คอลัมนิสต์

ทักษิณถกลับลาว'รถไฟความเร็วสูง'

ทักษิณถกลับลาว'รถไฟความเร็วสูง'

13 เม.ย. 2555

ปมร้อน'รถไฟความเร็วสูง' 'ทักษิณ'ถกลับ'ผู้นำลาว' : ขยายปมร้อน

         ยกแรกของ "ทักษิณทัวร์" ดูจะไม่สบอารมณ์มวลชนคนเสื้อแดงมากนัก ด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดของ "ป.ก.ส." (ตำรวจลาว) และกฎเหล็กห้ามสวมเสื้อแดงเข้าเวียงจันทน์ ของ ต.ม.ฝั่งลาว ทำเอาแกนนำ นปช.กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
 
             ด้วยสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้ ทำให้คนเสื้อแดงอีสานจำนวนมากตัดสินใจไม่ข้ามฝั่งโขง ส่งผลให้รถปรับอากาศลาวที่จองไว้ 62 คัน ต้องถูกยกเลิกไป 40 คัน คงเหลือ 22 คัน
 
             คาดว่าคนเสื้อแดงที่เดินทางไปเวียงจันทน์จริงๆ ประมาณ 1 พันคน ไม่ได้ตามเป้าหมื่นคนตามที่แกนนำแดงโฆษณาไว้
 
             รัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว) ได้โชว์มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด นับตั้งแต่ก้าวแรกที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เหยียบแผ่นดินลาว จากเดิมเครื่องบินส่วนตัวของทักษิณจะร่อนลงที่สนามบินวัดไต ก็เปลี่ยนแผนไปลงสนามบินทหารแทน
 
             ในเช้าวันที่ 12 เมษายน 2555 ที่หอสภาธรรม วัดธาตุหลวง เวียงจันทน์ ก็มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยสนธิกำลังทหาร-ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ จับมือเป็นวงกลมกันคนเสื้อแดงไม่ให้เข้าประชิดตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ราวกับบอดี้การ์ดซูเปอร์สตาร์ระดับโลก
 
             การจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ พ.ต.ท.ทักษิณ ภายในหอสภาธรรม ทางการลาวก็จำกัดผู้คนเข้าร่วมพิธี เมื่อเสร็จพิธีแล้ว "ทักษิณ" จึงต้องออกมาพูดผ่านโทรโข่งปลอบใจคนเสื้อแดง
 
             “ทุกคนเป็นห่วงความปลอดภัยผม แต่ใจผมอยากไปอยู่ใกล้พี่น้อง และอยากกอดพี่น้องทุกคนเลย แต่ตามกติการักษาความปลอดภัย ต้องเข้มงวดหน่อย"
 
             เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ รับทราบกติกาอันเข้มงวดมาตั้งแต่ต้น ไฉนจึงยังคงแผนการเดินทางมาลาว? หากต้องการพบปะคนเสื้อแดงอย่างเอิกเกริก เหตุใดไม่จัดงานที่เดียวที่กัมพูชา?
 
             การเดินทางทำบุญสะเดาะเคราะห์แก้กรรมก็เรื่องหนึ่ง แต่มันมี "เรื่องใหญ่" มากไปกว่านั้นคือ การปฏิบัติภารกิจในฐานะ "พี่ชายนายกรัฐมนตรี"
 
             ถ้ายังจำกันได้ ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา "ทักษิณ" บินเงียบมาหลวงพระบาง โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก คำแพง ไซสมแพง เจ้าแขวงหลวงพระบาง และ เหียม พมมะจัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโทรคมนาคมและไปรษณีย์ของลาว (อดีตเอกอัครรัฐทูตลาวประจำประเทศไทย)
 
             บังเอิญว่าห้วงเวลาที่ทักษิณมาทำบุญครั้งแรก รัฐบาล ส.ป.ป.ลาว กับรัฐบาลจีน กำลังมีปัญหาการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงในลาว
 
             เนื่องจากยังไม่สามารถตกลงร่วมกับทางการลาวได้เกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์จากที่ดินที่อยู่สองฟากฝั่งตลอดแนวเส้นทางรถไฟที่มีระยะทางยาวกว่า 420 กิโลเมตร (แขวงหลวงน้ำทา-นครเวียงจันทน์)
 
             ความวัวไม่หายความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงในองค์การรถไฟแห่งชาติลาว ยอมรับว่า โครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน อาจประสบปัญหาล่าช้าต่อไปอีก 2 ปี
 
             มันมีตัวแปรใหม่จากแผนการและนโยบายของรัฐบาลไทย อันเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูง!
 
