
อำนาจกฎแห่งกรรม
ต้นสัปดาห์ก่อน ผมได้รับโทรสารจากนักเขียนรุ่นพี่-ยงค์ ยโสธร แจ้งข่าวเรื่องงานพิธีบรรจุอัฐิ อาจารย์บุญเย็น วอทอง นักสังคมนิยมผู้ล่วงลับ ซึ่งผมก็เคยเขียนถึงวาระสุดท้ายของท่าน ผ่านคอลัมน์นี้มาแล้ว
หลังจากนั้นอีก 3 วัน เพื่อนเก่าที่ห่างหายกันไปนานกว่า 30 ปี ก็โทรศัพท์มาแจ้งข่าวนี้อีก "เธอ" เป็นหลานสาวอาจารย์บุญเย็น ที่เคยร่วมขบวนแสวงหา "หนทางการต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่า" โดยเข้าไปใช้ชีวิตในหมู่บ้านสีแดง แถวถิ่นอำนาจเจริญอยู่นานนับเดือน
เมื่อผมกับเพื่อนเลือกที่จะเข้าป่าจับปืน เธอก็เลือกที่จะทำงานในเขตเมือง
ผมดีใจมากที่ได้พูดคุยกับเพื่อนเก่า และยินดีที่จะเผยแพร่เรื่องราวของอาจารย์บุญเย็นให้สังคมได้รู้จักมากกว่านี้
โดยส่วนตัวผมไม่ได้รู้จักกับอาจารย์บุญเย็น แต่ใน พ.ศ.โน้น คนหนุ่มนักแสวงหาย่อมรักและศรัทธาในตัวนักการเมืองผู้มีอุดมการณ์สังคมนิยม
เมื่อสถานการณ์ความรุนแรงแห่ง "ภัยขาว" ได้พัดพาให้คนหนุ่มสาวต้องเข้าไปสู่สมรภูมิ "แนวหน้า" นักการเมืองแนวสังคมนิยมจำนวนหนึ่งก็ได้เดินทางสู่ "แนวหลัง" ของสงครามประชาชน
ขณะที่ผมหนุนขอนนอนไพร อยู่บนภูสระดอกบัว ก็ได้ยินชื่ออาจารย์บุญเย็น ผ่านวิทยุคลื่นสั้น เมื่อมีการประกาศจัดตั้ง "คณะกรรมการประสานงานกำลังรักชาติรักประชาธิปไตย" (กปชป.) เมื่อเดือนกันยายน 2520 อาจารย์บุญเย็น เป็นรองประธานคนที่ 2 ของคณะกรรมการชุดดังกล่าว
พลันที่เกิด "วิกฤติศรัทธาป่าแตก" มิตรสหายเดินทางลงจากภูไพรคืนสู่นาคร อาจารย์บุญเย็น เลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว) ตั้งแต่ปี 2520 จนกระทั่งมะเร็งร้ายคร่าชีวิตสหายอาวุโส อันนำมาซึ่งการสูญเสียปัญญาชนก้าวหน้าของสังคมไทยไปอีกหนึ่งคน
มรดกชิ้นหนึ่งที่อาจารย์บุญเย็นฝากไว้คือ หนังสือพุทธธรรมนำทางสร้างชีวิตว่าด้วย "กฎแห่งกรรม"
ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยความรื่นรมย์ และยอมรับความเป็นปราชญ์ของอาจารย์บุญเย็น ที่ค้นคว้าวิจัยพุทธจักรวาล ด้วยมุมมองของนักวิทยาศาสตร์สังคม
โดยเฉพาะบทที่ 1 "นานาทิฏฐิในเรื่องกฎแห่งกรรม" อาจารย์บุญเย็น ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาเรื่องกฎแห่งกรรม
"ชาวพุทธของเรายังมีจำนวนไม่น้อย ที่มีความเข้าใจในเรื่องกฎแห่งกรรม คลาดเคลื่อนจากคำสอนทางพุทธศาสนาอยู่มาก เพราะบางท่านก็ยังมองเรื่องของกรรมลิขิต ตามแนวคำสอนทางพุทธศาสนาไปเป็นแบบพรหมลิขิต หรือชะตาลิขิต ตามแบบของพราหมณ์หรือฮินดู...
แต่สำหรับแนวทางของฝ่ายพุทธ ซึ่งเป็นฝ่ายอเทวนิยมนั้น ถือว่ากฎแห่งกรรม เป็นกฎแห่งเหตุ-ผล โดยทางธรรมชาติ เกิดจากการกระทำของมนุษย์เอง และมีผลเป็นวิบาก ที่ต้องเกิดแก่ผู้กระทำกรรมนั้นๆ โดยอัตโนมัติด้วยตัวมันเอง และการปลดเปลื้องบาปนั้น ก็จะต้องกระทำโดยมนุษย์ผู้กระทำกรรมนั้นด้วยตนเอง ไม่เกี่ยวแก่พระพรหมหรือพระเจ้าสูงสุดใดๆ ทั้งสิ้น"
ผมเชื่อว่าอำนาจของกฎแห่งกรรมมีจริง ตามที่อาจารย์บุญเย็นเขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้
กฎแห่งกรรม เป็นกฎแห่งวิทยาศาสตร์ที่อธิบายได้ ด้วยการยึดหลักอเทวนิยม ฉะนั้นสรรพสัตว์ในโลกนี้ ไม่มีใครหนี้พ้นกฎแห่งกรรม
และขอย้ำฝากข่าวถึงเพื่อนมิตรและลูกศิษย์อาจารย์บุญเย็น วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2552 จะมีพิธีบรรจุอัฐิ ณ เจดีย์ วัดบ้านเหล่าไฮ ต.เหล่าไฮ อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ถ้าอยากทราบรายละเอียดก็โทรสอบถามไปที่อาจารย์สมบัติ วอทอง โทร.08-1878-5599
หากใครมีเวลา อย่าลืมไปร่วมงานวันรับอาจารย์บุญเย็น กลับบ้านเกิดโดยพร้อมเพรียงกัน !
แคน สาริกา



