเติบโต เกิดวัฏจักร “ผู้มีอิทธิพล” อย่างที่รัฐมนตรีอลงกรณ์ หยิบยกขึ้นมาพูดถึง
การปราบปรามแหล่งจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ตามแหล่งการค้านั้น ผมว่าน่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ นอกจากจะแก้ปัญหาไม่ได้ผลแล้ว หลายครั้งหลายหนยังเกื้อหนุนให้เกิดขบวนการส่วยขึ้นอีก เข้าทำนอง “ตีกิน” ไปเสียด้วยซ้ำ
ผมว่าทางที่ดีท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ลองกลับไปทบทวนวางแผนดำเนินการเสียใหม่ แทนที่จะกวาดล้างเฉพาะแหล่งขาย น่าจะกวาดล้างกันทั้งกระบวนการ ทั้งแหล่งผลิต แหล่งจำหน่าย หรือแม้กระทั่งขบวนการนำเข้า
สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่จำหน่ายในประเทศปัจจุบันนั้น แยกออกเป็นสองส่วนคือ ผลิตเองภายในประเทศ และอีกส่วนลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศ
หากท่านรัฐมนตรีอยากรู้ข้อมูลดังกล่าวไม่ต้องไปสรรหาจากที่อื่นใดหรอกครับ ลองไปสอบถามตำรวจ บก.ปศท. ดูเขามีข้อมูลอยู่เพียบ ขณะที่สินค้านำเข้ากรมศุลกากรก็มีข้อมูลอยู่เยอะ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายไม่ได้ผล ท่านรัฐมนตรีต้องถามเองครับ
ทัศชยันต์ วาหะรักษ์
[email protected]