             เมื่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ประกาศอย่างชัดเจนแล้วว่า โครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง 3 เส้นทางที่คณะรัฐมนตรีให้ความสำคัญก็คือ
 
             เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่, เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา และเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน
 
             ส่วนโครงการเชื่อมต่อทางรถไฟความเร็วสูงกับลาว จากเวียงจันทน์มากรุงเทพฯ ยังไม่มีกำหนดเวลาที่จะลงมือก่อสร้างอย่างชัดเจน
 
             มิหนำซ้ำ รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟตามเส้นทางดังกล่าวนี้ให้ถึงนครราชสีมาเท่านั้น
 
             ด้วยแผนการดังกล่าวของรัฐบาลไทย เป็นผลให้ทางการฝ่ายจีนเห็นว่า ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งรีบดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงในลาวในช่วงนี้
 
             เพราะว่าการลงทุนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงในลาวได้รับผลประโยชน์สูงสุดนั้น จะต้องสามารถเชื่อมต่อกับไทย มาเลเซียและสิงคโปร์ได้อย่างครบวงจรด้วย
 
             ทางการจีนจะตัดสินใจลงทุนเพื่อก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงในลาว ก็ต่อเมื่อมีความชัดเจนจากรัฐบาลไทยแล้วว่า มีแผนการที่จะเชื่อมต่อทางรถไฟความเร็วสูงกับลาวเมื่อใด
 
             จึงไม่แปลกที่รัฐบาลลาวจะไปรับ "ทักษิณ" ถึงประตูเครื่องบิน แล้วก็เชื้อเชิญ "นายกรัฐมนตรีตัวจริง" เข้าพบ "คณะนำ" ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวทันที
 
             นอกจากนี้ เมื่อ "ทักษิณ" เดินทางไปยังเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก ก็ได้รับการต้อนรับจาก "สอนไซ สีพันดอน" เจ้าแขวงจำปาสัก ซึ่งคาดว่า จะมีการปรึกษาหารือกันเรื่อง "เขตเศรษฐกิจคอนพะเพ็ง" บริเวณเมืองโขง หรือบริเวณมหานทีสีพันดอน
 
             แม้ผู้นำลาวมีความปรารถนาที่จะให้ "ทักษิณ" ช่วยผลักดันการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ให้ขยายมาถึงหนองคาย เพื่อเชื่อมต่อกับเส้นทางหลวงน้ำทา-เวียงจันทน์
 
             แต่ด้วยความเป็นลาวที่นิยมเล่น "การทูตใต้ดิน" มากกว่าเล่นบนดิน จึงไม่เปิดเสรีให้คนเสื้อแดงเข้ามาสำแดงพลังดั่งที่แกนนำ นปช.อีสานวาดหวังไว้
 
             ต่างจากสมเด็จฮุน เซน ที่ใช้กลยุทธ์การทูต "นักเลงเซราะกราว" สั่งการปรับพื้นที่ 400 กว่าไร่ รองรับคนเสื้อแดงหลายหมื่นคนที่จะมาชมคอนเสิร์ตรับขวัญทักษิณ ณ จังหวัดเสียมราฐ ในวันที่ 14 เมษายนนี้
 
             สรุปได้ว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณบินโฉบเข้าลาว ก็ด้วยเหตุผลสองประการคือ ทำบุญสะเดาะเคราะห์ ที่วัดสีเมือง และวัดพระธาตุหลวง ซึ่งเป็นวัดคู่บารมีของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช วีรกษัตริย์แห่งล้านช้าง ผู้เคยครองเมืองเชียงใหม่
 
             อีกประการหนึ่งรับบทผู้อาสาแก้ไขปัญหาให้รัฐบาลลาว กรณีรถไฟความเร็วสูงสะดุด เพราะแผนการรถไฟความเร็วสูงมุ่งสู่เชียงใหม่ แทนที่จะมาถึงริมโขงหนองคาย!
 
             ส่วนการเฮฮาปาร์ตี้กับคนเสื้อแดง จึงรออยู่ที่กัมพูชา เพราะที่นั่นสมเด็จฮุน เซน จัดเต็ม !!


............

(หมายเหตุ : ปมร้อน'รถไฟความเร็วสูง' 'ทักษิณ'ถกลับ'ผู้นำลาว' :  ขยายปมร้อน)